การประกาศอำลาทีมชาติไทยของ "โค้ชด่วน" นับว่าเป็นอีกข่าวที่น่าใจหาย แม้จะมองดูแล้วว่า เป็นการประกาศรับผิดชอบผลงานที่ออกมาไม่ดีในการแข่งขันคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์

"โค้ชด่วน" ดนัย ศรีวัชรเมธากุล เป็นทีมงานผู้ฝึกสอนของวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยมาอย่างเนิ่นนาน ตั้งแต่ในยุคของ "โค้ชอ๊อต" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร

ในช่วงเวลาที่ "โค้ชอ๊อต" เริ่มอยากจะขอวางมือหลังจบการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ รอบคัดเลือกในปี 2016 คนที่มีคิวจะขึ้นมารับงานคุมทัพสาวไทยต่อคือ "โค้ชยะ" นาวาอากาศโท ณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค หนึ่งในทีมงานผู้ฝึกสอน และเคยคุมทีมชาติไทยมาก่อน

ทว่า "โค้ชยะ" มีปัญหาเรื่องของสุขภาพ ทำให้ทุกคนตกลงกันมาว่าให้ "โค้ชด่วน" ขึ้นมารับตำแหน่งนี้แทน

หลังจบโอลิมปิกเกมส์ 2016 รอบคัดเลือก "โค้ชด่วน" ก็มีชื่อในเว็บไซต์ของการแข่งขันมงเทรอซ์ วอลเลย์ มาสเตอร์ส เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน และได้เริ่มงานคุมทีมชาติไทย ในรายการดังกล่าว

ถัดจากนั้น "โค้ชด่วน" ได้คุมทีมสาวไทย ลงแข่งขันในเวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2016 อีก 2 สนาม ที่อิตาลี และญี่ปุ่น ในสนามที่ 2 และ 3 ก่อนที่ "โค้ชอ๊อต" จะประกาศอำลาทีมชาติไทย ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ที่อินดอร์ สเตเดียม หัวมาก

ทำให้ "โค้ชด่วน" เข้ามารับงานคุมทีมอย่างเป็นทางการรายการแรกก็คือ วอลเลย์บอลเอวีซี คัพ 2016 ที่ประเทศเวียดนาม

ปี 2018 นับเป็นปีที่เป็นงานหนักของ "โค้ชด่วน" ในการทำงานกับทีมชาติไทย เพราะในการแข่งขันเนชั่นส์ ลีก เป็นรายการที่สาวไทย ผลงานไม่ค่อยดี ด้วยการแพ้ติดต่อกัน 9 เกมในช่วงท้ายของการแข่งขัน

"โค้ชด่วน" ยื่นซองขาวขอลาออกจากการเป็นเฮดโค้ชทีมชาติไทย รับผิดชอบผลงาน และทนกระแสด่าในโลกออนไลน์ไม่ไหว ทว่าทางสมาคมฯ ยังไม่ตอบรับ และให้กำลังใจรวมถึงขอให้ "โค้ชด่วน" คุมทีมต่อ

ในปีเดียว ทีมชาติไทย ลงสนามแข่งขันในเอเชียนเกมส์ และกลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เข้าชิงชนะเลิศ และได้เหรียญเงินมาครองเป็นครั้งแรก รวมถึงผลงานยังดีต่อเนื่องในชิงแชมป์โลก ด้วยการเข้าถึงรอบที่ 2

กระทั่งปี 2019 เป็นอีกปีที่หนักของทีมชาติไทย ด้วยโปรแกรมการแข่งขันที่มีตั้งแต่ต้นปี ลากยาวมาถึงต้นปี 2020 กับความหวังสำคัญของคนทั้งชาติ คือโอลิมปิกเกมส์ รอบสุดท้าย

และอย่างที่เราเห็นกัน ผลงานของทีมชาติไทย ในโอลิมปิกเกมส์ รอบคัดเลือก สาวไทย พลาดท่าพ่ายให้กับ เกาหลีใต้ ในนัดชิงชนะเลิศ

ทีมชาติไทย ไม่ได้ไปโอลิมปิกเกมส์ ในหนนี้ และหลังจบเกม "โค้ชด่วน" แสดงสปิริตต่อหน้าสื่อมวลชน ในการขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน เพื่อรับผิดชอบผลงาน

ทางสมาคมฯ ยืนยันว่า ทุกอย่างจะต้องกลับไปพูดคุยกันอีกครั้ง เพื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในเรื่องของหัวหน้าผู้ฝึกสอน ว่าจะยังให้ "โค้ชด่วน" คุมทัพสาวไทยต่อไป หรือจะเป็นคนอื่นที่เข้ามาทำแทน

และประเด็นที่หลายคนอยากจะให้เกิดขึ้น หากไม่ใช่ "โค้ชด่วน" แล้วจริง ๆ กับการจ้างโค้ชต่างชาติ ตรงนี้ยังเป็นเรื่องที่บอกไม่ได้เช่นเดียวกัน

โค้ชต่างชาติกับวอลเลย์บอลไทย อาจจะเข้ากัน หรือไม่เข้ากัน เราก็ยังไม่ทราบได้ เพราะที่ผ่านมาเป็นเวลา 10 กว่าปี เราใช้โค้ชคนไทยทำงานมาโดยตลอด ซึ่งทั้งหมดก็ต่างรู้ว่างานภายในของวอลเลย์บอลไทยเป็นอย่างไรบ้าง

แต่การเปลี่ยนแปลงก็ย่อมเกิดขึ้นได้ หากจะเริ่มใช้โค้ชต่างชาติจริง ๆ คงจะต้องมีการปรับระบบภายในกันพอสมควร เพื่อเอื้อให้โค้ชต่างชาติทำงานกันได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

การพลาดตั๋วไปโอลิมปิกเกมส์ในหนนี้ คงเป็นอีกครั้งที่สมาคมฯ จะต้องมองหาความเป็นแนวใหม่เกือบจะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตัวนักกีฬา รวมถึงหัวหน้าผู้ฝึกสอนเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นวอลเลย์บอลหญิง ที่รุ่นพี่หลาย ๆ คน ก็อาจจะต้องอำลาทีมไปหลังจากนี้อีกไม่กี่ปี ดังนั้นตัวนักกีฬาก็จะต้องเป็นชุดใหม่ ที่จะขึ้นมาทดแทน

แต่ตรงนี้เชื่อว่า สมาคมฯ คงยังไม่ให้ 5 ผู้เล่นตัวหลัก ประกาศเลิกเล่นทีมชาติพร้อมกันหมด เพราะไม่อย่างนั้น คงกระทบกับผลงานของทีมพอสมควร คงจะให้ทยอยกันอำลาละคนแทน

รวมตัวเฮดโค้ช ที่แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าสมาคมฯ จะให้ "โค้ชด่วน" ทำต่อไหม แต่เชื่อว่าตัวของโค้ชเอง คงอยากจะพักผ่อน หลังจากสู้กับทีมชาติไทยมานาน

คงจะต้องถึงเวลาหาโค้ชคนใหม่ที่จะมาสานงานต่อกับผู้เล่นหน้าใหม่อย่างจริงจัง

ขณะเดียวกัน ทีมชาย ก็ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนา และผลักดันกันอย่างต่อเนื่อง เพราะในปี 2019 ผลงานของนักกีฬาไทย ก็ดันไม่อยู่ในผลงานที่ดีสักรายการ

อย่างไรก็ดี ปี 2020 คงจะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ ของทีมชาติไทยกันมากขึ้น...