การแข่งขันไทยลีก 2020 ผ่านมาแล้ว 4 นัด แต่ตอนนี้ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้มีมติสั่งให้เลื่อนการแข่งขันฟุตบอลในประเทศออกไปก่อนจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 โดยจะกลับมาเตะกันอีกครั้งหลังวันที่ 18 เมษายน 2563

วันนี้ทีมข่าว SMMSPORT จะพาทุกท่านมาเช็คฟอร์ม 5 แข้งต่างชาติ ที่เล่นได้จัดจ้าน ใน 4 นัดแรกของศึกไทยลีก 2020 มีใครกันบ้าง? ลองเลื่อนลงไปชมได้เลยครับ

ยานนิค โบลี่ (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี)

กองหน้าชาวไอวอรี โคสต์ อดีตดาวยิงสโมสร ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของทีมในฤดูกาล 2019 และเป็นตัวหลักในการสังหารประตูให้ทีมมาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว กองหน้าหมายเลข 10 สามารถใช้ความใหญ่ของร่างกายสร้างประโยชน์ให้กับทีมได้อย่างมาก แถมเล่นร่วมกับแนวรุกคนอื่นๆ ของทีมได้อย่างเข้าขารู้ใจ

จนพาทัพ "ราชันมังกร" ทำผลงานบินสูงในช่วงออกสตาร์ทซีซั่นนี้ เก็บชัยชนะได้ 4 นัดรวด รั้งรองจ่าฝูง โดย โบลี ได้ลงเล่นครบทั้ง 4 นัด และทำประตูได้ถึง 3 ลูก เรียกได้ว่าเป็นศูนย์หน้าตัวหลักที่ทีมจะขาดไปไม่ได้แล้ว

แดร์เลย์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

ดาวยิงชาวบราซิล สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นกองหน้าเบอร์หนึ่งของทีม "กิเลนผยอง" อย่างเต็มตัวในซีซั่นนี้ หลัง "เดอะแบก" คนเก่าอย่าง เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส ย้ายออกจากทีมไป ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วหลายคนต้องฮือฮา เมื่อเขาย้ายมาจาก อาเวส ทีมจากลีกสูงสุดประเทศโปรตุเกส แถมยังพกดีกรี ผ่านการลงสนามให้กับทีมใหญ่อย่าง เบนฟิก้า ในลีกฝอยทองมาแล้ว

แต่ผลงานการผลิตสกอร์แค่ 8 ประตู ในซีซั่นก่อน แน่นอนว่าย่อมทำให้ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเป็นความหวังใหม่ของทีม แต่ทว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงต้นซีซั่นนี้ แดร์เลย์ ที่ลงเล่นครบทั้ง 4 เกมให้กับทีมก็เริ่มเฉิดฉายฝีเท้าที่แท้จริง เมื่อยิงได้ถึง 3 ประตู บวกด้วยฟอร์มการเล่นชนิดที่อาจทำให้แฟนๆ "กิเลนผยอง" ได้กลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง

จอห์น บาจโจ้ (สุโขทัย เอฟซี)

กองหน้าร่างเล็ก จากประเทศมาดากัสการ์ จากทีม "ค้างความไฟ" สุโขทัพ เอฟซี เข้าสู่ฤดูกาลที่ 5 ของการโลดแล่นอยู่ในลีกไทยสำหรับดาวเตะวัย 28 ปี ซึ่งยังคงเป็นกัปตันทีมและหัวใจสำคัญของทัพ "ค้างคาวไฟ" มาโดยตลอด จุดเด่นของ บาจโจ้ เราทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าอยู่ที่ความเร็ว บวกกับการครอบครองบอลที่เหนียวแน่น และยังมีที่เด็ดอยู่ที่การจบสกอร์อีกด้วย

โดยในฤดูกาลนี้ผมได้เห็นกองหน้าไซส์มินิ ขยับเข้ามาเล่นตรงกลางในแนวรุกมากขึ้น จากที่ฤดูกาลก่อนๆ เจ้าตัวมักจะเล่นบริเวณริมเส้น พอเปลี่ยนตำแหน่งยืนหุบเข้าในมากขึ้น ทำให้ 4 เกมแรกที่ลงสนาม เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมทำได้ถึง 3 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์ โดยเป็นผู้เล่นเบอร์ 1 ของทีมในตอนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งน่าเสียดายเหมือนกันที่นัดที่ 5 และ 6 ของทัพ "ค้างคาวไฟ" จะไม่มีเขาลงบัญชาการเกมรุกเพราะจะติดโทษแบน 2 นัด กรณีเอาหัวไปเฮดบัตต์ใส่หน้าอกของ วิเอร่า ซานโต๊ส ดาวเตะสุพรรณบุรี ต้องรอดูกันว่า “โค้ชอั๋น” ผู้เป็นกุนซือจะแก้ไขปัญหาและพาทีมผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปได้ยังไง

ฮาจิเมะ โฮโซไก (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

ถือว่าเป็นการกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งของดาวเตะดินแดนซามูไร อย่าง ฮาจิเมะ โฮโซไก ที่ข้ามฝากมาอยู่กับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ในซีซั่นนี้ หลังผลงานไม่ค่อยดีกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อปีที่แล้ว ซึ่ง โฮโซไก ในสีเสื้อของทัพ "แข้งเทพ" ออกสตาร์ทให้กับทีมใหม่ด้วยฟอร์มการเล่นที่ไร้ที่ติ เปรียบเสมือนผู้ปิดทองหลังพระให้กับทีมบินสูงนำเป็นจ่าฝูงอยู่ในตอนนี้หลังชนะรวดทั้ง 4 เกมในช่วงเปิดซีซั่น

ด้วยสไตล์การเล่นที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพแถมทำได้ 1 ประตู ทำให้ มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือของทีม ออกมาเอ่ยปากชมว่า ไม่ว่าจะจับแข้งจากแดนอาทิตย์อุทัยรายนี้ไปเล่นตำแหน่งใดก็สร้างประโยชน์ให้กับทีมได้ทั้งหมด สมกับการผ่านประสบการณ์การเล่นกว่า 7 ปี ในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน

เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส (การท่าเรือ เอฟซี)

แข้งบราซิเลี่ยน วัย 31 ปี ย้ายมาบรรเลงแข้งให้กับทีม "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือ เอฟซี ด้วยสัญญายืมตัวจากทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ชนิดช๊อกแฟนๆ ผลงานกว่า 120 ประตู อันดับที่ 2 ในทำเนียบดาวซัลโวตลอดกาลของไทยลีก เป็นรองเพียงแค่ เคลตัน ซิลวา คือสิ่งการันตีความร้ายกาจของ เฮแบร์ตี้ เป็นอย่างดี

ผลงาน 14 ประตู ในซีซั่นก่อน แม้ว่าจะดูน้อยลงไปจากค่าเฉลี่ยของเจ้าตัว แต่การมีส่วนร่วมกับทีมของ เฮแบร์ตี้ นั้นยังคงเส้นคงวา ทำให้ในปีนี้กับทีมใหม่อย่าง "สิงห์เจ้าท่า" เขากลับมาระเบิดฟอร์มอีกครั้ง กับการซัลโวได้ถึง 4 ประตู จากการลงสนามให้ทีมครบทั้ง 4 นัด เฉลี่ยยิงนัดละ 1 ลูก และพร้อมที่จะสถาปนาตัวเองเป็นขวัญใจคนใหม่ให้กับแฟนๆ การท่าเรือ แน่นอน