ตัดเกรดให้คะแนนผลงานของนักเตะทีมชาติไทย ในเกมที่แพ้ ซาอุดิอาระเบีย 0-1 อกหักตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี แบบน่าเสียดาย แต่ไม่มีอะไรจะต้องเสียใจ...

ทัพ "ช้างศึกU23" ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ผ่านการลงสนามในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เจอกับซาอุดิอาระเบีย ไปเป็นที่เรียบร้อย

โดยเกมดังกล่าวนักเตะทีมชาติไทยรวมใจกันเล่นและสู้กับคู่แข่งได้เป็นอย่างดี ก่อนที่สุดท้ายจะพ่ายไป 0-1 จากจุดโทษที่มาจากวีเออาร์แบบค้านสายตาแฟนบอลทั้งประเทศ เราจะไปดูกันว่าเกมนัดนี้แข้งไทยแต่ละคนโชว์ฟอร์มได้เป็นอย่างไรกันบ้าง

ผู้รักษาประตู

กรพัฒน์ นารีจันทร์ (7.5 คะแนน)
ยังคงได้โอกาสลงสนามเป็นมือ1 อย่างต่อเนื่อง และก็สามารถช่วยทีมป้องกันลูกอันตรายๆเอาไว้ได้หลายต่อหลายครั้งโดยเฉพาะลูกหลุดเดี่ยวของคู่แข่ง แม้จะมีจังหวะออกบอลพลาดอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าไม่ได้สียหายจนถึงขั้นโดนยิงประตู ส่วนจังหวะที่เสียก็มาจากลูกจุดโทษที่ต้องวัดใจกับคู๋แข่งแบบ 50-50


กองหลัง

มีโชค มหาศรานุกูล (6.5)
ได้โอกาสกลับมาลงสนามเป็น 11 คนแรกอีกครั้ง ซึ่งโดยรวมแล้วก็ถือว่าทำผลงานได้ดีเวลาเล่นเกมรับ ขณะที่เกมรุกก็มีจังหวะเติมขึ้นไปสวยๆอยู่บ่อยครั้ง แต่น่าเสียดายที่จังหวะสุดท้ายยังเปิดบอลไม่เข้าเป้า โดยรวมแล้วเป็นฟอร์มที่ทำได้ตามมาตรฐานของตัวเอง ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกตามแท็คติกในช่วงท้าย

ทิตาวีร์ อักษรศรี (7 คะแนน)
มีชื่อลงตัวจริงอย่างต่อเนื่องเป็นเกมที่สองติดต่อกัน ซึ่งโดยรวมผลงานของเจ้าตัวก็ถือว่าช่วยเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น ทั้งจังหวะตัดเกมคู่แข่ง และจังหวะปะทะแย่งบอลก็ทำได้ดี ภาพรวมผลงานที่เกิดขึ้นถือว่ายังเป็นฟอร์มที่น่าประทับใจ

ศฤงคาร พรมสุภะ (7.5 คะแนน)
ถือเป็นหัวใจสำคัญในเกมรับของทีมชาติไทย โดยนัดนี้เจ้าตัวคอยช่วยทีมป้องกันจังหวะอันตรายของคู่แข่งเอาไว้ได้หลายต่อหลายครั้ง และยืนตำแหน่งได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังแสดงถึงความมีภาวะผู้นำของทีมออกมาในหลายๆช็อตที่คอยไปห้ามเพื่อนร่วมทีมและคอยกดดันผู้ตัดสิน โดยภาพรวมแล้วเป็นการเล่นที่ทำได้อย่างน่าประทับใจ

ทิตาธร อักษรศรี (7 คะแนน)
ยึดตำแหน่งแบ็กซ้ายตัวจริงแบบยาวๆในทัวร์นาเมนต์นี้ โดยตลอดทั้งเกมเจ้าตัวก็ถือว่าทำผลงานได้ตามมาตรฐานของตัวเอง ทั้งจังหวะปิดเกมรุกทางริมเส้นของคู่แข่ง และลงมาคอยช่วยซ้อนกองหลังได้เป็นอย่างดีในหลายๆจังหวะ โดยรวมผลงานของเขาถือว่าสามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวในทัวร์นาเมนต์นี้


กองกลาง

สรวิทย์ พานทอง (6 คะแนน)
กลับมามีชื่อลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้ง ซึ่งผลงานที่เกิดขึ้นก็ถือว่าคอยไล่ตัดเกมและลงมาช่วยแนวรับได้ดีในหลายๆจังหวะ ความผิดพลาดเดียวที่เป็นแผลใหญ่ก็คงจะเป็นจังหวะเสียประตู จากการตัดสินใจครองบอลนานเกินไปก่อนจะโดนคู่แข่งตัดได้แล้วก็พยายามวิ่งมาช่วยป้องกัน ก่อนจะตัดสินใจผิดพลาดด้วยการไปดึงเสื้อผู้เล่นซาอุฯจนถูกตัดสินเป่าฟาวล์และเสียจุดโทษจากวีเออาร์ที่จับว่าเป็นการดึงในเขตแบบงงๆ ถือเป็นฝันร้ายของเขาในเกมนี้ แต่โดยรวมก็ถือว่าเจ้าตัวมีอนาคตที่สดใสรออยู่

กฤษดา กาแมน (6.5 คะแนน)
เป็นอีกหนึ่งกองกลางที่กลับมามีชื่อออกสตาร์ทใน 11 คนแรกอีกครั้ง ซึ่งโดยภาพรวมเจ้าตัวก็คอยเก็บกวาดแผงกองกลางได้ดีในหลายๆจังหวะ รวมถึงลงมาคอยช่วยกองหลังป้องกันจังหวะอันตรายๆได้ดี หนำซ้ำยังเป็นคนที่สะกัดลูกยิงจากเส้น ช่วยให้ทีมชาติไทยรอดพ้นการเสียประตูที่2 ไปอย่างหวุดหวิด แม้อาจจะไม่ได้มีจังหวะเชื่อมเกมรุกมากนัก แต่ก็ถือว่าทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี

อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (6.5 คะแนน)
แนวรุกจาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รายนี้ได้กลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่โดนแนวรับคู่แข่งประกบติดจนไม่สามารถแผลงฤทธิ์ได้ดีเท่าที่ควร จังหวะส่วนใหญ่ก็เป็นการเก็บบอล พลิกบอลเล่นเอง ดูจะเป็นวันที่เจ้าตัวเองก็คงจะอึดอัดไม่น้อยกับการที่แทบจะไม่ได้มีโอกาสง้างเท้ายิงเลย ก่อนจะโดนเปลี่ยนตัวออกในช่วงท้ายเกม นาทีที่88

สุภโชค สารชาติ (7 คะแนน)
เป็นอีกหนึ่งแนวรุกที่ได้โอกาสกลับมาลงเล่นใน 11 คนแรกอีกครั้ง ซึ่งตลอดทั้งเกมที่อยู่ในสนามเจ้าตัวก็พยายามใช้ความสามารถเฉพาะตัวเล่นงานคู่แข่ง และก็ทำได้ดีในหลายๆจังหวะ แม้จะโดนแนวรับซาอุฯไล่เตะและคอยตอดเล็กตอดน้อยอยู่ตลอดเวลา แต่เจ้าตัวก็ยังคงก้มหน้าก้มตาเล่นไปตามเกมของตัวเอง อีกทั้งยังมีจังหวะลงมาช่วยแนวรับอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งโดยภาพรวมที่เกิดขึ้นถือเป็นคนที่ทำได้อย่างโดดเด่น

ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา (7 คะแนน)
เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง และเกมนัดนี้เจ้าตัวก็คอยปั่นป่วนคู่แข่งได้เป็นอย่างดี รวมถึงจังหวะปั่นโค้งๆยิงแบบเหนือชั้นในช่วงครึ่งเวลาแรก แต่น่าเสียดายที่บอลเจ้ากรรมดันไปชนเสาอย่างจัง พลาดโอกาสทำประตูให้ทีมชาติไทย ขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย ไม่อย่างนั้นก็น่าจะเป็นจุดที่ทำให้เราได้เล่นง่ายขึ้นและคลายความกดดันไปได้เยอะ ก่อนจะโดนเปลี่ยนตัวออกจากปัญหาอาการบาดเจ็บในช่วงท้ายเกม ซึ่งโดยถาพรวมในทัวร์นาเมนต์นี้เจ้าตัวถือว่าเป็นผู้เล่นที่ทำได้อย่างน่าประทับใจแม้จะแบกอายุอยู่หลายปี

กองหน้า

ศุภชัย ใจเด็ด (6.5 คะแนน)
สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาลงสนามเป็น 11 ตัวจริงให้ทีมอีกครั้งในนัดนี้ แต่ก็ดูเหมือนว่าร่างกายอาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทาง ทำให้ในหลายๆจังหวะดูติดๆขัดๆ บวกกับการโดนแนวรับคู่แข่งประกบติดจนแทบจะทำอะไรได้ไม่ถนัดอย่างใจคิด ถือเป็นอีกวันที่เจ้าตัวก็น่าจะผิดหวังที่ไม่สามารถช่วยทีมได้มากไปกว่านี้  


ตัวสำรอง

เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ (5.5 คะแนน)
ถูกส่งลงสนามมาแทนที่ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่มีอาการบาดเจ็บในนาทีที่ 73 ซึ่งเจ้าตัวเองก็พยายามใช้ความเร็วและความทุ่มเทเล่นงานแนวรับคู่แข่งในหลายๆครั้ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าทีมชาติซาอุฯเป็นทีมที่ค่อนข้างเขี้ยว แนวรับคอยซ้อนกันตลอดเวลาและแทบจะไม่ปล่อยให้เจ้าตัวได้หลุดไปแบบง่ายๆเลย โดยรวมแล้วถือว่ามีความตั้งใจและพยายามจะช่วยทีมอย่างเต็มที่แล้ว

วรชิต กนิตศรีบําเพ็ญ (5 คะแนน)
ลงสนามมาในฐานะตัวสำรองแทนที่ มีโชค มหาศรานุกูล ในนาทีที่81 ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ในสนามก็แทบจะไม่ได้มีโอกาสสร้างสรรค์เกมรุกให้ทีมได้เลย จากความเขี้ยวของคู่แข่งที่เวลานั้นพวกเขาได้ประตูขึ้นนำไปแล้ว ทำให้แนวรับจากเดิมที่แน่นอยู่แล้วก็แน่นยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก จนแทบจะไม่มีช่องว่างให้เจ้าตัวได้ใช้สกิลจ่ายบอลสวยๆให้เพื่อนได้เลย

เบนจามิน เจมส์ เดวิส (ไม่สามารถให้คะแนนได้)
น่าเสียดายที่เจ้าตัวถูกส่งลงสนามลงมาช้าเกินไปในนาทีที่88 ทำให้มีเวลาได้โชว์ของไม่มากเท่าที่ควร แต่ก็ยังคงแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะพยายามช่วยเพื่อนร่วมทีมให้ได้มากที่สุด แต่อย่างที่บอกว่าเวลาของเขาน้อยเกินไปทำให้เราไม่สามารถวัดผลออกมาเป็นคะแนนได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามดาวเตะลูกครึ่งรายนี้ก็ถือเป็นอนาคตของทีมชาติไทยที่ฝากความหวังได้เลย