น่าเสียดาย! วอลเลย์บอลไทย ฝันสลายชวดตั๋วไปเล่นโอลิมปิก 2020 แต่นี้ก็ไม่ใช่จุดสุดท้าย เสียงเชียร์ “ไทยแลนด์ ไทยแลนด์” ยังดังกระหึ่มอยู่ตอนนี้เพื่อส่งแรงใจเชียร์แข้ง “ช้างศึก” ในการลุ้นโควตาชิงตั๋วไปลุยโอลิมปิก 2020 ในฟุตบอล ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย

กีฬาโอลิมปิก เป็นมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติที่มีนักกีฬาเข้ามาชิงชัยเพื่อแสดงถึงความเป็นเลิศทางด้านการกีฬาในแต่ละชนิด โดยนักกีฬาทุกคนต่างใฝ่ฝันที่อยากจะเข้าร่วมแข่งขัน กีฬาโอลิมปิกให้ได้สักครั้งในชีวิตแม้ว่าจะไม่ได้เหรียญรางวัลใดๆ ก็ตาม เพราะนี่คือ เกียรติยศและความเป็นสุดยอดนักกีฬาที่น้อยคนจะได้สัมผัส

ประเทศไทย เข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกในปี 1952 ณ ประเทศฟินแลนด์และได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันมาทุกครั้งยกเว้นปี 1980 ที่สหภาพโซเวียต เป็นเจ้าภาพ โดยการนำบอยคอตของ สหรัฐอเมริกา เนื่องจากกรณีสหภาพโซเวียตส่งกองกำลังบุกรุกอัพกานิสถาน ซึ่งมี 63 ประเทศที่ไม่เข้าร่วมแข่งขันในปีนั้นทำให้มีเพียง 81 ประเทศเข้าร่วมแข่งขัน

จาก 16 ครั้งที่ประเทศไทยได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันก็สามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมได้ทั้งหมด 33 เหรียญ โดยทำได้จาก 3 ชนิดกีฬาคือ ยกน้ำหนัก 5 เหรียญทอง,2 เหรียญเงิน, 7 เหรียญทองแดง, มวยสากลสมัครเล่น 4 เหรียญทอง, 4 เหรียญเงิน, 6 เหรียญทองแดง และเทควันโด 2 เหรียญเงิน, 3 เหรียญทองแดง

สำหรับปีนี้กีฬาโอลิมปิก จะกลับมาจัดแข่งขันกันอีกครั้งที่ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 24 ก.ค.-9 ส.ค.63 โดยขณะนี้มีหลายชนิดกีฬาก็กำลังชิงชัยแย่งโควตาเข้าไปแข่งขันใน “โอลิมปิก โตเกียว 2020 กันอย่างเข้มข้น ซึ่งล่าสุดมีนักกีฬาไทยสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนสามารถคว้าตั๋วไปแข่งขัน โอลิมปิก โตเกียว 2020 อย่างเป็นทางการ แล้ว 13 คน ประกอบด้วย

 แซมเศวต เศรษฐาภรณ์ นักกีฬายิงเป้าบิน ประเภทแทร็ป บุคคลชาย

“แซม” เป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่ได้โควตาไปเล่นในโอลิมปิก 2020 ได้สำเร็จ และเป็นนักกีฬาเป้าบินชายคนแรกที่ได้เข้าแข่งขันในโอลิมปิกอีกด้วย โดยผลงานที่ทำให้ผ่านเข้าไปเล่นในโอลิมปิกก็คือ ได้เหรียญเงินชิงแชมป์โลก 2019 ที่เมืองอัลไอน์ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และล่าสุดได้เหรียญทองซีเกมส์ 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์

แบมกมลวรรณ จันทร์ยิ้ม นักกีฬาเรือใบ ประเภทเลเซอร์ เรเดียลหญิง

การไปโอลิมปิกหนนี้ถือเป็นโอลิมปิกสมัยที่สองของ “แบม” โดยครั้งแรกได้เข้าแข่งขันในโอลิมปิก 2016 ที่ประเทศบราซิล สำหรับผลงานของ "แบม" ถือว่ายอดเยี่ยมจนได้โควต้าไปแข่งขันโอลิมปิก 2020 ประกอบด้วย เหรียญทองชิงแชมป์เอเชีย 2019, เหรียญทองเอเชียนแชมเปียนชิพ 2017 ที่มาเลเซีย, เหรียญทองเอเชียนแชมเปียนชิพ 2017 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เหรียญทองซีเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์, เหรียญทองซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย, แชมป์ประเทศไทย 6 สมัย, เหรียญทอง ท็อป ออฟ เดอ กัล์ฟ รีกัตต้า, เหรียญทองลังกาวี อินเตอร์เนชั่นแนล รีกัตต้า

ดาวศิริพร แก้วดวงงาม นักกีฬาวินด์เซิร์ฟ ประเภทอาร์เอสเอ็กซ์ บุคคลหญิง

“ดาว” ถือเป็นนักกีฬาไทยอีกคนที่เคยไปโอลิมปิกมาแล้ว โดยครั้งนี้เป็นสมัยที่สองของเธอ โดยครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมแข่งขันคือ โอลิมปิก 2016 ที่ริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล และด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมเก็บคะแนนสะสมจนทำให้ “ดาว” ได้โควตาเข้าร่วมโอลิมปิกอีกครั้ง สำหรับผลงานที่ผ่านมามีดังนี้ เหรียญทองชิงแชมป์โลก 2017 ที่ประเทศเวียดนาม, เหรียญทองยูธโอลิมปิกเกมส์ 2010 ที่ประเทศสิงคโปร์, เหรียญทองเอเชียนบีชเกมส์ 2010 ที่ประเทศอมาน, เหรียญทองซีเกมส์ 2011 ที่ประเทศอินโดนีเซีย, เหรียญทองซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย

บีซจุฑาธิป มณีพันธุ์  นักกีฬาจักรยาน ประเภทถนน

ถือว่าผลงานยอดเยี่ยมต่อเนื่องสำหรับ “บีซ” การคว้าโควตาไปโอลิมปิกหนนี้เป็นสมัยที่สามแล้ว โดยก่อนหน้านี้เคยไปแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก 2 ครั้งในปี 2012 กับ 2016 สำหรับผลงานที่ผ่านมามีดังนี้ เหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2014 ที่ประเทศเกาหลีใต้, เหรียญทองซีเกมส์ 2009 ที่ประเทศลาว, 1เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน ซีเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์, 1 เหรียญทอง 1 เหรียญทองแดง ซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย

กัปตันอิสรานุอุดม ภูริหิรัญพัชร์ นักกีฬายิงปืน ประเภทปืนสั้นยิงเร็ว 25 ม. บุคคลชาย

โอลิมปิกครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ “กัปตัน” ได้โควตาเข้าไปแข่งขัน แต่ด้วยอายุเพียง 15 ปี โดยผลงานที่ทำให้เขาได้ตั๋วไปโตเกียวก็คือ การเข้าร่วมแข่งขันยิงปืนชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศกาตาร์ ซึ่งเป็นรายการคัดเลือกโอลิมปิก 2020 ซึ่งก็ได้อันดับ 10 แม้ได้ได้เข้ารอบไฟนัล แต่ก็เพียงพอที่ทำให้ได้โควตาไปแข่งขันโอลิมปิก

''เอิน'' ณภัสวรรณ หย่างไพบูลย์  นักกีฬายิงปืน ประเภทปืนสั้น 25 ม. บุคคลหญิง

อีกสมัยที่ “เอิน” ได้ไปโชว์ฝีมือในกีฬาโอลิมปิก โดยก่อนหน้านี้ที่ ลอนดอนเกมส์ เธอได้โควตาไปแข่งขันโอลิมปิก 2012 แม้ว่าในครั้งต่อมาจะได้โควตาไปแข่งขันแต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจนสามารถคว้าโควต้าเข้าร่วมโอลิมปิกอีกครั้ง ผลงานที่ผ่านมาของ “เอิน” มีดังนี้ เหรียญทองชิงแชมป์โลก 2017 ที่ประเทศอินเดีย, เหรียญทองซีเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์, เหรียญทองชิงแชมป์เอเชีย 2019 ที่ประเทศกาตาร์, เหรียญเงินชิงแชมป์โลก 2014 ที่ประเทศจีน, เหรียญเงินเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย

ธันย่า'' ธันยพร พฤกษากร นักกีฬายิงปืน ประเภทปืนสั้น 25 ม. บุคคลหญิง

แม้ว่าในโอลิมปิกจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ “ธันย่า” ก็โชว์ผลงานคว้าโควตาไปแข่งขันในรายการใหญ่อย่างต่อเนื่อง โดยทำสถิติได้โควตาไปแข่งขันในโอลิมปิก 4 ครั้งประกอบด้วย โอลิมปิก 2008 ,2012 , 2016 , 2020 ผลงานที่ผ่านมาของเธอประกอบด้วย เหรียญทองซีเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์, 4 เหรียญทองซีเกมส์ 2009 ที่ประเทศลาว, เหรียญทองชิงแชมป์อาเซียน 2003 ที่ไทเปประเทศใต้หวัน

 “ณีสุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักกีฬายิงเป้าบิน ประเภทสกีต บุคคลหญิง

ถือเป็นนักกีฬายิงปืนระดับแนวหน้าของไทยอีกคนที่ได้โควตาไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านเข้าไปแข่งขันในเวทีระดับโอลิมปิก 4 สมัยแล้วประกอบด้วยโอลิมปิก 2008, 2012 , 2016 ,2020 โดยผลงานที่ผ่านมาของเธอมดังนี้ เหรียญทองเวิลด์คัพ 2016 ที่ประเทศบราซิล, เหรียญทองเวิลด์คัพ 2016 ที่ประเทศซานมาริโน, เหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย,​2 เหรียญทองชิงแชมป์เอเชีย 2018 ที่ประเทศคูเวต, เหรียญทองชิงแชมป์เอเชีย 2015 ที่ประเทศคูเวต, เหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย

วอร์มอิศราภา อิ่มประเสริฐสุข นักกีฬายิงเป้าบิน ประเภทสกีต บุคคลหญิง

โอลิมปิก 2020 ถือเป็นโอลิมปิกแรกของ “วอร์ม” ที่ได้โควตาเข้าร่วมแข่งขัน โดยผลงานที่โดดเด่นจะอยู่ที่รายการชิงแชมป์เอเชีย 2019 ที่มีโควต้าไปเล่นโอลิมปิกนั่นเอง โดยผลงานที่ผ่านมามีดังนี้ 2 เหรียญทองชิงแชมป์เอเชีย 2015 ที่ประเทศคูเวต, 1 เหรียญทองชิงแชมป์เอเชีย 2018 ที่ประเทศคูเวต

 ขี่ม้าอีเวนติ้ง ประเภททีม ประกอบด้วย  "มิ้น" อาริย์ณัฏฐา ชวตานนท์ (ม้าโบลีนบาว์น ปรินซ์), "นัท" กรธวัช สำราญ (ม้าลูมมินอส), "บอมบ์" วีรภัฎ ปิฏกานนท์ (ม้าชาโต เดอ แวร์ซาย) และ "กั๊ม" ศุภณัฐ วรรณกุล (ม้าซาร์ ออฟ เฮอร์ ดรีมส์)

นับเป็นทีมขี่ม้าชุดประวัติศาสตร์ของไทย ของประเภทอีเว้นท์ติ้งที่ได้ไปโอลิมปิก โดยการทำผลงานมีคะแนนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของสหพันธ์ขี่ม้านานาชาติกำหนดไว้ในการแข่งขันรอบคัดเลือกโอลิมปิก จึงถือว่าเป็นครั้งแรกของประเภททีม กีฬาขี่ม้า ที่ได้ไปโอลิมปิก โดยก่อนหน้านี้มีนักกีฬาขี่ม้าประเภทบุคคลเคยผ่านเข้าร่วมโอลิมปิกมาแล้วคือ “ปูไข่” พงศ์สิรี บรรลือวงศ์ ในปี 2004 กับ “ณีนา” รุจิราภรณ์ ล่ำซำ ลิเกิ้น ในปี 2012

 เทนนิสพาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโด รุ่น 49 กก. บุคคลหญิง

ผลงานโดดเด่นอย่างต่อเนื่องสำหรับ “เทนนิส” นับตั้งแต่คว้าเหรียญทองแดงในกีฬาโอลิมปิก 2016 ริโดเดอจาเนโร ประเทศบราซิล และแน่นอนโควตาไปแข่งขันโอลิมปิก 2020 จึงไม่มีพลาด ผลงานที่ผ่านมามีมากมาย อันประกอบด้วย 2 แชมป์โลก, 2 แชมป์รายการแกรนด์แสลม, 6 แชมป์ เวิลด์กรังปรีซ์, 10 แชมป์ รายการโอเพ่น,​2 แชมป์ กีฬามหาวิทยาลัยโลก, 1 แชมป์เอเชียนเกมส์, 2 แชมป์เอเชีย และ 2 แชมป์ซีเกมส์

นั่นคือทั้งหมดของโควตาไปโอลิมปิกล่าสุดของทัพนักกีฬาไทย ซึ่งเชื่อว่ายังมีมาอย่างต่อเนื่องเพราะหลายกีฬาจะคัดเลือกโควตาในปีนี้ โดยนักกีฬาไทยทุกคนก็ต้องการกำลังใจจากแฟนกีฬาชาวไทยในการร่วมลุ้นเชียร์ส่งแรงใจให้นักกีฬาไทยทำผลงานคว้าตั๋วไปโอลิมปิกเพิ่มขึ้น ส่วนจะมีมากน้อยแค่ไหนก็รอติดตามกันได้ทาง https://www.smmsport.com/