หลังจากที่ ลิเวอร์พูล แพ้ให้กับ แอตเลติโก มาดริด ไป 0-1 เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ ทำให้ทัพ หงส์แดง แพ้เป็นเกมที่ 2 ในฤดูกาลนี้ และเป็นเกมที่ 2 ในรายการนี้่เช่นกัน

"หงส์แดง" ประสบปัญหาหนัก เมื่อเจอแผนของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นการเล่นตั้งรับลึก การบีบเกมทางริมเส้น รวมถึงการใช้แท็กติกกวนประสาทคู่แข่ง ทำให้ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่ได้เล่นเกมรุกได้ไหลลื่นเหมือนเคย

แถม แอตฯ มาดริด เอง ก็สามารถประกบตัวผู้เล่นแบบจับตายได้ถูกคน ทำให้ผู้มาเยือนคิดมุกไม่ออกเหมือนกัน

ยิ่งพอเจ้าบ้านได้ประตูนำ มันก็ทำให้ทุกๆ อย่างเข้าทางไปเสียหมด โดยเวลาที่เหลืออีก 85 นาที พวกเขาขอแค่ไม่โดนยิงเท่านั้นพอ

หลายๆ คนที่เป็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล ก็จะบอกว่า แอตฯ มาดริด นั้นเล่นเหมือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เลย แต่จริงๆ แล้วเราต้องบอกว่า เชฟฯ ยูไนเต็ด ต่างหาก ที่เล่นเหมือนกับพวกเขา

หลายครั้งที่เรามักจะเห็นทีมอุดใส่ ลิเวอร์พูล แต่สุดท้ายก็พ่ายให้กับความยอดเยี่ยมของพวกเขาอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็น เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, วูล์ฟแฮมป์ตัน, วัตฟอร์ด, เซาธ์แฮมป์ตัน หรือทีมอื่นๆ

แต่คราวนี้ พวกเขาต้องพบกับเกมรับที่เหนือกว่าอีกระดับ เป็นการเล่นเกมรับที่เป็นระดับสูงสุดของเวทียุโรปเลยก็ว่าได้

นี่เป็นการบ้านที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องไปแก้ไขเลย กับโจทย์ที่ว่า จะทำอย่างไรให้เกมรุกของเขา สามารถเจาะรถบัสของ "ตราหมี" ได้สำเร็จ

ปัญหาหลักๆ ของ ลิเวอร์พูล คือสิ่งที่เตรียมมา มันโดนคู่แข่งเขาจับทางได้ทั้งหมด โดยเฉพาะการคีย์ตัวผู้เล่นได้ถูกต้อง และไม่ปล่อยให้มีโอกาสเลย

3 ผู้เล่นที่ ลิเวอร์พูล โดนจับตาย จนเล่นไม่ออก และส่งผลให้ทีมพ่ายคือ

1.ซาดิโอ มาเน่

2.โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

3.เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

ต้องบอกก่อนว่าการจับตาย ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตามประกบจนไม่สามารถขยับตัวได้ แต่มันคือการทำให้คู่แข่งไม่ได้ใช้อาวุธที่ตัวเองถนัด

มาเน่ โดนไล่เตะ ไล่เสียบสกัดตลอดทั้งครึ่งแรก พร้อมกับทำการยั่วโมโหให้แข้งชาวเซเนกัล หงุดหงิดไปในตัว จนสุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ และโดนใบเหลืองไปด้วย

หลังจากโดนใบเหลือง เขาก็ยังชักศอกใส่คู่แข่งตลอด สุ่มเสี่ยงจะโดนไล่ออก ทำให้ คล็อปป์ ต้องตัดสินใจถอดเขาออกในช่วงครึ่งหลัง

ศูนย์หน้าชาวบราซิเลียน เจอกับคู่แข่งที่เข้าซ้อน 2 ตลอด เพื่อไม่ให้เขาได้ใช้เทคนิคการเลี้ยงบอล ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ ฟีร์มีโน่ รวมถึงการจ่ายบอลสวยๆ ให้เพื่อนๆ ก็ขาดหายไปเช่นกัน

สุดท้ายคือการบีบให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ นั้นเปิดบอลจากด้านข้างได้อย่างยากลำบากตั้งแต่ต้นเกม จนสุดท้ายก็ไม่สามารถหาจุดที่เช้าเป้าได้ในเกมนี้

บวกกับความกดดันจากแฟนบอล ที่สนาม ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ ทำให้แข้งขาของผู้เล่น ลิเวอร์พูล นั้นก็ติดขัดได้เช่นเดียวกัน

ในเกมวันที่ 11 มีนาคม ที่สนาม แอนฟิลด์ จะเป็นสังเวียนนัดที่ 2 ของคู่นี้ และจะเป็นช่วงเวลาที่ ลิเวอร์พูล จะต้องเอาคืนใส่ แอต.มาดริด ให้ได้ ซึ่งโจทย์ข้อแรกคือ ต้องเอาชนะให้ได้ และห้ามเสียประตู

ถ้าพวกเขาทำได้ตามเป้า ก็จะสามารถผ่านเข้ารอบต่อไปได้อย่างแน่นอน ด้วยศักยภาพที่มี แต่ถ้าหากทำไม่ได้ ก็อาจจะต้องบอกลาเวทีนี้ ที่พวกเขาเป็นแชมป์เก่าไปตั้งแต่รอบนี้เลย