ฤดูกาล 2019 ต้องเจอซีซั่นที่ยากลำบากพอสมครกว่าจะเอาตัวรอดได้สำหรับสโมสร สุโขทัย เอฟซี ทำให้ฤดูกาล 2020 พวกเขาต้องเตรียมความพร้อมให้มากกว่าเดิม

วันนี้ผมจะพาไปดูความพร้อมของ สุโขทัย เอฟซี ว่าพร้อมแค่ไหน กับการไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาล 2020 ที่จะเปิดฉากขึ้นอีกไม่กี่วันนี้

งบประมา+เป้าหมาย

ในงานเปิดตัวสโมสร บอร์ดบริหารไม่ได้บอกว่าในฤดูกาลนี้ ใช้งบประมาณทำทีมเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าน่าจะอยู่ที่ 80-100ล้านบาท ซึ่งถือว่ากลางๆกับการแข่งขันในลีกสูงสุด โดยในส่วนนี้ก็ใช้ในการบริหารจัดการทีมโดยเฉพาะการดึงนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทัพซึ่งมีหลายรายเลยทีเดียว

เป้าหมายของ สุโขทัย เอฟซี ในการแข่งขันศึกไทยลีก 2020 พวกเขาอยากจบอันดับ 1 ใน 6 ของตาราง หรืออย่างน้อยต้องไม่ต้องไปลุ้นหนีตกชั้นเหมือนกับฤดูกาลที่ผ่านมา ที่ต้องลุ้นเหนื่อยกว่าจะเอาตัวรอดได้ ซึ่งเป้าหมายที่ตั้งไว้ถือว่าหนักพอสมควรเลยทีเดียว

แม่ทัพคนใหม่

ฤดูกาล 2020 "ค้างคาวไฟ" ได้ "โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ โค้ชหนุ่มมากฝีมือมารับบทแม่ทัพคนใหม่ โดยเจ้าตัวมีจุดเด่นเรื่องการสร้างฟุตบอลเกมรุกเอนเตอร์เทนแฟนบอล เหมือนกับสมัยที่สร้างชื่อกับ พัทยา ยูไนเต็ด และที่ สุโขทัย เอฟซี ผลงานไม่ดีในฤดูกาลที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งก็คือเกมรุกตื้อมาก ทำให้หนักไปทางเสมอซะส่วนใหญ่

มาปีนี้ "โค้ชอั๋น" ประกาศว่าขอทำทีมเน้นเกมรุกดุดัน ผสมกับผลการแข่งขันที่ดี อย่างน้อยๆต้องยิงประตูให้ได้ทุกเกม ก็ต้องมาดูกันว่า "ค้างคาวไฟ" โฉมใหม่จะทำได้ดีขนาดไหน

นักเตะย้ายเข้า-ย้ายออก

นักเตะที่ย้ายเข้า : พีระพงษ์ เรือนนินทร์ (พีทีที ระยอง) , ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกุล (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี) , เอวานโดร เปาลิสต้า (เสฉวน หลงฟา เอฟซี) , ทัตพิชา อักษรศรี (ไทยฮอนด้า เอฟซี) , นลธวัช รักอก (เกษตรศาสตร์ เอฟซี) , มงคล ทศไกร (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด) , ชัยมงคล บทนอก (บางกอก เอฟซี) , ซอ มิน ตุน (ชลบุรี เอฟซี) , อิบสัน เมโล (สมุทรปราการ ซิตี้)  , สุธิพงษ์ พิศาลทรัพย์ , นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) , วรนาถ ทองเครือ (สมุทรปราการ ซิตี้)
, สุทธินันท์ พุกหอม (พีทีที ระยอง) และ ศิลา ศรีกำปัง (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี)

นักเตะย้ายออก : โจเอล ซามี (เชียงใหม่ ยูไนเต็ด) , เอียน แรมซีย์ (พีที ประจวบ เอฟซี) , ยานโต บาสนา (พีที ประจวบ เอฟซี)  , กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ (หนองบัว พิชญ เอฟซี) , ศักดรินทร์ มิ่งสมร (หนองบัว พิชญ เอฟซี) , ก้องนทีชัย บุญมา (เชียงใหม่ เอฟซี) , โจชัว กรอมเมน, เคอร์ราน เฟิร์น , อันโตนิโอ แวร์ซูรา (MOF ศุลกากร ยูไนเต็ด) , กิตติพงษ์ วงมา (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี) , ปิยพงษ์ หอมขจร (เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด) ,  แจ็ค เคราซ์  , นรภัทร ไก่แก้ว , ชมพู แสงโพธิ์ และ รังสรรค์ วิรุฬห์ศรี (ตราด เอฟซี)

คีย์แมนสำคัญ

ฤดูกาลที่ผ่านมา คีย์แมนสำคัญของ สุโขทัย เอฟซี ก็คือ "เดอะแบก" จอห์น บาจโจ้ หากวันใดเจ้าตัวเล่นดีทีมก็มีโอกาสชนะ แต่หากวันใดโดนรุมกินโตะเล่นไม่ออกโอกาสชนะคู่แข่งแทบไม่มีเลย ซึ่งถือเป็นงานหนักเกินไปที่ยกภาระให้นักเตะคนเดียว

ในฤดูกาลนี้บอร์ดบริหารดึงแข้งดังเข้ามาช่วยงาน บาจโจ้ หลายรายทั้ง อิบสัน เมโล ตัวรุกจาก พัทยา ยูไนเต็ด , เอวานโดน เปาลิสต้า ดาวยิงจากลีกจีน รวมถึงแข้งไทยชื่อดังอย่าง มงคล ทศไกร ที่เข้ามาช่วยเช่นเกียวกัน ทำให้ไม่ต้องฝากความหวังไว้ที่ บาจโจ้ คนเดียว ซึ่งก็ต้องมาดูว่าแข้งใหม่ที่ดึงมาจะทำได้ดีแค่ไหน

โอกาสประสบความสำเร็จ

ดูจากผลงานในช่วงปรีซีซั่นของ สุโขทัย เอฟซี อาจจะยังไม่ลงตัวมากนัก แต่ถ้าดูที่ขุมกำลังพวกเขาน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ก็ต้องมาดูกันว่าช่วงเวลาอีกไม่ถึงสัปดาห์ "โค้ชอั๋น" จะปรับจูนทีมได้ดีแค่ไหน เพราะในปีนี้เป้าหมายของบอร์ดบริหารสูวกว่าเดิมเยอะ ถ้าจูนทีมได้ลงตัวเร็วเท่าไหร่ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จ แต่ถ้าตรงข้ามก็เหนื่อย

ในมุมมองส่วนตัวผมเชื่อว่า "ค้างคาวไฟ" ทีมนี้มีดีพอที่จะประสบความสำเร็จที่ตั้งไว้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูผลงานในสนาม ทุกอย่างจะมห้คำตอบเอง แล้วมาดูกันว่าพวกเขาจะทำได้ดีแค่ไหน...