เจลีก ฟุตบอลอาชีพในประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นลีกที่ดีที่สุดในเอเชีย ปัจจุบันมีนักเตะไทยไปค้าแข้งกันหลายคน แต่การจะไปค้าแข้งที่นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เชื่อหรือไม่นักเตะไทยไม่ได้เพิ่งเคยไปเล่นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น

เอ่ยถึงนักฟุตบอลไทยในปัจจุบันคงไม่มีใคร ร้อนแรงเท่า “อุ้ม”​ ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายทีมแชมป์เจลีกอย่าง โยโกฮาม่า เอฟ.มารีนอส และทีมชาติไทยแล้ว เพราะนอกจากจะเป็นนักเตะไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้แชมป์เจลีกแล้วปีนี้ยังได้รับรางวัลอีกมาดมายอาทิ รางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม จากการกีฬาแห่งประเทศไทย, รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ​ อีกด้วย

“อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน กว่าจะมาถึงวันนี้ได้เขาต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ ต้องใช้ชีวิตค้าแข้งในประเทศญี่ปุ่นมาถึง 2 ฤดูกาลจึงจะประสบความสำเร็จได้ เช่นเดียวกับนักเตะไทยอีกหลายคนที่กำลังสร้างฝันในการเล่นฟุตบอลอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ

ฟุตบอลเจลีก ถือเป็นลีกฟุตบอลอาชีพอันดับหนึ่งของทวีปเอเชีย ซึ่งมีนักเตะต่างชาติเข้าไปค้าแข้งอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น อันเดรส อีเนียต้า,​ เฟร์นันโด ตอร์เรส, ลูคัส โพดอลสกี้ โดยในเจลีก 1 มี 3 นักเตะไทยค้าแข้งอยู่ด้วยทั้ง “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ในทีมคอนซาโดเร ซัปโปโร, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ในทีมโออิตะ ทรินิตะ และ “อุ้ม”​ธีราทร บุญมาทัน ในทีมโยโกฮาม่า เอฟ.มารีนอส ทำให้ปัจจุบันเจลีกถือเป็นอีกลีกอาชีพหนึ่งที่ นักฟุตบอลไทยใฝ่ฝันอยากจะไปค้าแข้งกันมากไม่แพ้ลีกอาชีพในยุโรป

สำหรับนักเตะไทยที่เดินทางไปค้าแข้งในประเทศญี่ปุ่น ความจริงแล้วไม่ใช่มีแค่ 3 นักเตะดาวดังของไทย ที่ผ่านมาเคยมีนักเตะไทยไปค้าแข้งในแดนอาทิตย์อุทัยมาแล้วหลายคน วันนี้จะมาย้อนอดีตกันดูบ้างว่ามีใครกันบ้าง

เส้นทางนักฟุตบอลไทยในลีกญี่ปุ่น คนแรกไม่ใช่ใคร “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ถือเป็นนักเตะไทยยุคบุกเบิกแดนอาทิตย์อุทัยเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งในต่างแดนครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2519 โดยได้รับการทาบทามจากทีม ยันมาร์ ดีเซล (ปัจจุบันคือทีม เซโรโซ่ โอซาก้า) ให้ไปเล่นในฟุตบอลอาชีพยุคนั้นเรียกว่า “เจแปนซอคเกอร์ลีก” แต่ “โค้ชเฮง” ก็เล่นแค่ปีเดียวแม้ต้นสังกัดจะขอต่อสัญญา ด้วยตั้งเป้าว่าจะไปเล่นในลีกยุโรปซึ่งก็ทำได้ แต่หลังจากนั้น “โค้ชเฮง” ก็กลับมาเล่นในญี่ปุ่นอีกครั้งกับทีม มัตสึชิตะ (ปัจจุบันคือทีม กัมบะ โอซาก้า) ในปี พ.ศ.2529-2538

หลังจากนั้นก็มีนักเตะไทยไปเล่นฟุตบอลที่ญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นในปี พ.ศ.2528 วรวรรณ ชิตะวานิช, พิชัย คงศรี กับทีมทันจิน มัตสึยามะ(ปัจจุบันคือทีม เอฮิเมะ เอฟซี)

ในปี พ.ศ.2532-33 นที ทองสุขแก้ว ปราการหลังทีมชาติไทยได้รับการชักชวนจาก “โค้ชเฮง” ไปค้าแข้งกับทีม มัตสึชิตะ เช่นเดียวกับ รณชัย สยมชัย กองหน้าทีมชาติไทยที่ตามไปในปี พ.ศ.2533 ต่อมาทีมคอสโม่ออยล์ ก็สร้างปรากฎการณ์ดึงนักฟุตบอลไทยไปเล่นหลายคนไม่ว่าจะเป็น พิชิตพล อุทัยกุล (พ.ศ.2533), สมชาย ทรัพย์เพิ่ม, พงศธร เทียบทอง (พ.ศ.2533-34) และประเสริฐ ช้างมูล  (พ.ศ.2534) ซึ่งในปัจจุบันทีมคอสโม่ออยล์ยุบทีมไปแล้ว

จากนั้นก็ไม่มีนักเตะไทยไปค้าแข้งที่ประเทศญี่ปุ่นอีกเลย มีแค่ “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล เท่านั้นที่ทำงานเป็นโค้ชอยู่ที่นั่น ก่อนจะได้รับงานคุมทีมในเจลีก 3 กับสโมสรไกนาเร่ ต็อตโตริ ก็ดึงนักเตะไทยอย่าง อดุลย์ หละโสะ มิดฟิลด์ทีมชาติไทยไปเล่นในปี พ.ศ.2551

ในปี พ.ศ.2560 ถือเป็นปีที่ นักเตะไทย กลับมาเปิดตลาดในเจลีกได้อีกครั้งเมื่อ คอนซาโดเล ซัปโปโร ทีมในเจลีก 1 ได้ตกลงยืมตัว “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ มิดฟิลด์ทีมชาติไทยจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปเล่นด้วย แม้ปีแรกอาจจะไม่ประสบความสำเร็จในด้านผลงานสักเท่าไหร่ แต่ก็สร้างความฮือฮาให้กับวงการฟุตบอลไทยและญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี จนต่อมา ชนาธิป ได้ลงตัวจริงมากขึ้นก็ทำให้ปัจจุบัน คอนซาโดเล ซัปโปโร ได้ทำการซื้อตัวไปร่วมสังกัดแบบซื้อขาด

ระหว่างนั้นก็มีนักเตะไทยไปเล่นอยู่ในเจลีกเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็น “มุ้ย”​ ธีราศิลป์ แดงดา เล่นให้ทีมซานเฟรสเช่ ฮิโรชิม่า, “อุ้ม”​ ธีราทร บุญมาทัน เล่นให้วิสเซล โกเบ โดยทั้งสองไปเล่นเจลีก 1 ในปี พ.ศ.2561 ซึ่งปีถัดมา “มุ้ย”​ มีอาการบาดเจ็บจึงไม่มีการต่อสัญญาและกลับมาเล่นให้กับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ส่วน “อุ้ม”​ ย้ายไปเล่นให้กับ โยโกฮาม่า เอฟ.มารีนอส จนประสบความสำเร็จได้แชมป์เจลีกในฤดูกาลล่าสุดนั้นเอง

นอกจากนี้ยังมีนักเตะไทยคนอื่นที่ไปเล่นในเจลีกด้วย อาทิในเจลีก 1 ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ สังกัดโออิตะ ทรินิตะ (พ.ศ.2561),​ เจลีก 2 จักรกฤษ ลาภตระกูล สังกัดทีมโทกุชิม่า วอร์ทิส (พ.ศ.2562),​ เจลีก 3 สิทธิโชค ภาโส สังกัดคาโงะชิมะ ยูไนเต็ด (พ.ศ.2560) และที่ไปอยู่กับทีมสำรองอายุไม่เกิน 23 ปี ของสโมสรในเจลีกก็มี จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ สังกัดทีมยู-23 เอฟซี โตเกียว (พ.ศ.2560-61), เชาว์วัฒน์ วีระชาติ สังกัดทีมยู-23 เซเรโซ่ โอซาก้า (พ.ศ.2561), ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม สังกัดทีมยู-23 เอฟซี โตเกียว (พ.ศ.2562)

ทั้งหมดนั่นคือรายชื่อนักฟุตบอลไทยที่ไปค้าแข้งใน เจลีก ประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ยังมีนักเตะไทยอีกสองคนที่เคยไปเล่นอยู่ในญี่ปุ่นช่วงสั้นๆ ด้วยนั่นคือ เลิศชาย อิสราสุวิภากร นักฟุตซอลทีมชาติไทย ที่เคยไปค้าแข้งกับสโมสรฟูจู แอธเลติก ในฟุตซอลลีกญี่ปุ่น เมื่อปี 2553-54 และ นภัทร ศรีเสริม นักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย เคยไปค้าแข้งกับสโมสรสเปรันซ่า โอซาก้า เมื่อ พ.ศ.2556 นั่นเอง

สำหรับฤดูกาล 2020 หรือ พ.ศ.2563 มีข่าวออกมาต่อเนื่องว่ามีสโมสรในเจลีก ให้ความสนใจดึงนักเตะไทยไปค้าแข้งกันหลายคน แต่ที่ชัวร์แน่นอนแล้วก็คือ “เจ”​ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่คอนซาโดเร ซัปโปโร ขาดไม่ได้ ด้าน “อุ้ม”​ ธีราทร บุญมาทัน ที่โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจในฤดูกาลที่ผ่านมา โยโกฮาม่า เอฟ.มารีนอส ก็คงจับเซ็นสัญญาให้อยู่กับทีมต่อแน่นอน ส่วนนักเตะรายอื่นๆ ก็ต้องรอลุ้นกันว่าจะมีใครได้ไปบ้าง ซึ่งต้องบอกว่าการไปค้าแข้งในเจลีกมีแต่ผลดีกับฟุตบอลไทยในหลายมิติอย่างแน่นอน.