ถ้าจะเอ่ยถึงวงการสอยคิวไทย คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" หรือ รัชพล ภู่โอบอ้อม ถือเป็นนักสนุกเกอร์ชาวไทย ที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมในระดับโลกมาแล้ว ถือเป็นคนแรกของประเทศไทย ที่สามารถคว้าแชมป์โลกมาได้ และเคยก้าวขึ้นไปสู่อันดับ 3 ของโลกมาแล้วด้วย โดยเป็นรองเพียงสตีเฟน เฮนดรี้ และสตีพ เดวิสเท่านั้น

นอกจากนี้ต๋องยังเป็นนักสนุกเกอร์คนที่ 8 ของโลกที่สามารถทำเงินรางวัลได้มากกว่า 1 ล้านปอนด์ ปัจจุบันทำรายได้ทั้งหมดจากการแข่งขันอาชีพ 1.75 ล้านปอนด์ ด้วยความมุ่งมั่นและความเพียรพยายามของ "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" เขาจึงกลายเป็นต้นแบบของวงการสอยคิวไทยไปโดยปริยาย ถือเป็นนักสนุกเกอร์ในระดับตำนาน ที่ปลุกกระแสให้คนมาสนใจเล่นกีฬาสนุกเกอร์กันมากขึ้น

ต่อมาในยุคนี้ สอยคิวคนใหม่ก็กำเนิดเกิดขึ้น นั่นก็คือ "แจ๊ค สระบุรี" เดชาวัต พุ่มแจ้ง ที่สามารถล้มคู่ต่อสู้อย่าง "สตีเฟน แม็คไกวร์" นักสนุกเกอร์มืออันดับ 5 ของโลก จนแจ้งเกิดเข้าไปอยู่ในใจแฟนๆ เป็นที่เรียบร้อย ในการแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก "เบทแฟร์ เวิลด์ สนุกเกอร์ แชมเปียนชิพ 2013" ที่ครูซิเบิล เธียเตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา 
 
เขาทำให้วงการสนุกเกอร์ไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่กระแสรุ่นพี่อย่าง "ต๋อง ศิษย์ฉ๋อย" เงียบหายไปพักใหญ่ และดูเหมือนว่าอนาคตของสนุกเกอร์ไทยน่าจะสดใสไปอีกนาน
 
แต่ก็มีเหตุไม่คาดฝันขึ้น วงการสอยคิวไทยวงแตก เมื่อ "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" พร้อมด้วยรุ่นน้อง "เอฟ นครนายก" เทพไชยา อุ่นหนู และ "แจ๊ค สระบุรี" แปรพรรค ของแยกตัวจากสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เนื่องจากมีปัญหาเรื่องค่าตัว
 
เรื่องนี้ก็ร้อนไปถึงนายสินธุ พูนศิริวงศ์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ออกมาให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ว่าปีนี้สมาคมฯ ได้หมดสัญญากับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด ภายใต้ผลิตภัณฑ์ "แสงโสม" ที่เซ็นกันมา 3 ปีแล้ว ทำให้เงินสมาคมฯ มีจำนวนจำกัด เพราะนักกีฬาแต่ละคนใช้เงินเฉลี่ยคนละ 1.6 ล้านบาทต่อปี เพื่อส่งนักกีฬาไทยให้ก้าวไปสู่ถนนการเล่นสนุกเกอร์อาชีพโลก 
 
จนกระทั่ง ทั้ง เดชาวัต และ เทพไชยา ได้เสียสละไม่ขอเงินสนับสนุนจากสมาคมฯ ซึ่งทั้งคู่หาผู้สามารถหาผู้สนับสนุนรายใหม่ได้เอง และต้องการให้เงินที่มีอยู่ไปสนับสนุนนักสอยคิวรุ่นใหม่ อย่าง "กร นครปฐม" ภาสกร สุวรรณวัฒน์, "แมน นครปฐม" ธนวัฒน์ ถิรพงศ์ไพบูลย์, "หมู ปากน้ำ" นพพล แสงคำ และ "เช็ก นครนายก" รัชโยธิน โยธารักษ์ แทน"
 
จะว่าไปแล้ว กว่านักสอยคิวแต่ละคนจะมายืนถึงจุดนี้ได้ สมาคมฯ จะต้องเป็นแรงขับเคลื่อนผลักดันและเป็นแรงสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนและสร้างทุกคนมาถึงตรงจุดนี้ ยิ่งสมัยก่อนทุกๆ คน ต้องลงขันคนละ 2 แสนบาทรวม 5 คนเป็นเงิน 1 ล้านบาทในการส่ง "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" ไปเล่นอาชีพโลก แต่เมื่อทุกอย่างมันดีขึ้นมาก็ต้องรู้จักเสียสละให้คนรุ่นหลังบ้าง ก็ขออวยพรให้ทุกคนประสบความสำเร็จในฤดูกาลใหม่นี้ด้วย
 
ด้าน "คิวทอง" นายศักดา รัตนสุบรรณ อุปนายกสมาคมฯ ก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า นักกีฬาแต่ละคนกว่าจะมายืนถึงจุดนี้ต้องมีสมาคมคอยผลักดัน เวลานี้สปอนเซอร์ที่ให้การสนับสนุนแทบไม่มีแล้ว ทำให้สมาคมฯ ต้องวิ่งเต้นหาเงินเหนื่อยกว่าเดิม อย่างไรก็ตามไม่อยากให้เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นของสังคม เนื่องจากตัวนักกีฬาและผู้บริหารเข้าใจกันดี ไม่มีปัญหาวงในอย่างแน่นอน
 
แม้แต่ แจ๊ค สระบุรี เองก็ออกมาบอกในเรื่องนี้เหมือนกันว่า เป็นคนแจ้งกับทางสมาคมฯ เองเรื่องของถอนตัว เพราะตอนนี้ก็มีผู้ใหญ่ใจดีมาช่วยสนับสนุน และหาสปอนเซอร์ไว้ให้แล้ว จึงถึงเวลาถอนตัวหลีกทางให้รุ่นน้อง เพื่อเสียสละให้รุ่นน้องได้รับทุนที่ทางสมาคมมีจำกัดจะดีกว่า สุดท้าย แจ๊ค ยังโปรยยาหอมขอบคุณที่ทางสมาคมฯ ให้การสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด แถมยังเปิดโอกาสให้ตนแยกจากสมาคมอีกด้วย
 
แหม!! ทำเอาใจหายใจคว่ำ คิดว่าปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ จะทำพิษเสียแล้ว ถ้า "บิ๊กสินธุ" นายกสมาคมฯ กับ แจ๊ค สระบุรี ไม่ออกมาให้ความชัดเจน ก็คงจะไม่ถึงบางอ้อ
 
สุดท้ายทุกอย่างก็จบลงด้วยดี แฮปปี้กันหลายฝ่าย รุ่นพี่ได้ดี ก็เปิดทางให้รุ่นน้อง ได้เดินตามฝันกันบ้างอะไรบ้าง สปิริตเขาแรงดีจริงๆ อย่างนี้เรียกน้ำใจนักกีฬาของจริง และก็ต้องมารอดูกันต่อไปว่า บรรดานักสอยคิวทั้ง 7 คน ที่ก้าวไปเล่นสนุกเกอร์อาชีพโลก จะทำผลงานได้ดีแค่ไหน ทั้งนักกีฬารุ่นเก๋า และรุ่นใหม่ 
 
จะมีใครก้าวขึ้นมาเป็น "ต๋อง 2" ทำให้วงการสอยคิวไทยคึกคักได้อีกครั้ง ต้องคอยติดตาม...
 
 
 
แพท วรา