คุณอาจจะเป็นซูเปอร์สตาร์ในวงการฟุตบอลได้ อาจจะครองบัลลังค์ค่าตัวแพงหูฉีกที่สุดในโลกในสโมสรฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกได้ แต่ถ้าคุณขึ้นไปแล้ว และไม่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการใดๆ ที่ดีขึ้นได้อีก คุณอาจกลายเป็น “แข้งทองคำที่ติดคุก” หนีไปไหนไม่ได้ตลอดกาล

ทั้งหมดนี้ ฟังไปแรกๆ อาจจะดูงงๆ หน่อย แต่นี่คือความจริงที่เกิดขึ้นจากผลพวงของ ตลาดซื้อ-ขาย ที่โคตรจะบ้าคลั่งในช่วง 3-4 ปีหลังสุด

ยิ่งจ่ายเยอะ ก็ยิ่งความเสี่ยงเยอะ ทีมยักษ์ใหญ่หลายๆ ทีมจะรู้ซึ้งถึงเรื่องนี้ดี นำโด่งมาโดย บาร์เซโลน่า ยอดทีมแห่งศึก ลา ลีกา สเปน

เงินมากมายมหาศาล 105 ล้านปอนด์ (ไม่รวมค่า Add on) ที่จ่ายให้ ลิเวอร์พูล นอกเหนือจากจะไม่ตอบแทนอะไรกลับมามากมายแล้ว มันยังเป็นเรื่องยากสุดๆ ที่พวกเขาจะปล่อย คูตี้ ออกไปจากทีมในราคาที่พอจะรับได้

ด้วยฟอร์มที่ คัมป์ นู ต่อเนื่องถึงการยืมตัวที่ บาเยิร์น มิวนิค มันคงไม่มีทีมไหนเสียสติจ่ายเงินหลักร้อยล้านเพื่อเซ็นพ่อมดเลือด “แซมบ้า” ที่เวทมนต์เสื่อมไปแล้วแน่ๆ

กลืนไม่เข้าคายไม่ออก คงเป็นคำนิยามที่ดีที่สุดทั้งกับ บาร์ซ่า และ คูตินโญ่ เอง นักเตะอยากย้าย ต้นสังกัดก็อยากขาย แต่ขายไม่ออก ไม่ได้ราคา ประหนึ่งไม่มีศาลให้อยู่

เหตุการณ์ที่ว่านี้ เกิดขึ้นกับ ฮาเมส โรดริเกวซ และ ปอล ป๊อกบา เหมือนลอกข้อสอบกันมาเปี๋ยบ นั่นก็คือ ตัวนักเตะเคยถูกพูดถึงในฐานะ เวิลด์คลาสส์ และย้ายมาราคาแพง แต่ไม่แสดงผลงานออกมาให้คุ้มค่าตัว ซึ่งก็ทำให้ตกอยู่ในสภาพ “ติดหล่ม” ขายไม่ออกเช่นกัน  

ทางออกของเรื่องชวนหัวนี้มีอยู่ 2 ทาง หนึ่งเลยก็คือ รอให้นักเตะเรียกวิญญาณเทพคืนสู่ร่างให้ดีอีกครั้ง หรืออย่างที่ 2 ก็คือ ทีมต้นสังกัดยอมตัดใจขายแบบขาดทุนยับเยินให้เรื่องมันจบๆ

ไม่ว่าจะมองในมุมของสโมสร หรือมุมของนักเตะ เรื่องทั้งหมดต่างเป็นสถานการณ์ที่ย่ำแย่สำหรับทั้งคู่ แต่ถ้าให้เทียบกันในเชิงความเสียหายแล้ว มันอาจจะแย่กับตัวของนักเตะมากกว่า พวกเขาต้องเสียความรู้สึก เสียเวลา สูญเสียความมั่นใจ ถูกจองจำให้ไม่สามารถเล่นฟุตบอลในสถานที่และเวลาที่ต้องการได้

หากเราคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับ ฮาเมส , ป๊อกบา หรือ คูตี้ เป็นเรื่องที่แย่แล้ว ความคิดนี้จะเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเราหันมามองดูสถานการณ์บัดซบของ เนย์มาร์ ที่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมงต์

คนเราสามารถตัดสินใจผิดพลาดได้ และสำหรับ เนย์มาร์ มันก็คือการเลือกย้ายจาก บาร์เซโลน่า มาอยู่ในถิ่น พาร์ค เดส์ แพร็งส์ เมื่อปี 2017 ถึงขั้นที่เจ้าตัวก็เคยเปรยๆ ยอมรับเองว่าเสียใจและเสียดาย

แต่ค่าตัว 222 ล้าน คือกุญแจมือชั้นดี ที่ทำให้ เนย์มาร์ ขยับหนีจากกรงทองที่ ปารีส ไปไหนไม่ได้ทั้งสิ้น และเมื่อรวมกับฟอร์มการเล่นที่ไม่ได้โดดเด่น จนถึงขั้นโดนรุ่นน้องอย่าง คีเลี่ยน เอ็มบาปเป้ แซงหน้าไปแล้ว มันก็ยิ่งทำให้ เนย์มาร์ ค่อยๆ หมดหวัง

ความซวยขั้นกว่าของ เนย์มาร์ อีก 1 เรื่องก็คือ เปแอสเช เป็นทีมอภิมหาเศรษฐีที่ไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับเงินๆ ทองๆ เลย พวกเขาไม่จำเป็นต้องขายใครเพื่อเอากำไร และจะไม่ยอมเสียหน้าเพื่อให้ทีมอื่นๆ หน้าไหนมาลูบคมด้วยเศษเงิน

จากวันที่เคยเป็น 1 ในสุดยอด 3 ประสานกับ เมสซี่ และ ซัวเรซ วันนี้ชีวิตของ เนย์มาร์ เปลี่ยนไปมากมายเหลือเกิน และถอยห่างจากความฝันที่จะคว้า บัลลงดอร์ ไปไกลแสนไกล

ศูนย์หน้ากัปตันทีมชาติบราซิล ไม่สามารถทำอะไรได้ เขาต้องก้มหน้ายอมรับกับสถานะของตัวเอง และสวดภาวนาว่า เปแอสเช จะพัฒนาทีมจับพลัดจับผลูเป็นแชมป์รายการใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ดั่งหวัง

ไม่อยากจะคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ จะทำให้ดาวยิงมาดยีกวนกวนประสาท ต้องเจ็บใจขนาดไหน เขาทำได้แค่เป็นแข้ง เวิลด์คลาสส์ อายุ 28 ที่กำลังแก่ลงเรื่อยๆ

เงื่อนไขของตลาดสมัยนี้ มันอาจจะโหดร้าย แต่ถึงกระนั้น ที่สถานการณ์ทุกอย่างมันบีบคั้นจนหายใจไม่ออกแบบนี้ มันก็เป็นเพราะตัวของนักเตะด้วยเช่นกัน

หากทุกวันนี้ เนย์มาร์ , คูตี้ , ฮาเมส หรือ ป๊อกบา ยังร่ายรำฟุตบอลของตัวเองได้อย่างร้อนแรงเหมือนเมื่อก่อน มันก็จะไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น

  • คนทั้งโลกรู้ว่า จาดอน ซานโช่ มีค่าตัวแพงหูฉีกระดับเกิน 100 ล้าน แต่สโมสรต่างๆ ก็เต็มใจอยากะจ่ายเงินซื้อตัวเขามาร่วมทัพ
  • เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ถูกตั้งค่าฉีกสัญญาไว้แค่ราวๆ 60 ล้าน แต่เอาเข้าจริงๆ ค่าตัวของเขาตอนย้ายในรอบหน้ามีโอกาสแตะเกินกว่านั้นถึง 2 เท่า
  • คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อายุแตะ 34 แต่ ยูเวนตุส ก็ยังกล้าลงทุนกับเขาด้วยเม็ดเงินมหาศาล

ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ไม่ใช่เพราะอะไรเลย เพราะถ้าคุณฟอร์มดี ถ้าคุณโชว์ให้โลกเห็นว่าคุณเจ๋ง ยังไงมันก็มีคนพร้อมเอาคุณในทุกๆ ราคา ทุกที่ ทุกเวลา

แต่นั่นไม่ใช่เงื่อนไขของ คูตินโญ่ , เนย์มาร์ , ฮาเมส หรือ ป๊อกบา ในตอนนี้

เพราะพวกเขาทั้ง 4 เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าขานของอดีตแข้ง เวิลด์คลาสส์ ที่ไม่อยู่ในจุดที่มีสิทธิ์เลือกได้แต่อย่างใดครับ