หลังสิ้นเสียงนกหวีดที่ ลีโอ สเตเดี้ยม แฟนบอล "กิเลนผยอง" คงหัวเสียไม่น้อย ที่ทีมรักของพวกเขาต้องกลับบ้านมือเปล่า เพราะบุกไปแพ้ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 2-1

เกมนี้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ออกสตาร์ทเกมได้อย่างสวยหรูในครึ่งแรก ทั้งได้จุดโทษจนออกนำ 1-0 ในน.38

แถมคู่แข่งอย่าง บีจี ยังต้องเหลือผู้เล่น 10 คน ในน.43 จากการที่ อิรฟาน ฟานดี้ โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไป เพราะไปย่ำใส่หลังของ สหรัฐ กันยะโรจน์

เรียกว่าจบ 45 นาทีแรก แฟนบอลเมืองทอง ต่างดี๊ด๊ากันใหญ่ เพราะสกอร์ก็นำ แถมผู้เล่นยังมากกว่า

แต่ครึ่งหลังต้องชม "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน กุนซือทีมบีจี ที่แก้เกมพลิกสถานการณ์ จากหน้ามือ เป็นหลังมือ

ผมไม่รู้ว่าในห้องแต่งตัว "โค้ชโอ่ง" พูดปลุกใจนักเตะแบบไหน แต่พอลงมาเล่นครึ่งหลัง เหมือนว่าแข้งแรบบิท ถูกปลุกให้ตื่นแบบเต็มตัว เพราะพวกเขาโหมบุกหนักเข้าใส่ เมืองทอง จนโงหัวไม่ขึ้น

ส่วนทางฝั่ง เมืองทอง ผมก็ไม่รู้เช่นกันว่า อเล็กซานเดร กาม่า ไปแก้เกมยังไง ครึ่งหลังถึงได้ลงมาตั้งรับเยอะขนาดนี้

จุดนี้ต้องชม "โค้ชโอ่ง" ที่เรียกพลัง และเรียกสติ จากแข้งบีจีให้กลับมาได้ พวกเขาค่อยๆเล่นเกมของตัวเอง จนสุดท้ายก็มาเจอจุดเปลี่ยน จากจุดโทษ และใบแดงของ สารัช อยู่เย็น ในน.53 

จังหวะนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก ว่าการทำแฮนด์บอลในเขตโทษของ สารัช ครั้งนี้ สมควรโดนใบเหลืองที่ 2 หรือไม่

เพราะมุมหนึ่งก็บอกว่า สารัช สมควรโดนใบเหลืองจริง

แต่อีกมุมหนึ่ง ก็มองว่า สารัช ไม่มีเจตนาทำแฮนด์บอล ดังนั้นการให้ใบเหลืองที่ 2 ดูจะรุนแรงไป

แต่ในเมื่อกรรมการ นิวัฒน์ อินสะอาด และตัวช่วยอย่าง VAR ได้พิจารณาแล้วว่า สารัช สมควรโดนใบเหลือง ก็เป็นอันว่าทั้ง 2 ทีม เหลือ 10 คนเท่ากัน

ทีนี้โมเมนตัมของเกม ก็ถูกเหวี่ยงไปเข้าทาง บีจี ทันที เพราะพวกเขากำลังบุกได้แบบเพลินๆ แถมตอนนี้สกอร์เท่ากัน และตัวผู้เล่นเท่ากันแล้ว

เกมที่เหลือจึงเป็น บีจี ที่แทบจะพับสนามบุก เพราะด้วยตัวผู้เล่นของ เมืองทอง ที่เป็นรองอยู่แล้ว บวกกับต้องเป็นฝ่ายออกมาเยือน จึงโดนเจ้าถิ่นบุกกดดันอย่างหนัก

สุดท้ายเขื่อนก็แตก เพราะน.70 ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่กลับมาจากญี่ปุ่น ก็ซํดประตูนำ 2-1 ให้บีจีจนได้

เกมนี้ต้องบอกว่า แนวรับของ เมืองทอง ไม่แน่นหนาและแข็งแกร่งเท่าไหร่ โดยเฉพาะวิงแบ็ค 2 ข้าง ที่ดูจะเป็นจุดอ่อนของทีม

แถมแดนกลางของทีมเมืองทองก็ยังเก็บบอลไม่ได้ ทำเกมไม่ได้เลย สรวิทย์ พานทอง ที่เด่นจาก U23 ก็แทบจะไร้บทบาทในนัดนี้

ยิ่งมาดูการเปลี่ยนตัวแก้เกมของ กาม่า แล้ว ก็ยิ่งปวดใจ เพราะตัวสำรองที่ถูกส่งลงมานั้น มีแต่นักเตะดาวรุ่งอย่าง อติคุณ มีท้วม, กรวิชญ์ ทะสา และ สกุลชัย แสงโทโพธิ์

เรียกว่าแต่ละคน แทบจะลงมาเปลี่ยนเกมไม่ได้เลย ทำให้รูปเกมในช่วงท้าย บีจี เล่นสบายมาก และเกือบจะได้ประตูที่ 3 ตอกฝาโลงไปเสียอีก

จบเกมแฟนบอลกิเลนผยอง เข้าไปคอมเมนต์ในแฟนเพจนับพัน ซึ่งเมื่อไล่อ่านดู ส่วนใหญ่ต่างบ่นและผิดหวังกับผลงานในนัดนี้

แม้จะเพิ่งผ่านไปแค่เกมแรก แต่ดูทิศทาง และแนวทางของทีมแล้ว ผมเชื่อว่าแฟนบอลหลายคน คงต้องทำใจกับทีมในปีนี้ ว่าอาจจะขอจบแค่กลางตาราง หรือไม่ต้องไปดิ้นหนีตกชั้น ก็นับว่าดีแล้ว

อย่างไรก็ตาม มันถือเป็นการบ้านสำคัญของ กาม่า ว่าจะพัฒนาทีมอย่างไร ในสภาพที่มีผู้เล่นจำกัดแบบนี้

เพราะหากยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เชื่อว่า กาม่า อาจต้องโบกมือบ๊ายบายไปก่อนจะหมดสัญญาแน่นอน