จบลงไปแล้วกับเกมรอบ 8 ทีม ศึก U23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 ซึ่ง ทีมชาติไทย ต้องอกหักตกรอบ เพราะแพ้ ซาอุดิอาระเบีย 0-1 จากลูกจุดโทษปัญหาสุดคาใจ ในนาที 78

ซึ่งจากที่ผมได้นั่งบรรยายเกมตลอด 90 นาที ก็เห็นอะไรหลายๆ และจะมาขอบทสรุป 5 ข้อ จากเกมนี้กัน

1. กองกลางของไทยเก็บบอลไม่ได้

เกมนี้ ไทย ดีกว่า ซาอุฯ แค่ช่วง 15 นาทีแรก แต่หลังจากนั้น เป็น ซาอุฯ ที่ทำได้ดีกว่าทั้งหมด ซึ่งเป็นเพราะกองกลางของพวกเขาดีกว่าของเรา 

ซาอุฯ เก็บบอลแดนกลางได้หมด คุมจังหวะเกมได้ดีกว่า ด้วยทักษะที่ดีกว่าเรา ทำให้ ไทย ทำเกมไม่ได้เลย โดยเฉพาะครึ่งหลังทั้งครึ่ง ที่เราถูกบุกตลอด จนสุดท้ายก็มาเสียประตูในน.78

แถมพอโดนนำ ไทย ก็เร่งเกมมากไป จนทำให้ทำเกมบุกได้ไม่ดี จ่ายบอลผิดพลาดเยอะ กว่าที่ เบนจามิน เดวิส จะลงมาสร้างความวูบวาบ ก็ปาเข้าไปนาที 88 ซึ่งเวลามันน้อยเกินไปแล้ว

2. แนวรุกยังติดๆขัดๆ

เนื่องจากเกมนี้ ไทย ต้องเล่นเกมรับเป็นส่วนใหญ่ ทำให้นักเตะแนวรุกไม่ค่อยมีบทบาทมากนัก โดยเฉพาะ ศุภชัย ใจเด็ด, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา และ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ที่ต่อบอล เก็บบอล เล่นบอล ไม่ได้เลย 

จะมีวูบวาบหน่อยก็คือ สุภโชค สารชาติ ที่ยังคงมาตรฐานไว้ได้ แต่รวมๆแล้ว เกมรุกไทยยังไม่ดีพอในนัดนี้

3. ทิตาวีร์ อักษรศรี ยังต้องเก็บประสบการณ์อีกหน่อย

เกมนี้แนวรับไทย โดน ซาอุฯ ทดสอบทุกทิศทาง ซึ่งหลายคนก็ทำได้ดี มีเพียง ทิตาวีร์ อักษรศรี กองหลังผมยาวคนเดียวเท่านั้น ที่ดูจะมีข้อผิดพลาดเยอะมาก

เขาเข้าสกัดหลายลูกได้ไม่ดี แถมยังมีจังหวะจ่ายบอลที่เสียเยอะมาก จนทำให้การเปลี่ยนจากรับเป็นรุกของไทย ต้องผิดพลาด

ซึ่งเรื่องนี้ คงต้องให้เวลา ทิตาวีร์ เก็บเกี่ยวประสบการณ์อีกหน่อย คงจะนิ่งกว่านี้

4. นิชิโนะ แก้เกมช้าอีกตามเคย

จากที่ผมได้ดูเกม ครึ่งหลังเราเป็นรองเยอะมาก เล่นเหมือนจะรอโดนยิง แต่ อากิระ นิชิโนะ กลับยังใจเย็น ไม่ยอมเปลี่ยนตัวแก้เกม 

กว่าจะเปลี่ยนคนแรกคือ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ที่ลงมาเล่นแทน ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ก็ในนาที 72

กว่าจะเปลี่ยนคนที่ 2 คือส่ง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ลงมาแทน มีโชค มหาศรานุกูล ก็นาที 81

และที่ขัดใจผมที่สุด คือเปลี่ยน เบนจามิน เดวิส ลงมาเป็นคนที่ 3 ในนาที 88 (แทน อานนท์ อมรเลิศศักดิ์)

ซึ่งจะเห็นได้ทันทีว่า เบนจามิน เดวิส ลงมาปุ๊บ รูปเกมของไทยดีขึ้น และวูบวาบทันที เขาครองบอลได้ และเรียกฟาวล์ได้ แต่น่าเสียดายที่เขามีเวลานิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสนาม แถมช่วงนั้น ซาอุฯ ก็เน้นครองบอลถ่วงเวลาไปแล้วด้วย

ซึ่งหาก นิชิโนะ แก้เกมเร็วกว่านี้สักหน่อย ไทย อาจจะไม่โดนบุกหนัก จนต้องมาเสียจุดโทษก็ได้

5. กรรมการ ผิดพลาดเยอะมาก

ผมไม่อยากจะใช้คำว่า "เข้าข้าง" หรือ "ช่วย" ฝั่งไหนฝั่งหนึ่ง แต่นัดนี้ อาเหม็ด อัล คาส กรรมการชาวโอมาน ตัดสินไม่ได้เรื่องเลย

มันน่าสงสัยตั้งแต่ เอเอฟซี ทำไมถึงเลือกกรรมการโอมาน มาเป่านัดนี้แล้ว เพราะ โอมาน กับ ซาอุฯ ประเทศอยู่ติดกันเลย มันดูไม่ลำเอียงไปหน่อยเหรอ

แถมเป่าแต่ละจังหวะ ก็ขัดใจแฟนบอลไทย เขาแจกใบเหลืองให้นักเตะไทยง่ายมาก แต่กลับไม่ยอมแจกใบเหลืองให้ผู้เล่นซาอุฯเลย จนนักเตะไทยหงุดหงิดและหัวเสีย ที่ถูกตัดฟาวล์หลายครั้ง แต่ผู้เล่นซาอุฯ รอดใบเหลืองทุกที

ยิ่งจังหวะที่มาให้จุดโทษกับ ซาอุฯ ยิ่งคาใจ สรุปเขาให้ฟาวล์คือจังหวะไหน จะเป็นจังหวะแรก ที่ สรวิทย์ พานทอง ไปดึงเสื้อ อัล ฮามดาน มันก็อยู่นอกเขตโทษ!!

หรือจะเป็นจังหวะ 2 ที่ สรวิทย์ พานทอง ไปเตะสกัด มันก็โดนบอลชัดเจน!!

แล้วมันเป็นจุดโทษได้ยังไง?

จังหวะนี้ ต้องโทษกรรมการ VAR เพราะเป็นคนตัดสินใจให้จุดโทษกับ ซาอุฯ ซึ่งกรรมการ VAR คือ คริสโตเฟอร์ บาทห์ ชาวออสเตรเลีย

เขาดูยังไงว่าเป็นจุดโทษ??

ซึ่งจากการตกรอบไปแบบน่าเจ็บใจในครั้งนี้ของ ทีมชาติไทย ผมและคนไทยหลายคน ก็ได้แต่เสียดายที่เราไปไม่ถึงฝั่งฝันอีกครั้ง

แต่ในความเสียใจ ก็ยังพอเห็นแสงสว่างอยู่บ้าง เพราะ ทีมชาติไทย U23 ชุดนี้ เล่นได้ดีในระดับหนึ่ง เพียงแต่ต้องปรับปรุงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆบางอย่างเท่านั้น เช่น เกมรับ, การจบสกอร์ และความฟิต

ก็หวังว่าในอนาคต ทีมชาติไทย จะพัฒนาขึ้นได้ และไปล้างแค้น ซาอุฯ ให้ได้สักครั้ง เพราะหลายปีมานี้ เราโดย ซาอุฯ ทำไว้เจ็บแสบเหลือเกิน...