"ผมเคยอยู่ในจุดที่ต่ำสุดมาแล้ว ผมใช้ชีวิตทุกวันเพื่อเรียนรู้และแก้ปัญหา เวลาที่เราเจอปัญหาบ่อยๆ เข้า ไม่นานเราก็จะเก่งไปเอง" นี่คือมุมมองของ "สมาน บุญยอ" เจ้าของค่ายมวย ส.สมานการ์เม้นท์ - ป.พีณภัทร

ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าส.สมานการ์เม้นท์ - ป.พีณภัทร คือค่ายมวยที่มาแรงแซงโค้ง จากค่ายมวยเล็กๆ ย่านกำนันแม้น จนเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากแฟนมวยสู่ระดับแนวหน้า วันนี้ฤกษงามยามดี รองอ๊อดสารคาม เลยจะมาจับเข่าคุยกันกับคุณสมาน บุญยอ เจ้าของค่ายมวยมาแรงแห่งนี้ เพื่อให้พี่น้องแฟนมวยได้รู้จักนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงคนนี้กันให้มากยิ่งขึ้น

จากธุรกิจการ์เม้นท์เข้าสู่วงการมวยได้อย่างไร?
"เริ่มจากผมทำธุรกิจการ์เม้นท์อยู่แล้วได้มารู้จักคุณปุ๊ ป.พีณภัทร วันหนึ่งคุณปุ๊ ก็ชวนผมให้มาถอดมงคลนักมวย เดิมทีผมไม่ค่อยดูมวยเท่าไหร่ พอได้มาสัมผัสจริงๆ ผมว่าวงการมวยมีเสน่ห์มาก พอคุณปุ๊ชวนมาร่วมทำค่ายผมก็เลยลงเต็มตัวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตอนนี้ก็เรียนรู้กันไป นักมวยสอนผม ผมสอนนักมวย เราเรียนรู้ไปด้วยกัน ได้คุณเต้ กำนันแม้นมาช่วยอีกแรงค่ายก็แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ครับ"

วางแผนบริหารจัดการอย่างไรค่ายมวยถึงได้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วขนาดนี้?
"ผมให้ใจไม่ว่าจะทำอะไรผมทำเต็มที่ ทำให้เต็มร้อย ส่วนหนึ่งของรายได้จากการ์เม้นท์ผมเอามาลงให้กับค่าย ดูแลนักมวยอย่างดี เผลอๆ จะดูแลดีกว่าลูกซะอีก (หัวเราะ) นักมวยในค่ายผมอัดฉีดเต็มที่ทุกคน กินต้องดี นอนต้องดี อยู่ด้วยกันต้องมีความสุข มีอะไรต้องคุยกัน เดือดร้อนตรงไหนต้องบอก เราเหมือนคนในครอบครัวทุกอย่างต้องเปิดใจ ผมโชคดีที่นักมวยทุกคนนิสัยดี มีวินัย ทุกคนรู้หน้าที่ รู้เวลาเล่น รู้เวลาซ้อม ส่วนหนึ่งก็มาจากคุณเต้ เค้าจะคอยดูแลนักมวยให้ผมเป็นอย่างดี ช่วยผมได้มาก เพราะผมเป็นคนทำธุรกิจ เวลาไม่แน่นอน เรื่องนี้ต้องขอบคุณเค้า"

พอใจกับผลตอบรับแค่ไหน?
"พอใจมากครับ ค่ายเราเป็นที่รู้จักในเวลาเพียงไม่นาน นักมวยของเรามีคุณภาพทุกคน ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะป๋าชุ้น และผู้ใหญ่ในบ้านพลเมืองดีให้โอกาสพวกเราอยู่เสมอ ท่านมองเห็นถึงความตั้งใจ ซึ่งผมก็บอกน้องๆ ทุกคนว่าต้องรักษาตรงนี้ไว้ให้ดีๆ นี่คือสิ่งที่อยู่ในใจผมตลอด ป๋าชุ้นมีบุญคุณต่อผมมาก ตอนผมเข้ามาทำค่ายมวยใหม่ๆ ไม่มีใครรู้จักผม ผมมาแบบโนเนมมาก พอค่ายเริ่มดังนักมวยเริ่มมีผลงาน พลอยทำให้ธุรกิจของผมมีชื่อไปด้วย บางคนพอรู้ว่าผมทำเสื้อยืดคำแรกที่เค้าทักมาคือ 'สวัสดีครับคุณสมาน คิดถึงเสื้อยืด คิดถึงสมานการ์เม้นท์ครับ' ก็หัวเราะสนุกสนานกันไป"

ทราบข่าวมาว่าก่อนมาทำการ์เม้นท์ ขับแท็กซี่มาก่อน?
"ผมเคยอยู่ในจุดที่ต่ำสุดมาแล้ว ผมใช้ชีวิตทุกวันเพื่อเรียนรู้และแก้ปัญหา เวลาที่เราเจอปัญหาบ่อยๆ เข้า ไม่นานเราก็จะเก่งไปเอง ผมขับแท็กซี่มาระยะหนึ่ง พอดีช่วงนั้นการเมืองระอุ รายได้ผมลดลง คิดว่าขับแท็กซี่น่าจะไม่เหมาะแล้ว ระหว่างตัดสินใจก็พอดีได้เห็นภรรยาเย็บผ้า มีจักรอยู่ 5 คัน เย็บกับลูกน้องซึ่งมันก็พอไปได้ ผมเลยอยากเปลี่ยนอาชีพมาทำการ์เม้นท์อย่างจริงจัง ตอนนั้นผมมีรถแท็กซี่อยู่ 3 คัน ผมขายหมดเลย เอาเงินมาลงจักร จากจักร 5 ตัวผมทำให้มันเป็น เป็น10 ตัวเป็น 30 ตัว จากนั้นกิจการของผมก็โตมาเรื่อยๆ จนตอนนี้มีพนักงานเกือบ 200 คน มีสาขาในประเทศ 6 สาขา ต่างประเทศอีก 2 สาขา และจะเพิ่มเป็น 3 สาขาเร็วๆ นี้ที่ประเทศลาวครับ" 


คิดว่าเรามาถึงจุดนี้ได้เพราะอะไร?
"ใจสู้ ใจใหญ่ และใจกว้างครับ กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ผมสู้มาแล้วทุกรูปแบบ ผมเคยอยู่ในจุดที่ต้องพยายามแก้ไขปัญหาทุกวันๆ มาแล้ว ผมล้มแล้วผมลุก ล้มอีกก็ลุกอีก จากนี้ไปทุกปัญหากลายเป็นเรื่องเล็กมากสำหรับผม อีกอย่างที่ผมระลึกอยู่เสมอคือต้องไม่ลืมบุญคุณใคร ผมตั้งตัวได้เพราะมีคนให้โอกาส เมื่อผมมีโอกาสผมก็เผื่อแผ่โอกาสนั้นให้กับคนรอบตัว ชีวิตไม่ต้องคิดมากหรอก แค่คิดดีก็พอ คิดดีชีวิตก็จะดี ทำงานกับผมต้องอยู่ดีกินดีเหมือนผม ไม่รู้นะ ผมว่ายิ่งให้ก็ยิ่งได้ผมเชื่อแบบนั้นนะ" 

มาถึงตอนนี้ รองอ๊อด สารคาม ก็เชื่อว่าหลายคนคงจะรู้จักคุณสมาน บุญยอ ดีขึ้นเหมือนที่รองอ๊อด สารคาม รู้จัก บางครั้งคำว่า หัวใจใหญ่กว่าตับอาจจะใช้ไม่ได้เฉพาะนักมวยเสียแล้ว ยิ่งให้ก็ยิ่งได้ คำนี้ดีจริงๆ ครับ

รองอ๊อด สารคาม