การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 2020 เดินทางมาถึงนัดที่ 4 แล้ว ซึ่งเกมเมื่อวันเสาร์ที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา มีหลายคู่ที่น่าสนใจ และน่าพูดถึง

ขอเริ่มที่บิ๊กแมตช์ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พบ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กันก่อน

ปีนี้ ทรู แบงค็อกฯ ผลงานดีมาก ชนะรวดมา 3 นัด มี 9 แต้มเต็ม ส่วน สิงห์ เชียงรายฯ ทีมแชมป์เก่า ผลงานยังลุ่มๆดอนๆ ชนะแค่นัดเดียว และเสมอไป 2 นัด มี 5 แต้ม

เกมนี้ มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือแข้งเทพ จัดทัพชุดใหญ่ลงสนามเต็มพิกัด นำโดย ฮาจิเมะ โฮโซไก , วานเดอร์ หลุยส์ , อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ , ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม

ส่วน มาซามิ ทากิ เฮดโค้ชกว่างโซ้ง ก็ยกทัพใหญ่มาเยือนเหมือนกัน นำโดย บรินเนอร์ เอ็นริเก้ , พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, ศิวกรณ์ เตียตระกูล , บิลล์ โรซิมาร์

เริ่มเกมเหมือน เชียงราย จะทำได้ดี และออกนำไปก่อน 1-0 แต่ไม่ทันไหร่ก็ถูก แบงค็อก ตีเสมอ 1-1

ซึ่งเกมนี้ดูเหมือนแนวรับของ เชียงราย จะมีปัญหาไม่น้อยในการตามประกบ วานเดอร์ หลุยส์ กองหน้าของทีม แบงค็อก ที่มีความเร็วและความคล่องตัวที่เหนือกว่า

จนในที่สุดช่วงท้ายเกม ทำนบของ เชียงราย ที่เล่นตั้งรับก็แตก และโดน แบงค็อก รัวยิงไปถึง 3 ลูกในช่วง 6 นาทีสุดท้าย แพ้ไป 4-1

ซึ่งจุดนี้น่าจะมาจากสภาพร่างกายของนักเตะเชียงรายที่อ่อนล้า และกรอบ จากการกรำศึกหนักหลายรายการ จนทำให้ช่วงท้ายเกมเริ่มวิ่งไม่ออก และต้องมาเสียประตูในที่สุด

ส่งผลให้ แบงค็อก เก็บชัยชนะรวด 4 นัด มี 12 คะแนนเต็ม เริ่มฝันถึงการลุ้นแชมป์ได้อีกปี

ส่วน เชียงราย ต้องยอมรับตามตรงว่าปีนี้โอกาสป้องกันแชมป์ค่อนข้างมีน้อย เพราะฟอร์มก็ยังไม่ดี แมตช์เตะก็ถี่ แถมนักเตะตัวเก่งอย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา ก็ยังไม่หายบาดเจ็บ

ดังนั้นจึงมีโอกาสสูงที่ เชียงราย อาจจะต้องหันไปเน้นที่ฟุตบอลถ้วยเป็นหลักแทน

ส่วนอีกคู่ที่อยากพูดถึงคือ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่เปิดบ้านชนะ นครราชสีมาฯ 1-0

ซึ่งชัยชนะของ ราชบุรี มาจากความมุ่งมั่นและพยายามของนักเตะในทีม แม้ตลอดทั้งเกมพวกเขาจะบุกหนัก แต่ก็ยิงไม่ได้ ทว่าพวกเขาไม่เคยถอดใจยอมแพ้ ยังโหมกระหน่ำเกมรุกเข้าใส่ไม่หยุด จนสุดท้ายก็มาได้ประตูชัยในช่วงทดเวลานาทีที่ 4 เอาชนะไปได้

ทำให้ ราชบุรี เป็นอีกทีมที่เก็บ 12 คะแนนเต็มจาก 4 นัด รั้งอันดับ 2 ในไทยลีกเวลานี้ เพราะประตูได้เสียเป็นรอง แบงค็อก อยู่ 2 ลูก

ปีนี้แฟนบอล ราชบุรี อาจจะขอลุ้นเล็กๆกับการลุ้นแชมป์ไทยลีก เพราะพวกเขาออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมนั่นเอง

ส่วนอีก 2 คู่ ก็เป็นไปตามหน้าเสื่อ ระยอง เอฟซี ที่ยังไม่มีกุนซือใหญ่ ก็เปิดบ้านแพ้ สุพรรณบุรี เอฟซี ไปแบบสนุก 0-1 

ทำให้ ระยอง นอนจมบ๊วย และเป็นตัวเต็งตกชั้น, ส่วน สุพรรณบุรี ที่น่าจะตกชั้นเมื่อปีที่แล้ว กลับผลงานดีเกินคาด ขึ้นไปรั้งกลุ่มครึ่งบนของตารางได้หน้าตาเฉย

ส่วน พีที ประจวบ ของ "โค้ชวัง" ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ต้องบอกว่าปีนี้ผลงานแย่มาก เพราะยังไม่ชนะใครเลยใน 4 นัดที่ผ่านมา ล่าสุดก็แพ้คาบ้านต่อ สุโขทัย เอฟซี 2-3

ทำให้ พีที ประจวบ หล่นไปอยู่โซนตกชั้นแล้ว เพราะมีแค่ 1 แต้ม และมีโอกาสสูงที่ "โค้ชวัง" อาจจะถูกไล่ออกในเร็วๆนี้

ส่วน สุโขทัย มี 6 แต้ม เกาะกลุ่มกลางตารางไว้ได้หนียวแน่น

อย่างไรก็ตาม ตารางคะแนนไทยลีก อาจจะมีเปลี่ยนแปลง เพราะยังเหลือแมตช์วันอาทิตย์ให้แข่งขันกันอีก 4 คู่ โดยมีโปรแกรมดังนี้

อาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2563

โปลิศ เทโร เอฟซี พบ สมุทรปราการ ซิตี้ สนามบุณยะจินดา เวลา18.00น. ทรูวิชันส์ 357

ตราด เอฟซี พบ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด สนามกีฬากลางจังหวัดตราด เวลา18.00น. ถ่ายทอดสดช่อง ทรู สปอร์ต HD3

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ การท่าเรือ เอฟซี สนามช้าง อารีน่า เวลา19.00น.  ถ่ายทอดสดช่อง ทรู สปอร์ต HD2 / True4 u

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบ ชลบุรี เอฟซี สนามเอสซีจี สเตเดียม เวลา19.00น.  ถ่ายทอดสดช่อง  ทรู สปอร์ต HD2

เช็กผลการแข่งขันที่นี่ https://www.smmsport.com/livescore/

เช็กตารางคะแนนที่นี่ hhttp://ttps://www.smmsport.com/livescore/competition/890/score_table