หลังจาก “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เสมอ ทีมชาติอิรัก ไป 1-1 ในศึกฟุตบอลยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดสุดท้าย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในฐานะรองแชมป์กลุ่มเอ

หนึ่งในนักเตะที่ถูกพูดถึงอย่างมากคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เบนจามิน เจมส์ เดวิส จอมทัพวัย 20 ปี ที่ได้โอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมดังกล่าว ด้วยการเล่นระบบ False 9 ที่แฟนบอลไทยหลายคนได้เห็นฟอร์มแบบเต็มตาต่างชื่นชม และชื่นชอบในฝีเท้าที่เล่นได้อย่างเนียนตา มีส่วนร่วมกับเกมสูง จนเริ่มวาดฝันให้แข้งดาวรุ่งรายนี้รีบขึ้นไปติดทีมชาติชุดใหญ่ เพื่อวาดลวดลายเคียงข้าง "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ กันเลยทีเดียว

วันนี้ทีมงาน SMMSPORT จะขอนำทุกท่านไปรู้จักประวัติของเด็กหนุ่มรายนี้กันอีกครั้ง ซึ่งน่าจะมีหลายคนที่ยังไม่ทราบเรื่องราวความเป็นมาของนักเตะหน้าหล่อคนนี้ ว่ากว่าจะมาเล่นให้กับทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ได้ ต้องผ่านอะไรกันมาบ้าง

เบนจามิน เจมส์ เดวิส เกิดที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีบิดาชื่อ ฮาร์วีย์ เดวิส เป็นชาเวลล์ และมารดาคือ โสภี เดวิส เป็นชาวไทย ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ทำให้เขามี 3 สัญชาติคือ อังกฤษ, ไทย และ สิงคโปร์

เบน เดวิส เริ่มต้นเล่นฟุตบอลใน เจเอสเอสแอล สิงคโปร์ ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนฟุตบอลที่ประเทศสิงคโปร์ และพ่อของเขาเป็นเจ้าของอยู่ โดยเป็นความร่วมมือของ ฟูแล่ม กับ แทมปิเนส โรเวอร์ จากนั้นก็เริ่มติดทีมชาติตั้งแต่ชุดเล็กของ สิงคโปร์ มาเรื่อยๆ

ในปี 2017 เบน เดวิส ได้รับทุนการศึกษาไปเรียนและเล่นฟุตบอลที่ ฟูแล่ม หลังจากทำผลงานได้ดีในการทดสอบฝีเท้า ซึ่งฤดูกาลแรกของ เดวิส นั้นได้ลงเล่นทีม U18 ไปทั้งหมด 10 นัด และทำประตูได้ในเกมพบกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แถมยังมีสถิติการผ่านบอลสูงถึง 90% ด้วยกัน ก่อนที่ในปี 2018 จะได้รับสัญญาอาชีพจาก ฟูแล่ม และได้ลงเล่นให้กับทีมในชุดU18 และ U23 อย่างต่อเนื่อง

ไม่เพียงแค่นั้นเขายังได้รับโอกาสประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ของ ฟูแล่ม เป็นที่เรียบร้อย ในเกมคาราบาว คัพ รอบ 2 เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 62 ที่แพ้ให้กับ "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน 0-1 โดยลงสนามมาในนาทีที่ 90 แทนที่ของ ลูก้า เด ลา ตอร์เร่ กองกลางชาวสหรัฐ

ขณะที่ในส่วนของทีม นั้นดาวเตะวัย 18 ปี เคยเป็นตัวแทนของ สิงคโปร์ ในอคาเดมี่นักเตะรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ที่จัดขึ้นโดยสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) และได้ลงเล่นให้ทีมชาติสิงคโปร์ ในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย U16 รอบคัดเลือก เมื่อปี 2015 จากนั้นก็ก้าวขึ้นมาติดทีม U18 ลงเล่นชิงแชมป์เอเชีย U19 เช่นกัน

และเมื่อปี 2018 เบนจามิน เจมส์ เดวิส ถูกเรียกติดทีมชาติสิงคโปร์ชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ในการแข่งขันเอเอฟซี เอเชียนคัพ รอบคัดเลือก ที่ สิงคโปร์ พบกับ มัลดีฟส์ แต่ว่าไม่ได้ถูกส่งลงสนามในเกมนั้น ซึ่งการที่ยังไม่ได้ลงสนาม ทำให้เจ้าตัวยังมีสิทธิ์เลือกว่าจะเล่นให้ทีมชาติใดก็ได้

อย่างไรก็ตามเขามีปัญหากับทางการของ สิงคโปร์ เนื่องจากตามกฎหมาย ระบุว่าเมื่ออายุครบ 18 ปีเต็ม ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งทางกลาโหมของสิงคโปร์ เคยปฏิเสธคำร้องของ เบนจามิน ที่ต้องการผ่อนผัน เนื่องจากเตรียมจะไปเล่นฟุตบอลอาชีพกับฟูแล่ม แต่ทางกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ เห็นว่าเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว กับสโมสต่างประเทศ ไม่ใช่เป็นการทำเพื่อชาติ จึงไม่อนุญาตถึงคำร้องดังกล่าว

กระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ ได้ให้เหตุผลในการปฏิเสธคำร้องขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารว่า เป็นเพราะนาย เบนจามิน เดวิสไม่ได้กำหนดระยะเวลาหลังการผ่อนผันว่าจะกลับมารับใช้ชาติเมื่อใด อีกทั้งเป็นการแสวงหาประโยชน์ส่วนตน เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเมื่อเทียบกับคนที่มีช่วงอายุก่อนเข้ารับการเกณฑ์ทหาร (เยาวชนอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป เรียกว่า Pre-enlistment) ที่ยอมสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อรับใช้ชาติสิงคโปร์ (National Service หรือ NS) ตามหน้าที่ ขณะที่ครอบครัวของนายเดวิสได้ยื่นอุทธรณ์กับเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้บิดายังเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า จะสนับสนุนให้ลูกชายสละสัญชาติสิงคโปร์เพื่อทำตามความฝันของตัวเอง

แม้ชาวสิงคโปร์ ที่ได้รับทราบข่าวจะออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องให้ทางการสิงคโปร์ผ่อนผันการเกณฑ์ทหารให้กับนายเดวิส เนื่องจากเห็นว่าการไปร่วมสโมสรระดับโลกเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ทว่าทางการสิงคโปร์ยังยืนยันว่า บุคคลที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ควรไปในนามทีมชาติสิงคโปร์ ที่ผ่านมาเคยผ่อนผันการเกณฑ์ทหารให้นักกีฬาทีมชาติสิงคโปร์ 3 ราย โดยเฉพาะ นายโจเซฟ สคูลลิ่ง นักกีฬาว่ายน้ำที่คว้าเหรียญทองแรกให้แก่สิงคโปร์ในโอลิมปิก ที่บราซิล เมื่อปี 2559 แต่กรณีนายเดวิส เป็นการแสวงหาโอกาสในสโมสรฟุตบอลต่างชาติ ถือว่าไม่เข้าข่ายที่จะได้รับการผ่อนผัน

กรณีดังกล่าว จึงส่งผลต่อการตัดสินใจของเจ้าตัวในเรื่องของอนาคตการค้าแข้งฟุตบอล กระทั่งล่าสุด อากิระ นิชิโนะ กุนซือทีมชาติไทยชาวซามูไร จึงใส่ชื่อเป็น 1 ใน 28 นักเตะทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ 2019 ซึ่งเจ้าตัวสามารถลงเล่นให้ทีมชาติไทยได้ เพราะถือสัญชาติไทยโดยกำเนิด อีกทั้งยังไม่เคยเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่ของสิงคโปร์ และอังกฤษ แต่อย่างใด ทำให้การถูกเรียกติดธงทัพ “ช้างศึก” ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฎทุกประการ

ทั้งนี้ถ้าหากในอนาคต เบนจามิน เจมส์ เดวิส ถูกเรียกไปติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ และลงเล่นในเกมอย่างเป็นทางการ จะทำให้เขาไม่สามารถไปเล่นให้กับทีมชาติอื่นอย่าง สิงคโปร์ หรืออังกฤษ ได้อีก และต้องรับใช้ทีมชาติไทยอย่างเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามจากการติดทัพ “ช้างศึก” ของ เบน เดวิส อาจทำให้เจ้าตัวติดแบล็คลิสต์ ห้ามเข้าประเทศสิงคโปร์ด้วยก็เป็นได้

คงต้องมาติดตามกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้ว เบนจามิน เจมส์ เดวิส ผู้นี้จะได้ขึ้นไปติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ตอนไหน ดูจากเสียงชื่นชมของแฟนบอลแล้ว หลายคนคงอยากให้ นิชิโนะ ส่งลงเล่นวันนี้ พรุ่งนี้ เลยเป็นแน่ แต่ก่อนอื่นเราคงต้องเอาใจช่วยแข้งดาวรุ่งรายนี้ในการแข่งขันศึก U23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 รอบ 8 ทีมสุดท้าย กันก่อน เชื่อว่า "เบน เดวิส" อาจจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้ทีมชาติไทย คว้าตั๋วไปลุยศึกโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น ช่วงกลางปีนี้ก็เป็นได้....

สำหรับทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะได้พัก 3 วัน ก่อนที่จะทำการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบ 8 ทีมสุดท้าย พบกับ ทีมแชมป์กลุ่มบี ที่สนาม ธรรมศาสตร์ สเตเดียม ในวันที่ 18 มกราคม 2563 เวลา 17.15 น. ถ่ายทอดสด ทางช่อง 7

เช็กผลการแข่งขันที่นี่ https://www.smmsport.com/livescore/

เช็กตารางคะแนนที่นี่ https://www.smmsport.com/livescore/competition/806/score_table