หลังจากพักเบรกหนีหนาวมาเกือบ 2 สัปดาห์เต็ม นอกเหนือจากจะเติมความสดชื่นให้กับผู้เล่นแล้ว มันยังทำให้ผู้เล่นหลายๆ คนของ ลิเวอร์พูล กลับมาจากอาการบาดเจ็บได้ในนัดล่าสุด

ชื่อของ เจมส์ มิลเนอร์, ฟาบินโญ่ และ ซาดิโอ มาเน่ ถูกใส่เข้ามาในม้านั่งสำรอง มันล้นจนถึงขั้นที่ว่าทำให้ ทาคูมิ มินามิโนะ ถูกตัดชื่อออกไปเลยด้วยซ้ำ

นาบี เกอิต้า เองก็เช่นกัน เขาต้องประสบปัญหาเรื่องการบาดเจ็บออดๆ แอดๆ มาโดยตลอด แต่ในเกมที่เชือด นอริช เขาก็ได้รับโอกาสถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้ง

อดีตดาวเตะของ อาร์บี ไลป์ซิก เจ้าของค่าตัว 75 ล้านปอนด์ เคยได้รับความคาดหวังจากแฟนบอลเป็นอย่างสูง แต่จนแล้วจนรอด อาการบาดเจ็บที่รุมเร้าก็แทบทำให้ “เดอะ ค็อป” หลงลืมทั้งความคาดหวังและค่าตัวอันแสนแพงของเขากันไปหมดแล้ว

การปรากฏตัวของเขาในเกมล่าสุด ยังคงไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากมาย เกอิต้า เป็นผู้เล่นที่มีทักษะดี พื้นฐานฟุตบอลดูแน่นกว่ากองกลางของ “หงส์แดง” หลายๆ คนด้วยซ้ำ แต่ปัญหาก็คือเขายังเหมือนพูดภาษาฟุตบอลคนละภาษากับ ลิเวอร์พูล

นี่เป็นฤดูกาลที่ 2 ของดาวเตะกีนี ที่ถิ่น แอนฟิลด์ แต่เขายังดูเล่นไม่เข้าขากับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ เลย โดยสถิติจากนัดล่าสุดระบุว่า เจ้าตัวเลี้ยงผ่านคู่แข่งได้ 2 หน และตัดบอลได้สูงสุด 5 ครั้ง

มองเผินๆ แล้ว นี่เป็นสถิติที่ดีเยี่ยมมาก แต่เราต้องเข้าใจด้วยว่ามันคือสถิติในแง่ผลงานส่วนบุคคล เพราะถ้าลองหันไปดูเปอร์เซ็นต์การจ่ายบอลเข้าเป้า เกอิต้า นั้นทำไปแค่ 75.7 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น หรือพูดในอีกแง่ก็คือเขาจ่ายบอลเสียเยอะที่สุด

นั่นสวนทางกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่จ่ายเข้าเป้า 80.3 เปอร์เซ็นต์, ฟาบินโญ่ 84 เปอร์เซ็นต์ และ จีนี่ ไวจ์นัลดุม ที่ 96.7 เปอร์เซ็นต์ ทุกคนจ่ายบอลแม่นกว่า เกอิต้า ทั้งหมด

มันคือสิ่งที่เขาต้องพยายามปรับกันต่อไป เพราะถ้าหากยังปล่อยให้เป็นอยู่แบบนี้ เขาจะเป็นตัวรองรองจากทุกคนอย่างแน่นอน แม้กระทั่ง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ก็มีความลื่นไหลในการเล่นมากกว่าเขา

จากสถิติที่เคยเห็นกันมา ส่วนใหญ่แล้วการช๊อปปิ้งของ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะออกมาดีกันเกือบทุกคน โดยจะมีตัวดังๆ อย่าง มาร์โก กรูยิช อยู่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

หาก นาบี เกอิต้า ไม่พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นกว่านี้ เขาอาจประสบกับโชคชะตาชีวิตที่ลำบากขึ้นหลายเท่าหลังจบซีซั่นนี้ครับ