ตัดเกรดให้คะแนนทัพ "ช้างศึกU23" ทีมชาติไทย ในเกมที่เสมอกับ ทีมชาติอิรัก 1-1 สร้างประวัติศาสตร์ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี

ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ลงสนามเป็นเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ก่อนจะเก็บผลเสมอกับ ทีมชาติอิรัก 1-1 และสามารถตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

โดยเกมนัดนี้ อากิระ นิชิโนะ มีการปรับทัพหลายตำแหน่งจาก 2 เกมแรก เราจะไปส่องผลงานของนักเตะที่ได้โอกาสลงสนามในเกมนัดนี้ ว่าแต่ละคนจะสามารถโชว์ฟอร์มได้เป็นอย่างไรกันบ้าง...

ผู้รักษาประตู

กรพัฒน์ นารีจันทร์ (9 คะแนน)
ผู้รักษาประตูมือ1 ทีมชาติไทย รายนี้ยังคงความยอดเยี่ยมและไว้ใจได้เสมอ โดยตลอดทั้งเกมเจ้าตัวไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเลย หนำซ้ำยังมาช่วยเซฟชีวิตในจังหวะโขกเหน่งๆของคู่แข่งในช่วงท้ายเกม ถือเป็นเซฟสำคัญและล้ำค่ามากๆ เพราะหากเราเสียประตูนี้ไป มีหวังแฟนบอลไทยต้องน้ำตานองทั้งประเทศ


กองหลัง

พีฬาวัช อรรคธรรม (7.5 คะแนน)
แบ็กขวาจากชุดซีเกมส์รายนี้ได้โอกาสลงสนามเป็นนัดแรกของทัวร์นาเมนต์ แทนที่ มีโชค มหาศรานุกูล ซึ่งตลอดทั้ง 90 นาที เจ้าตัวก็สามารถช่วยทีมป้องกันแนวรุกทางริมเส้นของคู่แข่งได้เป็นอย่างดี แม้จังหวะการเติมเกมรุกอาจจะดูไม่ค่อยไหลลื่น แต่โดยรวมก็ไม่มีอะไรผิดพลาด

ศฤงคาร พรมสุภะ (8 คะแนน)
ปักหลังลงคุมแดนหลังอย่างต่อเนื่องเป็นนัดที่ 3 ซึ่งเกมนี้เจ้าตัวรับบทบาทกัปตันทีม โดยตลอดเวลาที่อยู่ในสนามก็สามารถคอยดักจังหวะทำเกมบุกอันตรายๆของคู่แข่งไว้ได้บ่อยครั้ง และถือเป็นหัวใจสำคัญในเกมรับของทีมชาติไทย นับเป็นวันที่กองหลังจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รายนี้ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ทิตาวีร์ อักษรศรี (7.5 คะแนน)
เป็นอีกหนึ่งกองหลังที่ได้โอกาสประเดิมสนามเป็นนัดแรกของทัวร์นาเมนต์ แม้ในช่วงต้นเกมอาจจะต้องปรับจังหวะของตัวเองอยู่บ้าง แต่พอเริ่มเข้าที่เข้าทางและมั่นใจก็สามารถทำผลงานได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะจังหวะสอดประสานกับ ศฤงคาร พรมสุภะ ก็ถือว่าทำได้อย่างลงตัว

ทิตาธร อักษรศรี (7.5 คะแนน)
ได้โอกาสลงสนามในตำแหน่งแบ็กซ้ายอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดทั้งเกมเจ้าตัวก็ถือว่าทำผลงานได้ดีตามมาตรฐาน ทั้งจะหวะเติมเกมรุกและลงมาเล่นเกมรับ โดยรวมแล้วก็ยังถือว่าทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี และไม่มีข้อผิดพลาดร้ายแรงจนถึงขั้นเสียประตู จะมีก็แต่จังหวะช่วงท้ายเกมที่ปล่อยให้คู่แข่งได้เปิดเข้าทำจากริ้มเส้นง่ายไปหน่อยจนเกือบที่จะเสียประตู แต่ก็ยังดีที่ได้ กรพัฒน์ นารีจันทร์ ช่วยเซฟสำคัญและรอดพ้นกับความพ่ายแพ้
 

กองกลาง

กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ (8 คะแนน)
ได้รับความไว้ใจจาก อากิระ นิชิโนะ ให้ลงสนามคุมเกมแดนกลาง ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ในสนามเจ้าตัวก็ถือว่าทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งคอยคุมจังหวะเกม และเชื่อมบอลจากหลังไปหน้าก็ทำได้อย่างเนียนตา แม้อาจจะดูไม่หวือหวาแต่ก็เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ และมีส่วนสำคัญที่ทำให้แผงกองกลางของทีมชาติไทยดูแน่นมากขึ้น ก่อนจะวิ่งแบบสุดตัวจนหมดพลังและถูกเปลี่ยนตัวออกไปในนาทีที่83

วิศรุต อิ่มอุระ (7.5 คะแนน)
เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้โอกาสประเดิมสนามในเกมนัดนี้ โดยตลอดเวลาที่อยู่ในสนามเจ้าตัวก็ถือว่าทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี ทั้งจังหวะคอยไล่บอลแดนกลางกดดัน และลงมาช่วยแนวรับป้องกันเกมบุกคู่แข่ง โดยรวมแล้วก็ถือว่าทำผลงานได้ตามคำสั่งที่วางลงไป ก่อนจะโดนเปลี่ยนออกในนาทีที่56

เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ (8 คะแนน)
ดาวยิงจากชุดซีเกมส์รายนี้ได้โอกาสลงสนามเป็น 11 ตัวจริงครั้งแรกของทัวร์นาเมนต์ โดยตลอดทั้งเกมที่อยู่ในสนามนอกจากจะเป็นคนยิงจุดโทษให้ทีมชาติไทยขึ้นนำตั้งแต่ช่วงต้นเกมแล้ว เจ้าตัวก็ถือว่าคอยปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งได้เป็นอย่างดีจากความเร็วและความสามารถเฉพาะตัว แถมยังลงมาคอยช่วยเกมรับอีกด้วย โดยรวมแล้วถือว่าโดดเด่น

วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ (7.5 คะแนน)
ในช่วงแรกโดนจับไปยืนค่อนข้างสูงทำให้ในหลายๆจังหวะดูจะโดดเดี่ยวไปหน่อย ก่อนที่ อากิระ นิชิโนะ จะปรับแท็คติกแล้วขยับเจ้าตัวลงมายืนต่ำกว่าเดิม ซึ่งพอได้มาเล่นตำแหน่งถนัดของตัวเองก็เริ่มทำผลงานได้โดดเด่นและมีส่วนกับเกมมากขึ้น ทั้งจังหวะลงมาช่วยแนวรับและจังหวะเชื่อมเกมถือเป็นผลงานที่น่าชื่นชม

ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา (7 คะแนน)
กลายเป็นแนวรุกของทีมชาติไทยที่มีโอกาสสับไกยิงประตูมากที่สุดคนหนึ่ง แต่ถึงตอนนี้เจ้าตัวก็ยังมีชื่อทำไปแค่ 2 ประตูจากผลงานนัดแรก ซึ่งเกมนี้โดยเฉพาะในครึ่งแรกเจ้าก็มีโอกาสเหน่งๆแทบจะนับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับยิงไปติดผู้รักษาประตูแบบแทบจะไม่ได้ลุ้น หากเปลี่ยนโอกาสที่มีเป็นการทำสกอร์ให้ทีมชาติไทยหนีห่างได้ ก็คงจะไม่ต้องมากดดันขนาดนี้ แต่โดยรวมก็ถือว่ายังทำผลงานได้ดีกับการแบกอายุขึ้นมาเล่น ขาดก็เพียงแค่ประสบการณ์ที่จะต้องเก็บเกี่ยวในการเข้าทำพื้นที่สุดท้ายให้ดีกว่าเดิม


กองหน้า

เบนจามิน เจมส์ เดวิส (8 คะแนน)
ได้โอกาสลงประเดิมสนามให้กับทีมชาติไทยเป็นนัดแรก โดยตลอดเวลาที่อยู่ในสนามเจ้าตัวสามารถโชว์ฟอร์มทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ทั้งจังหวะลงมาล้วงบอลในแดนตัวเอง จังหวะครองบอล เรียกฟาวล์ และจ่ายสวยๆให้เพื่อนร่วมทีมได้บ่อยครั้ง น่าเสียดายที่ได้อยู่ในสนามแค่ 56 นาที ก่อนจะโดนเปลี่ยนตัวออกไป ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่น่าประทับใจกับการลงสนามนัดแรกของเจ้าตัว

 


สำรอง

ศุภชัย ใจเด็ด (7 คะแนน)
จากปัญหาสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ทำให้เจ้าตัวได้โอกาสพักเป็นสำรอง ก่อนจะถูกส่งลงมาแทนที่ เบนจามิน เจมส์ เดวิส ในนาทีที่56 ซึ่งเจ้าตัวก็สามารถทำได้ตามแผนของโค้ชที่ให้ครองบอลและเก็บบอลในแดนหน้าเพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับทีมชาติไทย ด้วยระยะเวลาที่อยู่ในสนามราวๆ 30 นาที ถือเป็นผลงานที่ทำได้ตามมาตรฐาน


สุภโชค สารชาติ (7 คะแนน)
เป็นอีกหนึ่งแนวรุกของทีมชาติไทย ที่ได้โอกาสพักเป็นตัวสำรอง ก่อนจะถูกส่งลงสนามมาในนาทีที่ 56 ซึ่งพอลงมาแล้วเจ้าตัวก็จัดการใช้ความสามารถเฉพาะตัวปั่นป่วนแนวรับของคู่แข่งได้หลายต่อหลายครั้ง แม้จะไม่มีชื่อเป็นคนยิงประตูในเกมนี้ แต่ผลงานโดยรวมก็ถือว่ายังเป็นไปตามมาตรฐานของตัวเอง


กฤษดา กาแมน (6.5 คะแนน)
ถูกส่งลงสนามมาตัดเกมโดยเฉพาะในช่วงนาทีที่ 83 แทนที่ของ กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์ โดยตลอดระยะเวลาที่อยู่ในสนามเจ้าตัวก็สามารถป้องกันและสกัดลูกอันตรายได้ตามคำสั้งของโค้ช แม้จะมีเวลาน้อยนิด แต่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง