ศึก “สัตว์ปีก” ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ อาจขึ้นชื่อว่าคือ 1 ในเกมใหญ่ แต่ถึงกระนั้น ทั้ง 2 ทีมนี้ก็ไม่ได้มีแรงแค้นอะไรต่อกันเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับแฟนบอลที่ก็พอจะอยู่ร่วมกันได้

ประวัติศาสตร์ในช่วงหลังที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อซีซั่นก่อน ที่ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ จัดการคว้าแชมป์ ด้วยการตบเอาชนะ “ไก่เดือยทอง” ไปได้แบบชิลๆ

เหตุการณ์ดำเนินมาจนถึงวันนี้ ที่เป็นอีกครั้งของ “หงส์แดง” ที่จัดการคว้าชัยชนะเหนือ สเปอร์ส ไปได้ 1-0 จ่อเข้าใกล้แชมป์ พรีเมียร์ ลีก สมัยแรกในประวัติศาสตร์เข้าไปทุกขณะ

อย่างไรก็ตาม มันมีความพิเศษเกิดขึ้นในนัดล่าสุดเช่นกัน เพราะ ลิเวอร์พูล ต้องดวลกับ สเปอร์ส ในยุคที่มี โชเซ่ มูรินโญ่ กุมบังเหียน

“เดอะ สเปเชี่ยล วัน” เป็นบุคคลที่ไม่ค่อยจะเผาผีกับ “เร้ด แมชชีน” มาตั้งแต่ไหนแต่ไร จะมีก็แค่ช่วงหลังๆ ที่พี่แกดูจะเพลาๆ เรื่องนี้ลงไปบ้าง ถึงแม้ว่าจะมีสาวก “เดอะ ค็อป” หลายๆ คนที่ไม่ยอมลืมก็ตาม

แม้จะมีสถิติที่ไม่ค่อยดีในช่วงหลังๆ ไม่ว่าจะเป็นการที่เคยคุม แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วโดนไล่ออกทันทีหลังจบศึก “แดงเดือด” หรือว่าจะสถิติส่วนตัวที่เอาชนะ คล็อปป์ ได้แค่ 2 จากการดวลกัน 10 ครั้ง

แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ มูรินโญ่ เคยสร้างความเจ็บช้ำหนักหน่วงไว้ให้แฟนๆ “หงส์แดง” ในยุคที่มี เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุมบังเหียน

สำหรับบางคนที่ลืมหรือว่าจำไม่ได้ มันคือฤดูกาลที่ ลิเวอร์พูล เฉี่ยวเข้าใกล้กับคำว่าแชมป์ลีกสุดๆ แล้ว แต่ทุกอย่างก็ต้องมาพังทลายลงหลังจบเกมที่พวกเขาแพ้ให้ เชลซี แบบสุดดราม่า

หายนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เราทุกคนจำได้ว่า “หงส์แดง” ที่นำโดย หลุยส์ ซัวเรซ, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ไม่มีปัญญาเจาะเข้าไปยิง “สิงห์บลูส์” ที่งัดเอาแท็คติกรถบัสมาใช้

มูรินโญ่ คือตัวการที่ทำให้ ลิเวอร์พูล แห้วแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ปีนั้น มันคงไม่ใช่คำพูดที่เกินเลย และมันคงจะเจ็บเพิ่มไปกว่านี้ถ้าหาก มูรินโญ่ จะสามารถพา สเปอร์ส ขัดแข้งขัดขาพวกเขาได้สำเร็จอีกครั้ง

บทพิสูจน์ที่ต้องฝ่าไปให้ได้ เช่นเดียวกับกลยุทธกองหลังรถบัสที่เคยเจอ ถูกงัดนำมาใช้อีกครั้ง แต่ก็เป็นโชคดีของแฟนๆ ลิเวอร์พูล ที่ทีมชุดนี้ของ คล็อปป์ นั้นสมบูรณ์แบบแกร่งทั่วแผ่นจริงๆ ทั้งในแง่ของคุณภาพฟุตบอลและสภาพจิตใจ

ชัยชนะของ ลิเวอร์พูล ในนัดล่าสุดเหนือ สเปอร์ส จึงเป็นแมตช์ที่สำคัญกว่าหลายครั้งก่อนๆ เพราะครั้งนี้ มันเกิดขึ้นในช่วงโค้ชสำคัญของฤดูกาลที่อาจต่อยอดให้พวกเขาไปถึงดวงดาวเสียที

โปรแกรมโหดของ “หงส์แดง” กำลังจะผ่านไป คงเหลือแค่เพียงแมตช์เปิดบ้านพบ แมนฯ ยูไนเต็ด ในนัดหน้า ซึ่งก็ยังแลดูเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ ลิเวอร์พูล มากกว่า

คราวนี้ เมื่อมองหันไปในฝั่งตรงกันข้ามอย่าง มูรินโญ่ กุนซือผู้ซึ่งเคยเป็นปฏิปักษ์กับ ลิเวอร์พูล มาตลอด บัดนี้เขาแปรสภาพกลายเป็นโค้ชที่นอกเหนือจากจะแพ้ทาง คล็อปป์ แล้ว เขายังดูจะแพ้ทางทีมสีแดงจาก เมอร์ซี่ไซต์ บ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วย

ด้วยคาแร็คเตอร์และบุคลิกภาพที่ซอฟท์ลง พูดจาขวางโลกน้อยลง ประกอบกับผลงานของทีมที่ยังขาดความโดดเด่น มันก็ยิ่งทำให้ มูรินโญ่ สูญเสียความพิเศษของตัวเองมากขึ้นไปอีก

และถ้าหากเขาปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้ดำเนินต่อไป บางทีเราก็อาจไม่ได้เห็น โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้แกร่งกล้าคนเดิมอีกเลย สวนทางกับ หงส์แดง ที่มีโอกาสจะสลับก้าวขึ้นมากลายเป็นมหาอำนาจหลังจากนี้ยาวๆ ครับ