สำหรับวงการฟุตบอลในช่วงตลอดปี 2019 มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นในเกมระดับสโมสร หรือในเกมระดับชาติ จึงรวบรวม 10 เรื่องเด่นที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการรำลึกถึงกันเสียก่อนที่จะปีใหม่จะเข้ามาแล้ว

ปีทองของ "หงส์แดง" เจ้ายุโรปสู่แชมป์โลก
ถือว่าปี 2019 เป็นปีทองของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งอยู่ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ เจอร์เกน คลอปป์ ได้เลย เพราะได้พบกับความสำเร็จจากการชูถ้วยแชมป์กันจนเมื่อยแขนกันไปเลยทีเดียว เริ่มจากจุดเริ่มต้นคือการครอง "เจ้ายุโรป" ในฐานะแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หลังจากนั้นไปคว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และปิดท้ายด้วยแชมป์สโมสรโลก "ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ" เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แบบสวยงาม

"เมสซี่" เหนือ "ฟาน ไดจ์ค" แบบค้านสายตา
แม้จะโชว์ฟอร์มในช่วงตลอดทั้งปีนี้ได้อย่างโดดเด่น และได้รับการยกย่องให้เป็นยอดกองหลัง "เบอร์หนึ่ง" ในโลกลูกหนังยุคปัจจุบันอีกด้วย ทว่า เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีมชาติฮอลแลนด์ของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล กลับชวดคว้ารางวัล "นักฟุตบอลยอดเยี่ยม" ของ 2 สถาบันยักษ์ใหญ่ นั้นก็คือ "เดอะ เบสต์" หรือรางวัลนักเตะที่ดีที่สุดในโลกของ ฟีฟ่า รวมถึง "บัลลงดอร์" หรือรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรป เพราะคณะกรรมการตัดสินต่างพร้อมใจกันยกทั้ง 2 รางวัลให้ ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ที่ไม่ฟอร์มแจ่มเหมือนปีก่อนๆ แบบค้านสายตาแฟนบอลเป็นอย่างมาก

"แม็คไกวร์" กองหลังแพงสุดในโลก
สร้างความฮือฮาด้วยการขึ้นแท่นเป็นเจ้าของสถิติกองหลังค่าตัวแพงที่สุดของลูกหนังโลกในช่วงกลางปี 2019 นี่เอง เนื่องจาก "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินสูงถึง 85 ล้านปอนด์ เพื่อกระชากตัว แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กองหลังทีมชาติอังกฤษมาจาก "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ เข้ามาเสริมแนวรับ ซึ่งทุบสถิติเดิมของ แฟร์กิล ฟาน ไดจ์ค จากตอนที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ลงทุนคว้ามาจาก "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อช่วงต้นปี 2018 ในราคา 75 ล้านปอนด์

"เรือใบสีฟ้า" ราชาถ้วยแชมป์อังกฤษ
ได้จารึกชื่อเป็นทีมแรกของเกาะอังกฤษที่สร้างประวัติศาตร์กวาดแชมป์รายการใหญ่จากเมื่อฤดูกาล 2018/19 ได้ครบทั้ง 3 รายการ สำหรับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งอยู่ภยใต้การคุมทัพของยอดกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โดยเริ่มต้นจากแชมป์ ลีก คัพ หรือ คาราบาว คัพ ตามชื่อของผู้สนับสนุน และต่อด้วยแชมป์ พรีเมียร์ ลีก อีกหนึ่งสมัย ก่อนจะตบท้ายด้วยแชมป์ เอฟเอ คัพ จึงสถาปนาตัวเองเป็นราชาถ้วยแชมป์แห่งเมืองผู้ดีจากเมื่อซีซั่นก่อนไปเลย

"ไก่เดือยทอง" มีเรื่องเซอร์ไพรส์ทั้งปี
เป็นทีมลูกหนังที่น่าจับมองตลอดทั้งปี 2019 เลยก็ว่าได้ สำหรับ "ไก่เดือยทอง" ท็แตแน่ม ฮอทสเปอร์ ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ซึ่งอุดมไปด้วยนักเตะคลื่นลูกใหม่เต็มไปหมด และสามารถทะลุผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้แบบเซอร์ไพรส์อีกด้วย แม้จะพบกับความผิดหวังทำได้ดีที่สุดเพียงรองแชมป์ก็ตาม แต่หลังจากนั้นได้มีการปลด เมาริซิโอ โปเชตติโน่ โค้ชฝีมือดีออกจากตำแหน่งแบบหน้าตาเฉย ก่อนจะแต่งตั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ ยอดกุนซือชาวโปรุตกีสเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่แบบน่าประหลาดใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

"ซีดาน" รีเทิร์นกอบกู้ชุดขาว
ย้อนหลังกลับไปช่วงกลางปี 2018 เมื่อตอนที่ได้ประกาศเลิกคุมทัพ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด แบบเซอร์ไพร์สในช่วงหลังยึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" ครองตำแหน่งแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งถือว่าเป็นจุดสูงสุดของอาชีพกุนซือแล้วด้วย และไม่อยากเสี่ยงต่อการโดนไล่ออกในอนาคต หากทำผลงานได้ต่ำกว่าที่เคยสร้างเอาไว้ ทว่า ซีเนอดีน ซีดาน ได้ตัดสินใจกลืนน้ำลายตัวเองด้วยการกลับมารับงานคุมทีมเดิมอีกครั้ง เพื่อกอบกู้ทีมรักมาตั้งแต่สมัยเป็นตำนานนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสให้กลับมาฟื้นคืนชีพอีกรอบ หลังพบกับความตกต่ำตั้งแต่ที่เขาเดินจากไปนั่นเอง  

"แซมบ้า" คืนบัลลังก์เบอร์หนึ่งละติน
ห่างหายจากบัลลังก์ "เจ้าลูกหนังละติน" ไปนานถึง 12 ปีเลยทีเดียว สำหรับ "แซมบ้า" บราซิล อดีตแชมป์ฟุตบอลโลก 5 สมัยที่เหินห่างจากความสำเร็จในรายการใหญ่ๆ มานานเป็นทศวรรษแล้วนั่นเอง จึงหมายมั่นปั้นมือหวังใช้ความเป็น "เจ้าภาพ" ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อเมริกาใต้ หรือ โคปา อเมริกา 2019 บนแผ่นดินเกิดเพื่อกลับคืนสู่ความเป็นทีมฟุตบอล "เบอร์หนึ่ง" ของทวีปอีกครั้ง แม้จะไร้ เนย์มาร์ ดาวเตะตัวเก่งที่เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน แต่ ติเต้ กุนซือตัวเก่งยังสามารถพาทีมไปถึงฝั่งตามที่ตั้งเป้าเอาไว้

"กาตาร์" สวมบทม้ามืดยึดเจ้าเอเชีย
เพียงแค่ช่วงเริ่มต้นปี 2019 ใครจะไปคาดว่า กาตาร์ จะผงาดคว้าแชมป์ เอเชียน คัพ ได้แบบพลิกความคาดหมาย แม้จะต้องเผชิญหน้ากับทีมคู่แข่งระดับหัวแถวของทวีปอย่าง ซาอุดิอาระเบีย, อิรัก, เกาหลีใต้, สหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ รวมถึง ญี่ปุ่น ในรอบชิงชนะเลิศ แต่เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งอยู่ภายใต้การคุมทัพของ เฟลิกซ์ ซานเชซ กุนซือโนเนมชาวสเปน สามารถพิชิตชัยได้ทั้ง 7 เกมที่ลงสนาม และเสียประตูตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ไปเพียงลูกเดียวเท่านั้น

"แอลจีเรีย" ขึ้นเบอร์หนึ่งกาฬทวีป
กลับคืนสู่บัลลังก์ "เจ้าลูกหนังกาฬทวีป" ได้อีกครั้ง หลังห่างหายไปนานถึง 19 ปีเลยทีเดียว นับตั้งแต่ที่เคยทำได้ครั้งแรกในเมื่อปี 1990 โดยช่วงก่อนเริ่มฟาดแข้งในศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2019 ที่ประเทศอิยิปต์ แม้จะไม่ได้รับการยกให้เป็น "ทีมเต็ง" ในกลุ่มหัวแถว แต่ แอลจีเรีย ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ ดาเมล เบลมาดี้ ซึ่งอุดมไปด้วยนักเตะที่ค้าแข้งในถิ่นต่างแดน นำทัพโดย ริยาด มาห์เรซ กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะไม่พบกับความพ่ายแพ้เลย และสามารถคว้าชัยชนะได้ทั้งหมด จึงเข้าป้ายแชมป์แอฟริกาเป็นสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ

"สาวมะกัน" ไร้เทียมทานในบอลหญิง
ยังคงยืนหนึ่งแบบไร้เทียมทานในวงการลูกหนังขาอ่อนเหมือนเช่นเคย สำหรับ "อินทรีสาว" ทีมชาติสหรัฐอเมริกา เพราะทำผลงานในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019 ที่ประเทศฝรั่งเศส ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยรอบแรกได้สร้างสถิติยิงประตูในหนึ่งเกมได้มากที่สุดจากการลงเล่นรอบสุดท้ายในนัดประเดิมสนามที่ไล่ถล่ม "ชบาแก้ว" ทีมชาติไทย 13-0 หลังจากนั้น จิล เอลลิส กุนซือสาวจะนำทัพบ้านเกิดปราบชาติยักษ์ใหญ่จากยุโรปในรอบน็อคเอาท์ได้ทั้งหมด ก่อนจะป้องกันแชมป์โลกได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน และเป็นครั้งที่ 4 อีกด้วย

ลุงป๊อบ แฟนพันธุ์แท้