สิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลา บรรยากาศ ที่ แพท สเตเดียม ทำให้ผมและแฟนบอล 6,234 คน ถึงกับทำอะไรไม่ถูก เพราะ เกมระหว่าง การท่าเรือ เอฟซี กับ เซเรส เนกรอส ผลการแข่งขันมันไม่เป็นอย่างที่คิด

การท่าเรือ เอฟซี เปิดบ้านพบ เซเรส เนกรอส จากฟิลิปปินส์ ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2020 รอบคัดเลือก รอบที่ 2 อังคารที่ 21 มกราคม 2563 เวลา19.00น. 

เกมนี้ถือว่ามีความสำคัญ เพราะถ้า "สิงห์เจ้าท่า" ผ่านเข้ารอบต่อไปได้ จะต้องบุกไปเยือน เอฟซี โตเกียว ในรอบเพลย์ออฟ วันอังคารที่ 28 มกราคม 2563 ซึ่งเกมนัดเดียวอะไรก็เกิดขึ้นได้ และทุกคนตั้งเป้าที่จะผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มให้ได้

"มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ปรธานสโมสร ลงทุนมหาศาลในฤดูกาลนี้ เริ่มตั้งแต่การปรับปรุงสนามใหม่ให้ผ่านมาตรฐานของ เอเอฟซี ซึ่งผมเองได้มีโอกาสไปเห็น แพท สเตเดียม โฉมใหม่ ด้วยตาตัวเอง ต้องบอกว่าสุดยอดจริงๆ เก้าอี้ใหม่สีสันสวยงาม พื้นสนามเนียนกริ๊บ และที่สำคัญ แฟนบอลเข้าไปชมเกมจนเต็มสนาม แม้จะเป็นเกมกลางสัปดาห์

การท่าเรือ จัดทัพใหญ่ลงสู้ แข้งตัวหลักจากฤดูกาลก่อนยังอยู่กันครบ ทั้ง วรวุฒิ ศรีสุภา, นิติพงา เสลานนท์, เอเลียส ดอเลาะ, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, เควิน ดีรมรัมย์, โก ซุล กิ, ศิวกรณ์ จักขะประสาท, บดินทร์ ผาลา, เซอร์จิโอ ซัวเรส และ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ โดยมี เฮแบร์ตี้ เป็นแข้งใหม่รายเดียว ที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริง 

ขณะที่ เซเรส เนกรอส มีนักเตะที่เราคุ้นชื่ออย่าง สตีเฟ่น ชร็อค, ไมค์ อ็อตต์, และ  ฮิคารุ มิเนกิชิ นำทัพ แถมยังมี มาร์ค ฮาร์ทมันน์ อดีตกองหน้า อุบล ยูไนเต็ด ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, สุพรรณบุรี เอฟซี และ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เป็นทีเด็ดที่ข้างสนาม

รูปเกม การท่าเรือ มีโอกาสมากมาย แต่ก็ยิงทิ้งยิงขว้างไปหมด ส่วน เซเรส เนกรอส ต้องซื่นชมในความเป็นนักสู้ พวกเขามีโอกาสขึ้นนำหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยิงไม่ผ่านมา วรวุฒิ ศรีสุภา

แต่สุดท้าย น.51 วรวุฒิ ก็มาพลาดปัดลูกเปิดจากกราบขวาของ สเตฟาน ชร็อค เข้าประตูตัวเอง เเละเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้น ทำให้แชมป์ลีกฟิลิปปินส์ ผ่านเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ

อย่างที่บอกไปว่า วรวุฒิ ศรีสุภา ก็ทำหน้าที่ได้ดี หากไม่นับลูกที่พลาดก็ช่วยป้องกันจังหวะอันตรายหลายต่อหลายครั้ง แต่เป็นการท่าเรือ ที่ทำได้ไม่ดีเอง อันนี้ต้องยอมรับ โอกาสจังๆที่สุดน่าจะเป็นการยิงของ ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ระยะไม่กี่หลา แต่ไปโดนกองหลังทีมเยือนสกัดออกจากเส้น, ส่วน เฮแบร์ตี้ ได้ยิงฟรีคิกระยะอันตรายหลายครั้ง ก็ยังไม่ตรงกรอบ, ซัวเรส ได้โหม่งโล่งๆแบบไร้ตัวประกบ ก็ยังถากเสา 

จะบอกว่าโชคร้ายก็คงไม่ผิด แต่จะโทษโชคอย่างเดียวก็คงไม่ได้

"ต้องยอมรับว่าวันนี้เราไม่ดีพอ และก็ขอแสดงความยินดีกับคู่แข่งที่ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ ข้อผิดพลาดของเราในเกมนี้คือไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสที่มีเป็นสกอร์ได้ จะเห็นว่าทุกคนตั้งใจที่จะผ่านเกมนี้เพื่อไปเล่นที่โตเกียวให้ได้ เราไม่ค่อยเห็นนักเตะของการท่าเรือออกอาการเสียขวัญแบบนี้ ต้องขอโทษแฟนบอลการท่าเรือฯจากใจที่มาเชียร์กันเต็มสนาม แต่ฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ แม้ว่าเราจะมีการเตรียมทีมมาเป็นอย่างดีแต่สุดท้ายกลับไม่สามารถได้ผลการแข่งขันตามที่ต้องการได้ ก็ต้อมยอมรับกับมัน"

"คืนนี้ทุกคนในทีมรวมถึงตัวแป้งเองก็คงจะนอนไม่หลับ ซึ่งจากนี้คงจะต้องกลับไปจูนกันใหม่เพื่อให้มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเรายังมีนักเตะใหม่ๆเข้ามาหลายคนด้วย วันนี้สิ่งที่เสียใจที่สุดคือการแพ้ในบ้านตัวเอง เพราะเราตั้งใจมากกว่าที่เราจะทำให้สนามแห่งนี้ใช้แข่งขันได้ แต่ก็คงจะโทษใครไม่ได้เพราะทุกคนก็อยากจะชนะกันทั้งนั้นและอยากจะเข้ารอบต่อไปให้ได้ ต้องขอโทษทุกคนอีกครั้ง"

นี่คือคำพูดของ "มาดามแป้ง" ประธานสโมสรหญิงแกร่ง ที่เดินทางมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้วยตัวเอง

เช่นเดียวกับ "เซอร์เด็จ" จเด็จ มีลาภ ก็ยังยอมรับว่าทีมยังต้องปรับปรุงอีกมากโดยเฉพาะความเด็ดขาด ส่วน อดิศักดิ์ ไกรษร ที่ลงสนามมาในครึ่งหลัง ก็สามารถประสานงานกับ เฮแบร์ตี้ ได้ดี เชื่อว่าหลังจากนี้ก็น่าจะมีความเข้าขากันมากขึ้น"

ทุกคนกำลังผิดหวังและเสียใจ แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อไป หลังจากนี้ไม่ถึงเดือน ฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2020 จะเปิดฉากขึ้น เราต้องมาดูว่า สิงห์เจ้าท่า จะมีความพร้อมแค่ไหน แต่ก่อนจะเปิดฤดูกาลใหม่ ยังมีศึกลีโอ ปรีซีซั่นคัพ 2020 และ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์คัพ 2020 ที่จะพบกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์ไทยลีก ปี 2019 ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งถือเป็นการชิงถ้วยเปิดหัว เพื่อเรียกความมั่นใจก่อนฤดูกาลใหม่จะเริ่มขึ้น

ความพ่ายแพ้นัดเดียวไม่สามารถตัดสินอะไรได้ และคงไม่ทำให้นักเตะ, บอร์ดบริหาร และ แฟนบอล ถอดใจ สู้ต่อไป การท่าเรือ ฤดูกาลใหม่แชมป์ไทยลีกไม่ไกลเกินฝัน