หลังจากผ่านพ้นไปแล้วสองนัดสำหรับ ศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2020 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

 ทัพ “ช้างศึก” ทำผลงานในนัดแรกได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเอาชนะทีมชาติบาห์เรนไปได้ 5-0 ในนัดแรกหลังจากก่อนแข่งและเริ่มทัวร์นาเมนต์มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายว่าทีมชาติไทยจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่หลังจากที่ทำผลงานในนัดแรกไปอย่างยอดเยี่ยม ก็เริ่มเรียกศรัทธาของแฟนบอลกลับมาและหวังว่าทีมชาติไทยจะทีมชาติไทยจะสามารถทำผลงานให้ดียิ่งกว่านี้ได้อีก 

 นัดแรก ไทย ชนะ บาห์เรน 5-0 

โดยในนัดแรกทีมชาติไทยเล่นในระบบ 4-2-3-1 เจอทีมชาติบาห์เรน หลายคนต่างให้ความเห็นว่าควรที่จะชนะให้ได้เพราะเป็นคู่แข่งที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับทีมชาติไทยมากที่สุด ทั้งเรื่องของรูปร่าง และ ชื่อชั้นของทีม 
   

กรพัฒน์ 
มีโชค  ศฤงคาร ชินภัทร์ ทิตาธร  
  กฤษดา  สรวิทย์ 
อานนท์   สุภโชค   ศุภณัฏฐ์ 
    ศุภชัย 

ทีมชาติไทยในนัดแรก เล่นแบบเพรสซิ่งเร็ว และเน้นสวนกลับเป็นหลัก โดยใช้ความเร็วของปีกทั้งสองข้าง และก็ได้ผลเป็นอย่างดี เพราะประตูส่วนใหญ่ของทีมชาติไทยได้มาจากจังหวะสวนกลับ แต่อาจต้องแก้ไขในเรื่องของเกมรับเพราะทีมชาติบาห์เรน ก็มีโอกาสทะลุขึ้นมามีโอกาสทำประตูอยู่หลายครั้งแต่ว่าทำไม่ได้ 

 นัดสอง ไทย แพ้ ออสเตรเลีย 1-2 

ทีมชาติไทยยังคงใช้การเล่นในระบบ 4-2-3-1 เหมือนเดิม รวมไปถึงผู้เล่นชุดเดิมจากนัดที่แล้วทั้งหมด 
   

กรพัฒน์ 
มีโชค  ศฤงคาร ชินภัทร์ ทิตาธร  
   กฤษดา  สรวิทย์ 
อานนท์   สุภโชค   ศุภณัฏฐ์ 
    ศุภชัย 

 

ทีมชาติไทยตั้งเป้าหวังจะเก็บชนะให้ได้เพื่อการันตีโอกาสเข้ารอบต่อไป แต่ต้องเจอคู่แข่งสุดหินก็คือ ทีมชาติออสเตรเลีย ที่ได้เปรียบทั้ง รูปร่าง และพละกำลัง ไทย ใช้แผนเพรสซิ่งเร็วเพื่อกดดันให้ออสเตรเลียเล่นลูกกลางอากาศได้ไม่ถนัด โดยในช่วงแรกถือว่าทำได้ดีเลย และได้ประตูขึ้นนำไปก่อน แต่หลังจากนั้นดูเหมือนว่าพละกำลังของเราจะหมดลงไป เพราะการเล่นเพรสซิ่งนั้นต้องใช้แรงอย่างมหาศาล ทำให้เริ่มแผ่วปลายและโดนแซงสองประตูรวดในที่สุด แพ้ไปอย่างน่าเสียดาย 

ทำให้ตอนนี้ทีมชาติไทยอยู่อันดับสองของกลุ่ม เอ มี 3 คะแนน โดนออสเตรเลียแซงขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงด้วยการมี 4 คะแนน ส่วนอิรักมี 2 คะแนน และ บาห์เรนมีเพียงแค่ 1 คะแนน 

 โดยมีตารางคะแนน ดังนี้ 

อันดับ 1 ออสเตรเลีย 4 คะแนน (+1) 

อันดับ 2 ไทย 3 คะแนน (+4) 

อันดับ 3 อิรัก 2 คะแนน (0) 

อันดับ 4 บาห์เรน 1 คะแนน (-5) 

จากผลการแข่งขันนัดล่าสุดที่ ทีมชาติไทย แพ้ให้กับ ทีมชาติออสเตรเลีย 1-2 ทำให้ตอนนี้รั้งอยู๋อันดับสอง ของกลุ่ม เอ ส่งผลให้นัดสุดท้ายจะเป็นนัดชี้ชะตาในการเข้ารอบของทัพช้างศึก ซึ่งจะเจอทีมชาติอิรัก โดยมีเงื่อนไขการเข้ารอบดังนี้ 
 

1. ชนะ อิรัก 
ทีมชาติไทยจะมี 6 คะแนน เข้ารอบ แต่ต้องลุ้นต่อว่าจะเป็นแชมป์กลุ่มหรือไม่ จากผลการแข่งขันของทีมชาติออสเตรเลียกับทีมชาติบาห์เรน 

2. เสมอ อิรัก 
ทีมชาติไทยจะมี 4 คะแนน เข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม แม้ว่าทีมชาติบาห์เรน จะสามารถเอาชนะ ทีมชาติออสเตรเลีย ได้ ก็ตาม เนื่องจากกฎมินิลีก ทีมชาติไทยเหนือกว่า

 3. แพ้ อิรัก 
ทีมชาติไทยตกรอบ 

ดังนั้นทีมชาติไทยต้องมีการปรับเปลี่ยนหลาย ๆ อย่างอยู่พอสมควร ทั้งรูปแบบการเล่น หรือแม้กระทั่งตัวผู้เล่น ที่มีข่าวร้ายคือ ศุภชัย ใจเด็ด และ ศุภณัฎฐ์ เหมือนตา มีอาการบาดเจ็บติดตัว จนต้องแยกซ้อม

จากนัดที่แล้วจะเห็นได้ว่าเริ่องของพละกำลัง ตำแหน่ง ยังต้องปรับอีกเยอะ และนัดต่อไปนี้คือนัดสุดท้ายและเป็นนัดชี้ชะตาของทีมชาติไทยแล้ว และเป็นการเจอทีมคู่แข่งที่เหนื่อกว่า อย่าง อิรัก ด้วย ถ้าแพ้คือจบ ถ้าเสมอหรือชนะผ่านเข้ารอบไปได้ก็ต้องมองกันนัดต่อนัดต่อไป เชื่อว่าในนัดที่จะถึงนี้ทีมชาติไทยจะเล่นกันอย่างเต็มที่ สู้จนวินาทีสุดท้ายอย่างแน่นอน 

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะทำการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ นัดที่ 3 พบกับ อิรัก U-23 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 14 มกราคม 2563 เวลา 20.15 น.

เช็กผลการแข่งขันสดๆที่นี่ https://www.smmsport.com/livescore/

เช็กตารางคะแนนที่นี่ https://www.smmsport.com/livescore/competition/806/score_table