หากไม่นับช่วงออกสตาร์ทการคุมทัพ 8 เกมแรกเมื่อซีซั่นที่แล้ว นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สามารถติดเครื่อง ไม่ประสบความพ่ายแพ้ให้กับทีมใดเลยตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.

  • เสมอ 2 ชนะ 8 ไม่แพ้ใคร
  • 24 ประตู เสีย 2
  • สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น 10 เกมติดต่อกัน
  • อันดับ 5 ตามหลัง เชลซี ทีมอันดับ 4 แค่ 3 คะแนน
  • บนเส้นทางแห่งความร้อนแรงในครั้งนี้ มีอาวุธลับหลายๆ อย่างที่ทำให้ทัพ “ปีศาจแดง” ผลงานดีขึ้นผิดหูผิดตา ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มของ เฟร็ด, การหายเจ็บของ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, การตัดชื่อ เจสซี่ ลินการ์ด กับ อันเดรียส เปเรยร่า ออกจากทีมตัวจริง, แผงแบ็คโฟร์ที่เริ่มปรับตัวกันอย่างมั่นคง และอื่นๆ อีก บลา บลา บลา

    แต่ไม่ว่าจะชักแม้น้ำทั้ง 5 อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดแล้ว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอะไหล่ชิ้นใหม่ที่ชื่อ บรูโน่ แฟร์นันเดส คือกุญแจสำคัญที่พลิกฟอร์มของ “ปีศาจแดง” จากหน้ามือเป็นหลังมือ

    10 นัด ที่สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นในครานี้ มีถึง 8 เกม ที่ บรูโน่ แฟร์นันเดส ลงมาโชว์ตัว โดยมีแค่ 1 เกมเท่านั้นที่ลงมาในฐานะตัวสำรองราวๆ 9 นาทีสุดท้าย

    67.6 ล้านปอนด์ ที่ลงทุนลงแรงจ่ายให้ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ไปเมื่อช่วงเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ดูเหมือนจะตอบแทนกลับมาอย่างคุ้มค่าภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน และนี่อาจเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น

    บรูโน่ แฟร์นันเดซ ก็เหมือนแข้งชั้นยอดส่วนใหญ่ พวกเขาสามารถก้าวเข้ามาเพิ่มศักยภาพให้กับต้นสังกัดของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว และช่วยยกระดับผู้เล่นที่ลายล้อมอยู่รอบตัวให้ดูเก่งขึ้นกว่าที่เคยเป็น

    ซีเนอดีน ซีดาน , อังเดร ปีร์โล่ , โลธ่า มัทเธอุส , ยาป สตัม และอีกหลายๆ คน คือตัวอย่างที่ว่านี้ นักเตะเพียงคนเดียวที่สามารถเข้ามายกระดับทีมของตัวเองได้ดีขึ้นแบบผิดหูผิดตา

    หากมองไป ณ ตัวอย่างที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เวอร์กิล ฟาน ไดค์ คืออีก 1 ตัวอย่างที่ชัดมาก และแทบไม่ต่างอะไรกับที่ บรูโน่ กำลังทำกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่

    ก่อนที่ ฟาน ไดค์ จะเดินทางมาถึงที่ แอนฟิลด์ ทุกคนต่างก็ทราบดีว่า ลิเวอร์พูล คือทีมที่มีแนวรับอ่อนยวบยาบ พร้อมเสียประตูในทุกๆ รูปแบบ ทุกวินาที ไล่ตั้งแต่ลูกตั้งเตะ , ลูกเตะมุม ยัน ลูกโอเพ่นเพลย์

    แต่แล้วอยู่ดีๆ แผงแบ็คโฟร์ของ “หงส์แดง” ก็เปลี่ยนจากซาตานจากนรก กลายเป็นเทวดาที่อยู่บนสวรรค์ชั้น 7 แนวรับทีมชาติฮอลแลนด์ นำเอาฝีเท้า , ความเป็นผู้นำ , ความมั่นใจ และช่วยให้กองหลังอีก 3 คน อัพเลเวลขึ้นไปอีกขั้น

    เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ , แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน อยู่ดีๆ ก็เค้นศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ขณะที่คู่หูเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ไม่ว่าจะเป็น โจเอล มาติป , เดยัน ลอฟเรน หรือ โจ โกเมซ ต่างก็ทำผลงานได้อย่างน่าดูชมในยามที่ยืนคู่กับปราการหลังรายนี้

    นักเตะเหล่านี้เก่งขึ้นเมื่ออยู่กับ ฟาน ไดค์ แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณจับ มาติป , ลอฟเรน หรือ โกเมซ มาจับยืนคู่กันเอง เราจะพบความจริงอันโหดร้ายที่ว่า จริงๆ แล้วพวกเขายังไม่ได้เก่งขึ้นอย่างที่ตัวเองหรือว่าหลายๆ คนคิด

    หากไม่มองกันในเรื่องความแตกต่างของตำแหน่งการเล่น เราจะพบเช่นเดียวกันว่า บรูโน่ แฟร์นันเดส ลงมือทำ มันแทบไม่ต่างอะไรกันเลย

    จากเดิมที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โซลชา แทบไม่มีจินตนาการหรือระบบการขึ้นเกมรุกใดๆ ที่เป็นรูปแบบอันชัดเจน แต่อยู่ดีๆ ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส ก็เข้ามาเติมเต็มทุกอย่างที่ขาดหายไป

    อดีตดาวเตะของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน อาจเป็นเด็กใหม่ เขาอาจจะยังไม่รู้จักเพื่อนร่วมทีมทุกคน แต่ภาวะความเป็นผู้นำนั้นใช่ว่าต้องแสดงออกกันอยู่เพียงวิธีเดียว และวิธีที่ บรูโน่ ใช้นั้นก็คือฝีเท้าและความกล้าหาญของเขาในการเข้ามาแบ่งเบาภาระเพื่อนร่วมทีม

    นั่นคือสิ่งที่ทำให้ดาวเตะวัย 25 ก้าวขึ้นมาอิทธิพลต่อทีมได้ทันที และเพื่อนร่วมทีมก็เชื่อใจเขาว่าจะสามารถรับผิดชอบภาระอันหนักอึ้งที่ แมนฯ ยู ตามหากันมาตลอดได้

    เมื่อมี บรูโน่ เราจึงได้เห็น เฟร็ด , เนมานย่า มาติช และ แม็คโทมิเนย์ ยืนกันอย่างแข็งแกร่ง เราจึงเห็น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ ดาเนี่ยล เจมส์ เปล่งศักยภาพขึ้นมาได้เต็มที่มากยิ่งขึ้น

    นั่นคือขุมพลังพิเศษ ที่ไม่ได้หากันมาได้ง่ายๆ และ “ปีศาจแดง” ก็กำลังเสวยสุขกับพรสวรรค์ของ บรูโน่ อย่างเต็มที่ มันคือจิ๊กซอร์ชิ้นเดียวก็จริง หากแต่เป็นชิ้นใหญ่ทรงพลัง

    อย่างไรก็ตาม สัจธรรมของฟุตบอลยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะต่อให้ ดีเอโก้ มาราโดน่า หรือ เปเล่ จะเก่งแค่ไหน แต่พวกเขาก็จำเป็นต้องมีองค์ประกอบดีๆ เพื่อที่จะก้าวขึ้นไปสู่ความสำเร็จ

    ทั้งหมดนี้ก็คงเป็นหน้าที่ของ โซลชาร์ ที่ต้องพยายามปรุงแต่งส่วนประกอบที่เหลืออยู่ให้ออกมาดูดีที่สุด โดยมีแต้มต่อสำคัญเป็นจอมทัพอย่าง บรูโน่ แฟร์นันเดส ที่จะพยายามพาทีมพุ่งไปข้างหน้า

    ก็ต้องมาติดตามดูกันว่า ชีวิตของ บรูโน่ และ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากนี้ จะได้ผลลัพธ์ออกมาได้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ มากน้อยแค่ไหน