ใจของแฟนบอล "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทุกคน ยังคงตุ้มๆ ต่อมๆ ว่าตกลงพวกเขาจะได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ในการแข่งขันซีซั่นฤดูกาล 2019-20 หรือไม่

25 แต้ม ที่นำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ มันควรมากเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาการันตีแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปีได้ แต่ดูเหมือนว่าฝ่ายจัดการแข่งขัน และบุคคลผู้เกี่ยวข้องหลายๆ รายจะไม่เห็นด้วย

เมื่อเทียบกับประสบการณ์พลาดแชมป์ในครั้งต่างๆ แล้ว มันไม่ต้องสงสัยเลยว่า การพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะ โควิด-19 ย่อมต้องเป็นความเจ็บปวดระดับโสดาบัน ที่เหนือกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม “หงส์แดง” ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็มีคุณสมบัติบางอย่างที่โดดเด่น และอาจทำให้ฝ่ายจัดการแข่งขัน อาจต้องคิดหนักๆ หน่อย ถ้าหากอยากจะริบแชมป์ลีกของพวกเขาไปในซีซั่นนี้

นั่นก็เพราะ ลิเวอร์พูล ในยุค เฮฟวี่เมทั่ล มีสัญชาติญาณที่เหมือนพวกโรคจิตที่ชอบเสพย์ความเจ็บปวดอยู่เป็นประจำ

เหมือนกับนกฟีนิกซ์ที่ฟื้นจากเศษเถ้าธุลีดิน เหมือนกับชาวดาวไซย่า ที่รอดพ้นจากอาการโคม่า มันก็คงแบบเดียวกับที่ ลิเวอร์พูล ยุค ของ คล็อปป์ เป็นในช่วงหลายปีหลังสุด

ในทุกๆ ครั้งที่พวกเขาเจ็บหนัก พวกเขาจะกลับมาพร้อมกับความโหดคูณ 3 เอาคืนแบบทบต้นทบดอก พวกเขาล้มบ่อยมาก แต่ก็ลุกกลับมาไล่ชกคู่แข่งปางตายทุกครั้ง

อย่างน้อยมันก็น่าจะ 3 หนแล้ว ที่แฟนบอลทุกคนต่างก็จดจำวีรกรรมของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

ความเจ็บแรกๆ ที่ “เร้ด แมชชีน” ยุคกุนซือชาวเยอรมัน ต้องเผชิญ ก็คือการเบิ้ลเป็นรองแชมป์บอลถ้วย 2 รายการ แต่นั่นก็คงไม่เท่ากับความพ่ายแพ้ต่อ เรอัล มาดริด ในนัดชิง ยูซีแอล 2018

ใครๆ ก็แพ้ได้ แต่คงมีไม่กี่ทีมในโลกนี้ ที่จะแพ้แบบ ลิเวอร์พูล ด้วยลูกขว้างของ ลอริส คาริอุส ที่ไปติด คาริม เบนเซม่า กระดอนเข้าประตูไปแบบให้แฟนๆ ได้ล้อเลียนกันทั่วโลก

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็เพียงเพื่อที่พวกเขาจะเก็บความเจ็บปวดไว้เหมือน “แค้นฝังหุ่น” และกลับมาเอาคืนทบต้นทบดอกในซีซั่นถัดมา ที่พลิกนรกปราบ บาร์เซโลน่า ในการแข่งขันนัด 2 ต่อด้วยการตบ ท๊อตแน่ม ฮฮทสเปอร์ ในนัดชิงแบบนิ่มๆ จนกลายเป็นแชมป์ “บิ๊กเอียร์” ที่รสชาติหอมหวานที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

เหตุการณ์เจ็บใหญ่ครั้งที่ 2 ของพวกเขา คือเรื่องราวแผลสดที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ เมื่อซีซั่นที่แล้ว นั่นก็คือการระเบิดฟอร์มเก็บ 97 แต้มใน พรีเมียร์ลีก เพียงเพื่อที่จะเป็นแค่พระรองให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำแต้มยืนเหนือพวกเขาอยู่ 1 แต้ม

คงมีไม่กี่ทีมในโลกเช่นกัน ที่เก็บคะแนนเกมลีก 97 คะแนน แล้วจะเป็นได้แค่รองแชมป์เหมือน ลิเวอร์พูล

แต่ก็อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ย่อหน้าแรกๆ แล้วว่า ลิเวอร์พูล ในยุคของ คล็อปป์ ไม่เคยใจฝ่อง่ายๆ เพราะก็อย่างที่เห็นกันไปแล้วว่า พวกเขากลับมาใหม่ในซีซั่นนี้ ด้วยการทำแต้มฉีก “เรือใบสีฟ้า” ออกเป็นชิ้นๆ 25 แต้ม ซึ่งนับว่าไกลโพ้นอย่างเหลือเชื่อ

สถิติการเก็บแต้มสูงสุด , สถิติการชนะที่ แอนฟิลด์ ในเกมลีกทุกนัด คือประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่พวกเขากำลังลุ้นขดเขียนอยู่ทั้งหมด แต่มันอาจกลายเป็นสวรรค์ล่มเพราะวิกฤติการณ์ โควิด ที่ระบาดไปทั่วทุกมุมโลก

แรงกายแรงใจที่ทุ่มไปทั้งหมด สามารถทำให้พวกเขาหัวใจสลายเอาง่ายๆ ถ้าหากฤดูกาลนี้จะถูกประกาศว่าเป็นโมฆะ

แต่ในทางกลับกัน ทุกๆ คนก็ควรจะจับตาดู “หงส์แดง” ชุดนี้ไว้ให้ดีๆ เพราะในทุกๆ ครั้งที่พวกเขาเจ็บ พวกเขาแสดงให้เห็นมาตลอดว่าไม่เคยลืม , ไม่เคยยอม และไม่คิดจะปล่อยวาง

ในท้ายที่สุดนี้ เราคงต้องมารอดูกันว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับโลกฟุตบอลหลังเหตุการณ์ โคโรน่า ไวรัส ผ่านพ้นไป และเส้นทางของ ลิเวอร์พูล หลังจากนี้ จะเดินไปในทิศทางไหนครับ