การแข่งขันไทยลีก 2020 ผ่านพ้นมาแล้ว 4 เกม ซึ่งผลงานของหนึ่งในทีมเต็งแชมป์อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ดูจะไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ แพ้ไปแล้ว 2 นัด เสมอ 1 และชนะแค่ 1 เกม เท่านั้น ล่าสุดมีแค่ 4 แต้ม จมอยู่อันดับที่ 11 ของตารางคะแนน

หลายคนอาจบอกว่าเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล ยังวัดอะไรมากไม่ได้ ถ้าทีมที่มีประสบการณ์ลุ้นแชมป์มากที่สุดทีมหนึ่งอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ติดเครื่องแบบจริงจัง เชื่อว่าพวกเขาจะกลับมาเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวของทุกทีมได้แน่นอน

แต่หลังจากที่ดูทัพ "ปราสาทสายฟ้า" แข่งขันผ่านมา 4 เกม พวกเขาดูมีหลายปัญหาที่สมควรจะต้องรีบแก้ไข ไม่งั้นถ้ายังทำคะแนนหลุดมือเรี่ยราดแบบนี้ อาจหลุดวงโคจรลุ้นคว้าแชมป์ไทยลีกอย่างรวดเร็วก็เป็นได้

วันนี้ทีมข่าว SMMSPORT เลยจะขอวิเคราะห์ให้ทุกคนได้พิจารณาถึงปัญหาใหญ่ในตอนนี้ของ บุรีรัมย์ ที่ถ้ายังปล่อยให้ขมวดปมต่อไป ไม่รีบคลาย ก็อาจกลายเป็นภัย เสี่ยงต่อการชวดแชมป์ทุกรายการในปีนี้ก็ได้!!

ข้อแรก รูปแบบการเล่นแท็คติกเดิมๆ (ที่ใช้ประมาณนี้มากว่า 10 ปี)

บุรีรัมย์ ของโค้ช โบซิดาร์ บันโดวิช ใช้แต่รูปแบบการเล่นเดิมๆ และแท็คติกแบบเดิมๆ ผมเชื่อว่าตอนที่ทุกคนเห็นรายชื่อ 11 นักเตะที่ลงเล่นเป็นตัวจริงในแต่ละเกมซีซั่นนี้ น่าจะเห็นและคิดตรงกันว่า บุรีรัมย์ เปลี่ยนแผนการเล่นจากปีก่อนแล้วแน่ๆ ซึ่งก็เปลี่ยนจริงๆ ครับ เปลี่ยนจากเดิมไปไม่เท่าไรเอง

ซึ่งพวกเขายังหลงเหลือการเล่นรูปแบบเดิมๆ ที่ใช้มาเสมอนั่นก็คือ 2 ตัวต่างชาติแดนหน้า, 1 ตัวต่างชาติตรงกลาง (โควต้าเอเชีย) และ 1 ตัวต่างชาติแดนหลัง ลองเปรียบเทียบกันดูครับการทำทีมที่ผ่านมา 10 ปี ของ บุรีรัมย์ มันมีอะไรแตกต่างจากเดิมบ้าง

ส่วนรูปแบบการเล่นก็ทรงเดิมๆ คือขึ้นเกมรุกทางด้านข้างเป็นหลัก ไม่มีการเจาะตามช่อง หรือการเล่นทะลุทะลวง ซึ่งหากถูกคู่แข่งปิดเกมริมเส้นได้ พวกเขาก็แทบจะหมดพิษสง

เรียกว่าการเขียนปรีวิวก่อนเกมของทีม บุรีรัมย์ คืออะไรที่ง่ายที่สุด เพราะพวกเขาแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงทีมหรือระบบการเล่นเลย ดังนั้นคู่แข่งจึงจับทางพวกเขาได้ง่ายๆ เพราะการเล่นแบบเดิมๆนั่นเอง

ข้อต่อมา เกมรุกไม่ไหลลื่น ติดขัดตลอดเวลา

บุรีรัมย์ ในอดีตหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาคือทีมที่มีเกมบุกที่ดุดันและมีประสิทธิภาพมากที่สุดทีมหนึ่ง แต่เราเริ่มเห็นตั้งแต่ปีที่แล้วว่าพวกเขามีพลังในการทำลายล้างลดลงไปพอสมควร ฤดูกาล 2019 ทัพ "ปราสามสายฟ้า" ยิงตลอดทั้งฤดูกาล 51 ประตู ซึ่งทำได้น้อยกว่า สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด (53), การท่าเรือ (55) และ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (55) เสียอีก

ผิดกับ 2 ฤดูกาลก่อนที่พวกเขาได้แชมป์ 2 สมัยติด ทำประตูได้มากถึง 85 ลูก กับ 76 ลูก ตามลำดับในปี 2017 และ 2018 ฉะนั้นถ้าพวกเขายังหาวิธีกลับมายิงแบบเดิมไม่ได้ ดูแล้วการลุ้นแชมป์ปีนี้ลำบากแน่นอน

ข้อสุดท้ายที่เห็นในตอนนี้คือ นักเตะต่างชาติยังช่วยทีมได้ไม่ดีพอ

ซึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วเช่นกัน เราต้องยอมรับความจริงก่อนว่า นักเตะต่างชาติ คือคนที่สร้างความแตกต่างให้กับสโมสรนั้นๆในไทยลีก ซึ่งหากทีมไหนมีแข้งต่างชาติที่ดี ก็แทบจะผลงานติดลมบน

ต่างชาติตัวใหม่ที่ซื้อเข้ามาอย่าง จอง แจ ยอง, แบรนาโด กูเอสตา และ ริคาร์โด บูเอโน่ เท่าที่ดูการเล่นผ่านมา 4 นัด พวกเขายังทำได้ไม่ดีพอ กูเอสตา ยังประเดิมลูกแรกในลีกไม่ได้เลย ส่วน บูเอโน่ อาจจะยิงได้ 2 ประตูแล้ว แต่ในการเล่นโดยรวมยังไม่ได้เห็นถึงความแตกต่างเหมือนตอนมี นาสเซอร์ บาราซิต และ แรมมุส ยอนห์สัน หรือ เปโดร จูเนียร์ ในปีที่แล้ว

แทนที่ต่างชาติจะยกระดับตัวไทย แต่กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ในทีม บุรีรัมย์ ตัวไทยต้องมาแบกต่างชาติ โดยล่าสุด สุภโชค ยิงไปแล้วถึง 4 ประตู ต้องรอดู 5-10 นัดต่อจากนี้ว่าต่างชาติใหม่จะปรับตัวได้ไหม แต่ 4 เกมที่ผ่านมา นอกจากการยิงได้ 2 ประตูของ บูเอโน่ ประโยชน์ก็หามีไม่

และนี้คือปัญหาที่ผมเห็นในตอนนี้ของทีม บุรีรัมย์ ในช่วงเปิดฤดูกาล เมื่อเห็นแบบนี้ถามว่าต้องแก้ไขอย่างไร มันยากมากครับที่จะมาแก้ไขตอนเปิดฤดูกาลแล้ว ก่อนเปิดฤดูกาลมีเวลาให้เตรียมพร้อมตั้งนาน แต่ดูเหมือน ท่านเนวิน จะพึงพอใจกับรูปแบบเดิมที่สั่งสมกันมากว่า 10 ปี และยังไม่ยอมเปลี่ยนแปลง...

ขอบคุณภาพ : BURIRAM UNITED