ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับเกมนัดแรกของการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020 ต้องบอกว่ามีประเด็นเรื่องราวให้พูดถึงกันมากมาย และ 1 ในนั้นคือการที่ 2 น้องใหม่อย่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ โปลิศ เทโร เอฟซี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเก็บชัยชนะได้ตั้งแต่นัดเปิดหัว

ซึ่งชัยชนะของน้องใหม่จะไม่น่าแปลกใจอะไรเลย ถ้าสองทีมที่โดนสอยร่วงตั้งแต่เกมแรกนั้นไม่ใช่สโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง เมืองทอง กับ บุรีรัมย์ ที่บุกไปแพ้ทั้งคู่ ด้วยสกอร์ 2-1 และ 1-0 ตามลำดับ 

แต่ละปีจะมีทีมน้องใหม่ จากไทยลีก 2 ที่ขึ้นมาสร้างสีสรรค์บนเวทีไทยลีก 1 โดยตลอดอยู่แล้ว บางทีมถึงขั้นขึ้นไปเบียดบนหัวตารางได้ บางทีมก็ทำได้ดีกับการตัดแต้มทีมใหญ่ อย่างฤดูกาลที่แล้ว ตราด หรือแม้แต่ พีทีที ระยอง ที่ยุบทีมไป ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทั้งฤดูกาล

ปีนี้ก็เช่นกันครับ น้องใหม่ระเบิดฟอร์มสุดแสบแผลงฤทธิ์ตั้งแต่นัดแรก ทั้ง บีจี ปทุมฯ และ เทโร ซึ่งแม้ว่าสองทีมนี้จะเป็นยอดทีมบนเวทีไทยลีกมาก่อน แต่ตกชั้นไปในปี 2018 กลับมาครั้งนี้พวกเขาสร้างความฮือฮาตั้งแต่นัดแรกด้วยการเปิดบ้านทุบทีมใหญ่อย่าง เมืองทองฯ ต้องมาพังพาบที่ ลีโอ สเตเดี้ยม ส่วน บุรีรัมย์ มาพ่ายอย่างช็อกแฟนบอลที่ บุนยะจินดา เล่นซะงงงวยกันเป็นแทบๆ เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า พวกเขากลับมาแน่ในปีนี้ โดยเฉพาะยิ่งทีม บีจี ที่ดูน่ากลัวมากกับขุมกำลังผู้เล่น

ส่วน ระยอง แม้จะเปิดด้วยการบุกแพ้ ชลบุรี แต่รูปแบบการเล่น ดูมีสีสัน และน่าสนใจมาก ต้องรอดูว่าหากกลับไปเล่นในบ้านจะมีทีเด็ดมากน้อยขนาดไหน

ถ้าจะให้พูดถึงในเกมคู่ บีจี ปทุมฯ กับ เมืองทอง ที่จริงดูจากตัวผู้เล่น ก็ไม่น่าแปลกใจอะไรที่เจ้าบ้านจะเอาชนะได้ เพราะอุดมไปด้วยนักเตะชื่อดังทั้ง วิคเตอร์ คาร์โดโซ, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สุมัญญา ปุริสาย และคนอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อคุณภาพทีมไม่ต่างหรืออาจดีกว่าผู้มาเยือนด้วยซ้ำ บวกกับการได้เล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองที่เข้ามาให้กำลังใจเกือบหมื่นคน การพลิกกลับมาชนะได้ทั้งที่โดนนำไปก่อนจึงไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้

บวกกับการที่ทาง "กิเลนผยอง" ยังดูน่าเป็นห่วงมากในเรื่องของผู้เล่นที่พวกเขาดูยวบลงไปมาก จากการปล่อยนักเตะออกไปเยอะ มีการดึงดาวรุ่งขึ้นมาเป็นแกนหลักหลายคนพร้อมผู้เล่นต่างชาติหน้าใหม่ แต่ก็คงต้องใช้เวลาอีกสักพักถึงจะจับจุดกันได้ 

รูปเกมว่าสนุกแล้ว เรื่องดราม่าระหว่างเกมยิ่งสนุกกว่า เมื่อมีถึง 2 แดง 2 จุดโทษ แถมการเรียกใช้ VAR ก็เยอะมากด้วยในเกมนี้ เรียกได้ว่าเป็นการใช้ที่คุ้มค่ามากๆ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีที่มันชัดเจน ลองคิดดูว่าถ้าไม่มี VAR ผู้ตัดสินจะต้องมีเรื่องและประเด็นร้อนให้พูดถึงหลังเกมอย่างแน่นอน

ส่วนการแข่งขันคู่ระหว่าง โปลิศ เทโร กับ บุรีรัมย์ ก่อนเกมมีสถิติที่น่าสนใจคือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อดีตแชมป์เก่าไทยลีก 6 สมัย ที่ไม่เคยแพ้ใครในเกมนัดเปิดสนามในลีกสูงสุดของเมืองไทย นับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ตลอด 10 เกมก่อนหน้านี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก ทว่าสถิติดังกล่าวต้องยุติลงไว้เพียงแค่ 10 นัด หลังจบเกมที่สนามบุณนะจินดา

รูปเกมคู่นี้ช่วงแรกเป็นทางเจ้าบ้าน ที่ทำได้ดีกว่าชัดเจน ทั้งการบุดเข้าใส่ทีมเยือนได้ต่อเนื่อง และมีจังหวะเข้าทำหลายครั้ง จนได้ประตูออกนำไปก่อนจากลูกยิงฟรีคิกระยะร่วม 30 หลา ของ ณรงค์ จันทร์เสวก หลังจากนั้นเกมก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นของทาง บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นฝั่งเจ้าบ้านเองนั้นแหล่ะที่เป็นฝ่ายถอยไปเล่นเกมรับ และรอสวนกลับมากกว่า

แต่กลับกลายเป็นว่าทัพ "ปราสาทสายฟ้า" ยังมีปัญหาเรื่องเดิมๆ คือกองหน้าต่างชาติ ที่ยังไม่มีใครแทนที่ ดิโอโก้ หลุยส์ ซาน ทั้งที่ย้ายออกไปแล้วปีกว่า พวกเขาลองผิดลองถูกเปลี่ยนศูนย์หน้าต่างชาติมาไม่ต่ำกว่า 6-7 คน นัดนี้ก็ยังชัดเจนว่า บูเอโน่ และ คูเอสต้า ยังจับจังหวะไม่ค่อยได้เท่าไหร่ จะให้มาพึ่งนักเตะไทยเพียงอย่างเดียว ก็คงจะทำไม่ได้ เพราะอย่างที่รู้กัน แต่ละทีมจะประสบความสำเร็จได้ ต่างชาติต้องเปรี้ยงปร้างแบบสุดๆ

ทั้งนี้คงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าน้องใหม่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ โปลิศ เทโร เอฟซี รวมถึง (ระยอง เอฟซี ที่แพ้ในเกมแรก) จะสานต่อผลงานจากนัดเปิดหัวไทยลีกต่อไปในรูปแบบไหน เกมแรกอาจวัดอะไรได้ไม่มาก การยืนระยะได้ยาวต่างหากที่จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของสโมสรในปีนี้

ส่วนทางฝั่งของ 2 ทีมยักษ์อย่าง เมืองทองฯ กับ บุรีรัมย์ แฟนบอลคงต้องให้กำลังใจกันต่อไป ผมเชื่อเหลือเกินว่าปีนี้จะยังคงเป็นปีที่ลำบากของพวกเขาต่อไปอีก 1 ซีซั่นอย่างแน่นอน...

เช็กโปรแกรมไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020 ทั้งหมดที่นี่ https://www.smmsport.com/livescore/competition/890/

เช็กผลบอลสดที่นี่ https://www.smmsport.com/livescore/

ขอบคุณภาพ : BG Pathum United, Police Tero FC