ในแวดวงสอยคิวโลก นาทีนี้มีแค่จตุรเทพ 4 นักสนุ้กเกอร์สายเลือดไทยติดท็อป 100 ประกอบด้วย "เอฟวัน" เทพไชยา อุ่นหนู มือ 21 โลก “หมู ปากน้ำ” อันดับที่ 33  "ซันนี่ สายล่อฟ้า" อันดับ  53 และ วัฒนา ภูโอบอ้อม หรือ "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ในอันดับ 85

   หากจะมองใครสักคนที่จะมาสานฝัน หายอดนักสอยคิวสักคนที่จะสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับวงการสนุ้กเกอร์ไทยในนาทีนี้น่าจะเป็น "นุ้ก สากล" กฤษณัส เลิศสัตยาธร เจ้าของเหรียญทองการแข่งขันสนุกเกอร์ ซีเกมส์ครั้งที่ 30 ที่ฟิลิปปินส์ 

   “นุ้ก สากล” หรือ กฤษณัส เลิศสัตยาทร เกิดที่จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2531 บิดาชอบเล่นสนุกเกอร์มาก จึงตั้งชื่อลูกชายว่า "นุ้ก"

   ตามพ่อไปวิ่งเล่นอยู่ในโต๊ะสนุ๊กฯ ซอยวัดด่านสำโรง 60 ตั้งแต่เด็ก กระทั่งมาเริ่มฝึกเล่นครั้งแรกตอนอายุ 6 ขวบ โดยมี "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" เป็นแรงบันดาลใจ แต่เนื่องจากความสูงผมยังไม่พ้นขอบโต๊ะ จึงต้องใช้ลังน้ำอัดลมวางเรียงไปรอบๆโต๊ะ เพื่อเพิ่มความสูงให้เพียงพอที่จะแทงสนุกเกอร์ได้

   ฝึกฝนเชิงสนุ้กเกอร์จนฉายแวว แต่ทางบ้านอยากให้มุ่งไปเรื่องการเรียนมากกว่า กระทั่งมาเกิดจุดเปลี่ยน ตอน ม.4 เมื่อลงแข่งรายการแรกของสยามกีฬา ปี 2547 สามารถคว้าแชมป์เยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี ทำให้ทางบ้านยอมและสนับสนุน ก่อนถูกเรียกเข้าไปเก็บตัวเป็นทีมชาติชุดเล็ก 

   "นุ้ก" ในวัย 16 ปี ถูกเรียกเข้าไปเก็บตัวอยู่ในศูนย์ฝึกการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมตระเวนเดินสายแข่งตามรายการต่างๆ โดยทำการฝึกซ้อมสังกัด "สากล สนุ้กเกอร์" จนได้รับฉายา "นุ้ก สากล" 

   ในปี 2554 นุ้ก สากล ขยับเข้ามาอยู่ในการแข่งขันระดับ คลาส ซี หรือ  ดิวิชั่น 2 แต่เพียงระยะเวลาแค่ปีเดียวหลังจากนั้น เขาก็กระโดดพุ่งพรวดขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ หลังแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในทัวร์นาเมนต์ สนุกเกอร์ แสงโสม 6 แดง เมื่อโชว์ฟอร์มทะลุผ่านในรอบคัดเลือกในแต่ละภาคเข้าไปเล่นรอบสุดท้าน แกรนด์ ไฟนอล ที่จังหวัดตาก และผ่านเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศ 

   ผลงานคราวนั้นแม้จะจบที่รองแชมป์ แต่ทางแสงโสม มอบสิทธิ์ให้บินไปดูการแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลกที่ ครูซิเบิล เธียเตียร์ รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง สตีเฟน แม็กไกวร์ กับ อาลี คาร์เตอร์ เป็นการจุดประกายครั้งสำคัญอีกหน พร้อมมุ่งหวังอยากเข้า ครูซิเบิล อีกครั้งแต่ไม่ใช่ฐานะผู้ชมแต่เป็นผู้เข้าร่วมแข่งขัน 

   ในปี พ.ศ.2557 นุ้ก สากล สร้างชื่ออีกครั้งในการแข่งขัน แสงโสม 6 แดง ชิงแชมป์โลก เมื่อเจ้าตัวทะลุเข้ารอบ 4 คนสุดท้าย โดยเอาชนะ จอห์น ฮิกกินส์ เจ้าของแชมป์โลก 4 สมัย ในรอบก่อนรองชนะเลิศ หลังจากปราบ มาร์ก เดวิส อดีตมือวางอันดับ 12 ของโลก ในรอบ 16 คน ก่อนพ่ายต่อ สตีเฟน แม็กไกวร์ อดีตนักสอยคิวมือ 2 โลก ในรอบรองชนะเลิศ ก่อนที่ แม็กไกวร์ จะไปถึงตำแหน่งแชมป์

   อีกสองปีต่อมา "นุ้ก สากล" สร้างชื่อให้ตัวเองและประเทศชาติอีกครั้งเมื่อไปให้ถึงตำแหน่งแชมป์สนุกเกอร์สมัครเล่นเอเชีย พร้อมกับมีโอกาสได้เทิร์นโปรไปเล่นอาชีพที่ประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 2 ปี 

   ด้วยความไกลบ้านและไม่คุ้นชินกับสภาพต่างแดนทำให้หนุ่มวัย 28 เวลานั้น ไม่ประสบความสำเร็จในผลการแข่งขัน แถมถูกตั้งข้อครหาว่า "ล้มคิว"

   ในการแข่งขันปีแรกที่ได้สิทธิ์เล่นสนุ้กเกอร์อาชีพที่อังกฤษ  "นุ้ก สากล" ถูกวิจารณ์ว่ามีพฤติการณ์น่าสงสัยในเกมที่เล่นกับ มาร์ค จอยส์ รายการเยอรมัน มาสเตอร์ส ระหว่างวันที่ 6-9 ธ.ค.2559 รอบคัดเลือก 128 คน โดย นุ้ก สากล แพ้ขาดกระจุย 1-5 เฟรม ทำให้โต๊ะพนันร้องเรียนมายังสมาคมสนุกเกอร์โลก เนื่องจากหน้าเสื่อผิดปกติ เพราะมีผู้แทงพนันมาร์ค จอยส์ ทุกราคา จนบ่อนพนันต้องปิดไม่รับแทงในเวลาต่อมา 

   ผลความพ่ายแพ้ครั้งนั้น  นุ้ก เดินทางกลับ ไม่ได้ลงเล่นอีกหลายรายการ พร้อมยืนยันไม่ได้ล้ม ส่วนไม่ได้แข่งขันรายการอื่นต่อ เพราะไม่มีผู้สนับสนุนในเรื่องค่าใช้จ่าย

   "นุ้ก สากล" ยอมรับว่า สาเหตุที่เล่นไม่ดีในนัดแข่งกับ มาร์ค จอยส์ เนื่องจากเพิ่งเดินทางไปถึงและปรับตัวกับสภาพอากาศยังไม่ได้ จึงทำให้ผลแข่งขันออกมาไม่ดี พร้อมยืนยันว่าได้เล่นสุดฝีมือ เพราะเพิ่งไปเล่นอาชีพปีแรกคงไม่กล้า คิดไม่ซื่อแน่ 

   หลังหวนกลับมาเล่นที่แผ่นดินเกิดในปีนี้ นุ้ก สากล กลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง กวาดแชมป์ระดับประเทศมาแล้วถึง 3 รายการจาก 6 สนาม

   นัดสำคัญคือล้ม ''เอฟวัน'' เทพไชยา อุ่นหนู จอมคิวมือ 1 ของสยามประเทศ ม้วนเดียว 4-0 เฟรม  ในรอบรองชนะเลิศ ศึกสอยคิว พี80-ทรู ขอนแก่น คัพ เข้าไปชิงชนะเลิศกับไอดอล ''ต๋อง ศิษย์ฉ่อย'' รัชพล ภู่โอบอ้อม ก่อนที่จะ "นุ้ก สากล" ที่ออกคิวร้อนแรงนำ 3-0 ก่อนเบียดเอาชนะในเฟรมตัดสินแบบสุดสูสี 4-3 เฟรม ผงาดแชมป์สำเร็จ

   จากผลงานชิ้นโบว์แดงทำให้ "นุ้ก สากล" ในวัย 31 ปี ถูกเรียกเข้ามารับใช้ชาติในการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ 2019 
 และ "นุ้ก สากล" ไม่สร้างความผิดหวัง เมื่อคว้าแชมป์ได้สำเร็จ พร้อมกับมองโอกาสเข้าสู่เวทีสนุ้กเกอร์โลกอีกครั้ง

   เพื่อสานฝันแชมป์รายการอาชีพ และพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในสังเวียนโลก