แม้ว่าการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 2 ฤดูกาล 2020 จะยังไม่เปิดฉากโม่แข้งกัน แต่เรื่องของการเสริมทัพ การเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ของแต่ละทีมนั้น ก็มีความคืบหน้าไปค่อนข้างมาก เพราะเป้าหมายของแต่ละทีมในไทยลีก 2 ที่เหมือนกันก็คือ การเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด

วันนี้ทีมข่าว SMMSPORT จะพาทุกท่านไปดู 5 ทีมเต็งที่มีโอกาสสูงที่จะเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 1 กันครับ

ชัยนาท ฮอร์นบิล

“นกใหญ่พิฆาต” ทีมอันดับ 15 ของไทยลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ตกชั้นมาพร้อมกับ เชียงใหม่ เอฟซี แบบเซ็งๆ สไตล์การเล่นของ ชัยนาท เมื่อฤดูกาลที่แล้วบอกได้เลยว่าเอาใจแฟนบอล ดูแล้วสนุก กล้าได้กล้าเสีย เจอทีมใหญ่ไม่มีการตั้งรับ บุกสู้อย่างเดียว แต่ผลลัพธ์กลับเสียมากกว่าได้ จนทีมต้องตกชั้นในที่สุด

การเริ่มต้นใหม่ของทีมในฤดูกาลที่จะถึงก็คือการแต่งตั้ง โรนัลด์ โบเร็ตติ หรือ “โค้ชรอนนี่” เข้ามาเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ของทีมที่จะลงเล่นศึกฟุตบอลไทยลีก 2 ในฤดูกาล 2020 รวมไปถึง โค้ชสุเมธ อยู่โต หัวหน้าผู้ฝึกสอนในชุดอะคาเดมี่ ก็จะขึ้นมาเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของทีม

นอกจากนั้นพลพรรค "นกใหญ่พิฆาต" ได้ต่อสัญญาผู้เล่นแกนหลักของทีมออกไปอีกหลายคนทั้ง ปริญญา อู่ตะเภา, ฉัตรชัย คุ้มพญา และ คาซูกิ มูราคามิ โดยล่าสุดพวกเขาเปิดตัวผู้เล่นใหม่มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วทั้ง มงคลชัย กองจำปา กองกลางกัปตันทีมจากทัพ สิงห์นายด่าน รวมไปถึง ธานัท จันทะยา ปีกความเร็วสูงจาก อินทรีทัพฟ้า นติพงษ์ แสนมะฮุง ปราการหลังดีกรีทีมชาติไทยในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จาก เชียงใหม่ เอฟซี

รวมไปถึงแข้งต่างชาติทั้ง เมียต กอง แข่น ปีกดาวรุ่งวัย 19 ปี ทีมชาติเมียนมาร์ในชุดคว้าเหรียญทองแดงซีเกมส์ 2019 ครั้งล่าสุดที่ประเทศฟิลิปปินส์ แฮร์ริสัน คาร์โดโซ่ และ บรูโน่ คอเรียอา นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นดาวรุ่ง 5 คนที่ถูกคว้าตัวมาร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็น กิตติ กินโนนกอก ศูนย์หน้าวัย 20 ปีดีกรีเยาวชนทีมชาติไทยรุ่น 18 ปี และ 19 ปี และ กานต์ดนัย ถาวรศักดิ์ แบ็กขวาวัย 24 ปี สองแข้งจาก อ่างทอง เอฟซี, ศรุต สนธิเพชร แบ็กขวาวัย 23 ปี จาก แพร่ ยูไนเต็ด, ธีรยุทธ ใจมั่น มิดฟิลด์ตัวรับวัย 24 ปี จาก ชัยนาท ซิตี้ และ วรินทร จำนงวัตร์ แบ็กซ้ายวัย 17 ปี ที่ดันขึ้นมาจากอะคาเดมี่ของสโมสร ต้องรอดู ชัยนาท ชุดนี้จะดีพอสำหรับการเลื่อนชั้นหรือไม่ 

เชียงใหม่ เอฟซี 

“พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี ทีมอันดับสุดท้ายของไทยลีก ฤดูกาล 2019 ตกชั้นมาเริ่มต้นใหม่ในไทยลีก 2 อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่มีโอกาสขึ้นไปโลดแล่นบนลีกสูงสุดเพียงฤดูกาลเดียว โดยทีมมีการเปลี่ยนแปลงมากพอสมควร

ไล่ตั้งแต่ตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนที่เปลี่ยนจาก “โค้ชอั๋น” สุรพงษ์ คงเทพ มาเป็น “โค้ชอ่ำ” อำนาจ แก้วเขียว พร้อมผู้ช่วยอย่าง ทนงศักดิ์ ประจักกะตา และโค้ชผู้รักษาประตู กิตติศักดิ์ ระวังป่า

ด้านการเสริมตัวทีมยังคงเดินหน้าเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง โดยเวลานี้สโมสรเสริมทัพนักเตะใหม่ไปแล้วถึง 19 ราย ประกอบไปด้วย กรพัฒน์ นารีจันทร์, จาตุรงค์ สมากร, รัตนชาติ เนียมไธสง, เฉลิมศักดิ์ อักขี, เอกลักษณ์ ลุงนาม, มีเดช สรายุทธพิสัย, ธนินท์ เกียรติเลิศธรรม, อภิสิทธิ์ โสรฎา, ศิวกร แสงวงศ์, ทัศนพงศ์ หมวดดารักษ์, อรรถวิทย์ สุขช่วย, วรุตม์ บุญสุข, ก้องนธีชัย บุญมา, ณัฐชัย ศรีสุวรรณ, ณัฐวุฒิ นามทิพย์, สำเริง หาญเชี่ยว, เรียว มัตสึมูระ, ณัฐภูมิ มายา และ วงศพัทธ์ ศิลาหิรัญรัตน์ เป็นรายล่าสุด บวกผู้เล่นเดิมที่อยู่กับทีมในฤดูกาลที่แล้วทั้ง วรวุฒิ นามเวช, เอฟสัน ปาทริซิโอ, มุสตาฟา อาซัดซอย, รณชัย รังสิโย, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ดูจากการเสริมทัพขนาดนี้การเลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยลีกอีกครั้งคงไม่ยากเย็นจนเกินไป

ศรีสะเกษ เอฟซี 

เกือบทำเซอร์ไพรส์เลื่อนชั้นได้แล้ว สำหรับทัพ “กูปรีอันตราย” ที่จบอันดับ 4 ของไทยลีก 2 ฤดูกาล 2019 ได้อย่างน่าชื่นชม ทั้งที่โดนตัดแต้มถึง 12 แต้ม พลาดการเลื่อนชั้นขึ้นไทยลีกไปอย่างน่าเสียดาย มาในฤดูกาลนี้มีการเปลี่ยนแปลงทั้งโค้ช ที่ได้ “โค้ชเก๋” วรชัย สุรินทร์ศิริรัฐ อดีตกุนซือ ไทยฮอนด้า ผู้ทำแสบใส่ ศรีสะเกษ โดยการเอาชนะไป 3-0 ในนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้ว มานั่งแท่นกุนซือคุมทัพ ลุยศึกไทยลีก 2 ฤดูกาล 2020 แทนที่ "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม ที่ย้ายไปคุม หนองบัวพิชญ เอฟซี

ด้านการเสริมทัพทีมก็ได้นักเตะที่น่าสนใจมากมายทั้ง วานิช ใจแสน, ปริญญ์ กุญชร, อรรถพงศ์ หนูพรหม, นรากร คณา, ก้องภพ ลวดทรง, อดิศักดิ์ เส็นสมเอียด และ ธเนศ เบญพาด แข้งต่างชาติทั้ง เคนโตะ นางาซากิ, อเล็กซ์ รูเอล่า รวมไปถึงขุมกำลังเดิมทั้ง ภานุวัฒน์ ไฟไหล, ทนงศักดิ์ พันภิพัฒน์ และ คาตาโนะ ฮิโรมิชิ การที่ได้โค้ชและนักเตะที่เคยทำงานร่วมกันมาก่อนมาร่วมงานกันอีกครั้งจึงไม่ต้องปรับตัวมาก และตั๋วในการเลื่อนชั้นคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม 

เชียงใหม่ ยูไนเต็ด 

เชียงใหม่ ยูไนเต็ด หรือชื่อเดิม เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ภายใต้การบริหารของ "สว.ก๊อง" ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร ประธานสโมสรจอมทุ่ม ที่มอบเงินอัดฉีดไม่อั้นในฤดูกาลที่ผ่านมา จนทีมอยู่รอดบนลีกรองได้สำเร็จ จบอันดับที่ 11 ของตารางในไทยลีก 2 ฤดูกาล 2019 โดยในฤดูกาลที่จะถึงนี้ สโมสรได้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งชื่อทีมรวมถึงตราสโมสร

ในส่วนของการเสริมทัพก็เป็นไปอย่างคึกคัก ล่าสุดได้นักเตะต่างชาติมาร่วมทีมแล้ว 4 รายแล้วทั้ง โจเอล ซามี่, วูกึน ยอง, โดมินิค อดิเยียห์ และ เมลวิน เดอ ลูว์ ส่วนแข้งไทยมี 10 รายประกอบด้วย ณัฐพงษ์ สมณะ, สหรัฐ แก้วแสงใส, มนตรี พรมสวัสดิ์, ถวิล บุตรสมบัติ, ศิริวัฒน์ สินธุรักษ์, กีรติกรณ์ นิลมาศ, สุรวิช โลกาวิทย์, นนท์ ม่วงงาม, รณพีร์ เชยคำดี และ ไพโรจน์ เอี่ยมมาก รวมทั้งหมด 14 รายในตอนนี้ ด้วยขุมกำลังและการเสริมทัพอย่างบ้าคลั่งขนาดนี้ ตั๋วเลื่อนชั้นสู่ไทยลีกคงได้มาไม่ยากนัก 

หนองบัว พิชญ เอฟซี 

“พญาไก่ชน” จบอันดับที่ 9 ในไทยลีก 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา ผลงานถือว่าความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฎ มาในฤดูกาลที่จะถึงนี้สโมสรมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ไฮไลต์สำคัญก็คือการเข้ามากุมบังเหียนของ “น้าฉ่วย” สมชาย ชวยบุญชุม กุนซือผู้ที่เกือบพา ศรีสะเกษ เอฟซี จบอันดับที่ 4 ของไทยลีก 2 ฤดูกาล 2019 ได้อย่างน่าชื่นชม เกือบได้เลื่อนชั้นขึ้นไทยลีก ทั้งที่โดนตัดแต้มถึง 12 แต้ม

ส่วนการเสริมทัพก็น่าสนใจเช่นเดียวกันไล่มาตั้งแต่ กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ, พรเทพ จันทร์ไข่, ยุทธพงษ์ ศรีละคร, ศักดรินทร์ มิ่งสมร, ธีรัตม์ นาคชำนาญ, เลอสรรค์ เทียมราช, ปานศิริ สุกุณีย์, รัชชานนท์ ผางแก้ว, ฉัตรชัย เจียกกลาง, กฤษณ เกษมกุลวิไล และ กันตภณ สมพิทยานุรักษ์ โควตาแข้งต่างชาติทั้ง มาร์กอส วินิซิอุส และ วัลโดมิโร ซัวเรซ รวมทั้งสิ้น 13 ราย เชื่อว่าการเสริมทัพขนาดนี้และประสบการณ์ของน้าฉ่วยจะทำให้ทัพพญาไก่ชน มีโอกาสเลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยลีกแน่นอน