จบเส้นทางไว้ที่รอบ8ทีมสุดท้ายสำหรับทีมชาติไทยในการแข่งขันศึกชิงแชมป์เอเชียยู23 ที่รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ โดยเกมล่าสุดพ่ายให้กับ ซาอุดิอาระเบีย ไป 0-1 ท่ามกลางกระแสดราม่าที่เกิดขึ้นมากมาย

วันนี้ผมจะมาวิเคราะห์ผลงานของ ช้างศึก ในทัวร์นาเมนต์นี้ ว่าโดยรวมผ่านหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดจะเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน อาจจะไม่ตรงใจใครหลายๆคน ต้องขอออกตัวก่อนนะครับ

ก่อนที่จะเริ่มทรัวนาเมนต์ มีเสียงวิจารณ์มากมาย โดยเฉพาะการเตรียมทีม หลังจากที่ตกรอบแรกซีเกมส์ที่ฟิลิปปินส์ แต่ อากิระ นิชิโนะ ปล่อยให้นักเตะได้พักเต็มที่ ก่อนจะเรียกมารวมตัวซ้อมก่อนที่การแข่งขันเกมแรกจะเริ่มขึ้นไม่ถึงสามสัปดาห์ ต่างจากเพื่อบ้านเราในอาเซียนอย่าง เวียดนาม ที่เก็บตัวต่อเนื่องหลังจากที่จบซีเกมส์ทันที

ช้างศึก ประเดิมเกมแรกได้เหมือนฝันเมื่อไล่ถล่ม บาห์เรน ไปถึง 5-0 ซึ่งหลังจากที่จบเกมแรกแฟนบอลต่างชื่นชมฟอร์มของนักเตะกันยกใหญ่ ทำให้เราวาดฝันถึงการไปเล่นโอลิมปิกที่ญี่ปุ่น เนื่องจากการเล่นมีทรงอย่างมาก ต่างจากซีเกมส์ชัดเจน

อย่างไรก็ตามพอมาถึงเกมที่สอง เราต้องลิ้มรสกับความพ่ายแพ้เกมแรก เมื่อโดน ออสเตรเลีย แซงชนะ 2-1 ต้องมาลุ้นเข้ารอบเกมกับ อิรัก ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม โดยสองนัดแรก นิชิโนะ จัดผู้เล่นชุดเดิมลงสนามครบทั้ง 11ตำแหน่ง

เกมดวล อิรัก นิชิโนะ สร้างความแปลกใจให้แฟนบอลเมื่อทำการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นถึง 7คนจากสองเกมแรก และเราก็ทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ด้วยการยันเสมอ 1-1 ผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ในฐานะของการเป็นอันดับสองของกลุ่มเอ

มาถึงในเกมรอบน็อกเอาท์หรือรอบ8ทีมสุดท้าย ช้างศึก ต้องโคจรมาดวลกับ ซาอุดิอาระเบีย แชมป์ของกลุ่มบี โดยการแข่งขันก็อย่างที่หลายคนทราบ ไทย แพ้ไป 0-1 ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

ผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นยังสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้แฟนบอลไทยพอสมควร จากจังหวะจุดโทษปัญหาที่กรรมการเป่าให้กับ ซาอุดิอาระบีย ซึ่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากเอเอฟซีถึงการเลือกผู้ตัดสินชาวโอมานซึ่งเป็นชาวอาหรับเช่นเดียวกับ ซาอุดิอาระเบีย มาทำหน้าที่ ทั้งการตัดสินในสนามรวมถึงกรรมการในห้องวีเออาร์ด้วย

พูดกันถึงรูปเกมในวันนั้น เราไม่สามารถปฎิเสธได้ว่า ซาอุดิอาระะบีย เล่นได้ดีกว่า ไทย จริงๆ แต่ถ้าไม่โดนจุดโทษกังขาจังหวะนั้น เราก็มีโอกาสที่จะยันผลเสมอได้ แต่การมาตกรอบแบบนี้ถือว่าน่าเสียดายมากๆ และยากที่จะทำให้แฟนบอลไทยรับได้ จนสมาคมกีฬาฟุตบอลฯต้องทำเรื่องไปยังเอเอฟซีเพื่อให้ชี้แจงการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินรายนี้

ภาพรวมของ ไทย ในการแข่งขันศึกชิงแชมป์เอเชียยู23ในครั้งนี้ ในมุมมองของผมคิดว่าเราทำได้เสมอตัว ไม่ได้ดีเว่อร์ แต่ก็ไม่ได้แย่ เราทำได้ดีบางเกม แต่ก็มีบางนัดที่ทำได้ไม่ดีเช่นกัน

การเข้ารอบ8ทีมสุดท้ายถือว่าเราทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และถ้าเทียบกับ เวียดนาม ในฐานะคู่แข่งในอาเซียน ถือว่าเราทำได้ดีกว่าชัดเจนเพราะเพื่อนบ้านเราตกรอบแรกด้วยการเป็นทีมบ๊วยไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลย

สิ่งที่ต้องชื่นชมทีมชุดนี้ คือสไตล์การเล่นที่เราพัฒนาขึ้นมาชัดเจนจากซีเกมส์ นักเตะทุกคนกล้าเล่น ไม่ว่าจะเจอกับคู่แข่งระดับใด เราจะพยายามเล่นในสไตล์ที่ถนัด ไม่มีการอุดเพื่อเน้นผลอย่างเดียว ซึ่งสไตล์แบบนี้คือสิ่งที่แฟนบอลต้องการ เพราะทำให้มองเห็นอนาคต ว่าเราสามารถพัฒนาได้

แต่สิ่งที่อาจจะเป็นจุดที่ต้องปรับปรุง ก็ยังเป็นเหมือนเดิม คือเมื่อใดที่เราเราตื้อหรือตัน เรายังไม่เห็นการแก้เกมของ นิชิโนะ ที่จะสามารถเปลี่ยนเกมได้ พูดให้เห็นภาพง่ายๆคือแผนสองที่เรายังไม่ได้เห็น หากแผนเอไม่ได้ผล จุดนี้เชื่อว่าหลายคนคิดเหมือนกัน รวมถึงการเปลี่ยนตัวผู้เล่นระหว่างเกมที่บางครั้งอาจจะดูช้าไปหน่อย

ภาพรวมในการแข่งขันครั้งนี้ แม้ผมจะมองว่า เราทำได้เสมอตัว ไม่ได้ดีและก็ไม่ได้แย่ แต่ก็รู้สึกประทับใจหลายๆอย่าง ที่ชัดเจนคืออนาคต ถ้าเล่นแบบนี้มองเห็นอนาคตแน่นอน อยู่ที่ว่า อากิระ นิชิโนะ จะสามารถต่อยอดพัฒนาได้ดีแค่ไหน 

ผู้เล่นชุดนี้แจ้งเกิดได้หลายคน ทำให้เราได้เห็นเจนเนอเรชั่นใหม่ ที่เป็นอนาคตของชุดใหญ่ได้ ไม่ว่าจะเป็น กรพัฒน์ นารีจันทร์ นายด่านฝีมือดี , สองพี่น้อง อักษีศรี ฑิตาธร และ ธิตาวีร์ ที่แจ้งเกิดได้เต็มตัว เช่นเดัยวกับ สรวิทย์ พานทอง และ เบนจามิน เดวิส ที่มองเห็นอนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้า

จากนี้ก็หวังว่าน้องๆ จะเอาความผิดหวังไปเป็นกำลังใจ ในการพัฒนาตัวเอง เวทีทีมชาติชุดใหญ่กำลังรอทุกคนอยู่ครับ เอาใจช่วย...