จากอดีตกีฬาที่ไม่มีใครเชื่อว่านักกีฬาไทยจะสามารถสู้กับคนตัวสูงใหญ่ได้ กลายเป็นอีกความหวังที่จะผลักดันให้ก้าวสู่การแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก คือ โอลิมปิก

กีฬาที่ว่านั้น คือ วอลเลย์บอล

ในอดีตเกมตบลูกยาง หรือ วอลเลย์บอล แทบไม่มีใครกล่าวถึงมากนัก เพราะไม่ใช่กีฬาสากลและเป็นความหวังของกองเชียร์ชาวไทย แม้กระทั่งกีฬาในภูมิภาค อย่างซีเกมส์ ที่เริ่มมาในปี พ.ศ.2520 แชมป์ 6 สมัยแรกเป็น ฟิลิปปินส์ กวาดไป 5 สมัย อินโดนีเซียได้ไป 1 ครั้ง กว่าจะถึงคิวสาวไทยที่ครองความยิ่งใหญ่ในภูมิภาคต้องนับจากปี พ.ศ.2538 ซีเกมส์ ครั้งที่ 18 จ.เชียงใหม่

จากการนำของกัปตันทีม "เซตอัจฉริยะ" ปริม อินทวงศ์ ที่สยบคู่ปรัปฟิลิปปินส์ 3 เซตรวด นับจากนั้นจนถึงซีเกมส์ครั้งที่ 30 ไทยก็ครองแชมป์มาตลอด 12 สมัย

ความสำเร็จของทีมลูกยางสาวไทยที่ทีมชายยังไม่สามารถทำสถิติได้เท่า เชื่อว่า จุดหนึ่งมาจากละครญี่ปุ่นและภาพยนตร์ไทย

แฟนกีฬาคอลูกยางผู้ผ่านหนาวร้อนมานานน่าจะจดจำรำลึกความหลังถึงหนังดีที่มีนางเอกชื่อ "จุง โคชิกะ" ในละครญี่ปุ่นสุดฮิตเรื่อง "ยอดหญิงชิงโอลิมปิค" ออกอากาศประมาณปี พ.ศ.2523 ทางช่อง 5

ซีรีส์ญี่ปุ่นสุดฮิตเรื่องนี้ สร้างปรากฏการณ์ให้เด็กสาวทั้งในกรุงและต่างจังหวัด หันมาหยิบจับลูกวอลเลย์บอล พร้อมซักซ้อมชักชวนกันเล่น และตั้งท่าตบด้วยลีลา "ลูกตบสลาตัน"

อีก 20 ปีต่อมา ในยุคปีพ.ศ. 2543 ชื่อของ "จุง โคชิกะ" กลับมาอีกครั้งในชื่อของ "อีจุง" กะเทยผู้มุ่งมั่นเลียนแบบฮีโร่ของเธอในภาพยนตร์ "สตรีเหล็ก" ที่โด่งดังทั่วประทศกวาดรายได้มโหราฬและดังข้ามชาติทั่วเอเชีย

เรื่องราวของ "ยอดหญิงชิงโอลิมปิก" เด็กหญิงบ้านนอกตัวเล็กจากฮอกไกโด มือตบหลักของทีมที่ต่อสู้ดิ้นรนทั้งการฝึกซ้อมและแข่งขัน เพื่อเป้าหมายคือการแข่งขันโอลิมปิก

เนื้อหาเข้มข้นดราม่าล้วนเต็มไปด้วยอุปสรรคปัญหา ทั้งเรื่องการฝึกซ้อม ความยากลำบากในการใช้ชีวิต จึงต้องชดเชยด้วยความอดทนและสามัคคีในทีมจึงทำให้ประสบความสำเร็จ

และแทบไม่ต่างกับทีมลูกยางสาวไทย 

ในยุคแรกก่อนจะประสบความสำเร็จ ทางสมาคมวอลเลย์บอลฯ เริ่มวางรากฐานสำคัญในการกระจายการแข่งขันในระดับเยาวชนทั่วทุกภูมิภาค พร้อมการก้าวมาของชายที่ชื่อ "พิศาล มูลศาสตรสาทร" ปลัดมหาดไทย ที่เข้ามาเป็นนายกฯ เมื่อปี พ.ศ.2528 นับจากนั้น 10 ปีต่อมา สาวไทยเป็นแชมป์ซีเกมส์แบบยืนยงคงกะพันที่ยังไม่มีทีมใดจะมาเบียดแย่งได้

ก่อนที่ขยับไปในสังเวียนลูกยางที่ยิ่งใหญ่กว่าไม่ว่าจะเป็นการคว้าเหรียญรางวัลจากกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ และการเป็นแชมป์เอเชียมาแล้วถึงสองสมัย โดยในปี พ.ศ.2552 ครั้งแรกที่ประเทศเวียดนาม ก่อนจะมาคว้าแชมป์อีกสมัยในปี พ.ศ.2556 ที่จ.นครราชสีมา

พร้อมมองเป้าหมายใหญ่ต่อไปคือการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

ชีวิตของนักตกลูกยาวสาวไทยนาทีนี้มีสภาพแทบไม่ต่างหนัง "ยอดหญิงชิงโอลิมปิก" ในอดีต ที่มีสภาพเป็นเด็กตัวเล็กบ้านนอกที่พยายามทุกทางในการฝึกซ้อมและแข่งขันเพื่อเป้าหมายกีฬาโอลิมปิก

สำหรับนักตบสาวไทยประกอบด้วย ปิยะนุช แป้นน้อย, พรพรรณ เกิดปราชญ์, ทัดดาว นึกแจ้ง, ปลื้มจิตร์ ถินขาว, อรอุมา สิทธิรักษ์, วัชรียา นวลแจ่ม, วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, นุศรา ต้อมคำ, มลิกา กันทอง, พิมพิชยา ก๊กรัมย์, อัจฉราพร คงยศ, ชัชชุอร โมกศรี, ยุพา สนิทกลาง, ฑิชากร บุญเลิศ

คงบอกไม่ได้ว่าใครคือ "จุง โคชิกะ" แต่บอกได้เลยว่าทุกคนไม่ต่างกับ "จุง โคชิกะ"

ถึงตอนนี้ทีมสาวไทยขยับใกล้ฝันมากที่สุดครั้งหนึ่ง ต้องลืมความเจ็บปวดในการพลาดโอกาสสองครั้งล่าสุดทั้ง โอลิมปิก 2012 ที่ลอนดอน และ 2016 ที่ริโอฯ ประเทศบราซิล

แต่ต้องบอกเลยว่าด่านสำคัญนี้ไม่ง่ายเลยทีเดียว

ในการแข่งขันรอบคัอดเลือก 7-12 มกราคม ที่จ.นครราชสีมา จาก 7 ทีมที่เข้าร่วมคัดเลือก เพื่อหาแชมป์ เพียงทีมเดียวไปแข่งขันในฐานะตัวแทนเอเชียตาม จีน และ ญี่ปุ่น ที่รออยู่ก่อนแล้ว 

7 ทีมประกอบด้วย อิหร่าน ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย คาซัคสถาน ไต้หวัน เกาหลีใต้ และ ไทย

                                                                        คิม ยอน-คยอง 

หลายคนทราบดีกว่า คู่แข่งสำคัญก็คือ เกาหลีใต้ ทีมอันดับ 8 ของโลก ที่นำมาโดย คิม ยอน-คยอง มือตบหัวเสาเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมมาหลายเวที แถมสถิติเจอกันสองครั้งล่าสุดในชิงแชมป์เอเชีย 2019 ที่เกาหลีใต้ เราแพ้ 1-3 เซต ส่วนในศึกเนชั่นส์ ลีก 2019 เราเป็นฝ่ายชนะ 3-1 เซต 

ฟอร์มที่ว่าน่ากลัว แต่เมื่อเทียบดูสถิติแล้วน่ากลัวกว่า เมื่อ เกาหลีใต้ ไปโอลิมปิกมาแล้วถึง 11 ครั้ง มากสุดเป็นอันดับ 3 รองจากญี่ปุ่น 13 ครั้ง และสหรัฐอเมริกา 12 ครั้ง อีกทั้งเคยได้เหรียญทองแดงใน ปี 1976 ที่มอลทรีออล ประเทศแคนาดา และเคยได้อันดับ 4 อีก 2 ครั้ง ในโอลิมปิกปี 1972 และล่าสุดลอนดอนเกมส์ 2012 

ยอมรับว่าหนักแต่เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ด้วยความมุ่งมั่นและพยายายาม ของนักตบสาวไทยไม่ต่างกับ "จุง โคชิกะ" ในจอ

เพื่อ "โอลิมปิก" ที่ใฝ่ฝัน !!