แม้ว่าทัพ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะไปไม่ถึงฝันในระดับเอเชีย หลังจากที่ต้องอกหักตกรอบเพลย์ออฟ(รอบ3) ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยการบุกไปพ่าย เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี 0-3 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา(28 ม.ค. 63)

แต่จากการที่ได้มีโอกาสนั่งดูการเล่นของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชุดนี้ บอกได้เลยว่าพวกเขามีพัฒนาการที่สามารถยกระดับขึ้นมาได้ดีกว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วหลายเท่าตัว

และนี่คือ 5 สิ่งที่สัมผัสได้หลังจากได้เห็นฟอร์มของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในการลุยศึกฟุตบอลถ้วยใหญ่ของเอเชีย...


- เกมรับที่เหนียวแน่นขึ้น
สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดเจนคือเกมรับของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ดูแข็งแกร่งขึ้นอย่างผิดหูผิดตา แม้แผงกองหลังจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรจากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่หนึ่งนักเตะในตำแหน่งกองกลางตัวรับที่คว้าเข้ามาอย่าง จอง แจ ยอง ถือเป็นส่วนผสมสำคัญที่เข้ามาช่วยปัดกวาดเกมรุกคู่แข่งก่อนที่จะทะลุเข้ามาถึงแดนหลัง

นั่นทำให้แนวรับของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีเวลาในการเซตโซนมากขึ้น เนื่องจากกองกลางเกาหลีใต้รายนี้ช่วยชะลอความเร็วและทุ่นแรงในการป้องกันเกมรุกของคู่ต่อสู้ไปได้เยอะ น่าสนใจว่าด้วยมาตรฐานเกมรับแบบนี้ หากมาใช้ในการแข่งขันไทยลีก คงจะเป็นการบ้านชิ้นโตของบรรดาสโมสรทั้งหลาย ว่าจะหาทางอย่างไรในการเจาะประตูทัพปราสาทสายฟ้า


ทัพนักเตะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด


- การเสริมทัพที่ใช้งานได้ทันที
นอกจาก จอง แจ ยอง ที่คว้าตัวเข้ามาใหม่แล้ว ยังมี 2 ประสานเกมรุกต่างชาติที่จัดหนักจัดเต็มนำเข้ามาเช่นเดียวกัน ทั้ง แบร์นาโด้ คูเอสต้า และ ริคาร์โด บูเอโน ซึ่งทั้งคู่ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าการเข้ามาของพวกเขาช่วยทำให้เกมรุกของทีมดูมีมิติและพอฝากความหวังได้มากขึ้น

แม้เกมนี้เจ้าตัวจะไม่สามารถยิ่งประตูให้ต้นสังกัดได้ นั่นก็เป็นเพราะรูปเกมส่วนใหญ่โดนเปิดเกมบุกเข้าใส่บ่อยครั้ง แต่ก็มีหลายๆจังหวะที่เจ้าตัวใช้ความสามารถเฉพาะตัวเล่นงานแนวรับคู่แข่งได้ เชื่อว่าหลังจากนี้กว่าที่ลีกบ้านเราจะเปิดฉากขึ้น 2 ประสานจากแดนอเมริกาใต้ จะสามารถผนึกกำลังและช่วยยกระดับเกมรุกให้ทีมได้ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน


ริคาร์โด บูเอโน ดาวยิงความหวังใหม่ของปราสาทสายฟ้า


- รวมตัวเร็วจึงลงตัวเร็ว
ก่อนหน้านี้ โบซิดาร์ บันโดวิช ตัดสินใจเรียกนักเตะเข้ามารวมตัวกันเป็นระยะเวลากว่า 5 สัปดาห์ เนื่องจากพวกเขารู้ดีว่ามีโปรแกรมสำคัญในการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ รออยู่ และเมื่อทีมได้มีเวลารวมตัวกันเยอะก็ยิ่งส่งผลให้นักเตะเล่นได้อย่างลงตัวกันได้เร็วมากขึ้น

แม้นักเตะไทยหลายๆคนของทีมจะต้องออกไปรับใช้ทีมชาติไทยในชุดU23 และต้องมารวมตัวช้ากว่าคนอื่นๆ แต่ด้วยความที่อยู่กับทีมมานานแล้ว ก็แทบจะไม่ต้องปรับตัวให้เข้ากับระบบการเล่นมากมาย เหลือเพียงแค่การทำความกับนักเตะใหม่ๆที่เสริมเข้ามาเพื่อให้เข้าใจเข้าขารู้ใจกันมากกว่าเดิมก็เท่านั้น


โบซิดาร์ บันโดวิช ได้โอกาสพาทีมลุยต่อในซีซั่น2020


- ทำเอาโคตรทีมจากลีกจีนเกือบไปไม่เป็น
จะว่าไปแล้วเกมนั้นนี้ทางฝั่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกไปเยือนแบบรู้ตัวเองว่าเป็นรอง จึงตัดสินใจวางแผนการเล่นแบบรัดกุมที่สุด ซึ่งผลงานที่เกิดขึ้นก็ถือว่าทำได้ดีมากๆแล้ว มีหลายจังหวะที่ได้โอกาสสวนกลับบ่อยครั้ง แต่ก็ยังไม่คมพอในพื้นที่สุดท้าย ส่วนเกมรับก็ทำได้อย่างเหนียวแน่นจนทางฝั่ง เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี แทบจะหมดมุกในการเข้าทำไปแล้ว

น่าเสียดายที่มาพลาดเสียประตูในช่วง 15 นาทีสุดท้ายจากจังหวะเปิดเกมทางริมเส้นของคู่แข่งที่ทำได้อย่างแม่นยำ ก่อนที่หลังจากนั้น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะต้องเปิดหน้าแลกแบบไม่มีทางเลือก เพราะไม่ว่าจะแพ้กี่ประตูก็ตกรอบเหมือนกัน ทำให้แนวรับมีช่องว่างเยอะ และเสียเพิ่มไปอีก 2 ประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ


ต่อกรกับบรรดานักเตะดาวดังได้อย่างสมศักดิ์ศรี

จะว่าไปมันก็น่าคิดอยู่เหมือนกันว่าหากการแข่งขันในรอบเพลย์ออฟของรายการนี้เปลี่ยนรูปแบบมาเล่นแบบเหย้า-เยือน บางที บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาจจะยอมเสียแค่ 1 ประตู และไม่ต้องเร่งเปิดเกมแลก แล้วค่อยมาลุ้นเอาในบ้านของตัวเองในเกมที่สอง แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่มุมมอง เพราะในความจริงการแข่งขันรอบนี้ยังต้องเตะกันเพียงแค่นัดเดียวเหมือนเดิม


- ความมุ่งมั่นของนักเตะ
จากความผิดหวังเมื่อฤดูกาลที่แล้วของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือ ทำให้ในฤดูกาลนี้พวกเขามีความกระหายที่จะทวงความสำเร็จกลับคืนมาสู่สโมสรให้ได้อีกครั้ง สังเกตจากความมุ่งมั่นของนักเตะแต่ละคนที่ใส่และทุ่มเทแบบสุดตัว สภาพร่างกายที่ฟิตตั้งแต่ไทยลีกยังไม่เปิดฤดูกาล

น่าสนใจว่าซีซั่นใหม่ที่กำลังจะมาในอีกไม่ถึง 1 เดือน ทัพ "ปราสาทสายฟ้า" จะกลับมาเป็นทีมที่โชว์ฟอร์มร้อนแรงตั้งแต่ช่วงออกสตาร์ทโค้งแรกเลยหรือไม่...

"บิ๊ก กิโล10"