ศึกไทยลีกฤดูกาล 2019 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด สามารถสร้างประวัติศาสตร์ ก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ได้สำเร็จครั้งแรก สามารถโค่นบัลลังก์แชมป์ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้สำเร็จในรอบ10ปี


ทำเนียบแชมป์ปีที่ผ่านมานอกจาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่เป็นแชมป์ไทยลีกแล้ว บอลถ้วยอย่าง ช้าง เอฟเอคัพ ก็เป็น การท่าเรือ เอฟซี ที่คว้าไปครอง ส่วน โตโยต้า ลีกคัพ เป็น พีที ประจวบ เอฟซี ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์ครั้งแรกเช่นเดียวกัน

ในช่วงปิดซีซั่นแต่ละสโมสรก็มีการเตรียมทีมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความพร้อมมากที่สุด บางทีมก็เรียกนักเตะที่มีสัญญากลับมาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมปรีซีซั่นแล้ว แต่ก็มีหลายทีมที่ยังปล่อยนักเตะพักอยู่ ซึ่งก่อนปีใหม่ทุกทีมน่าจะเข้าสู่การซ้อมปรีซีซั่นแบบจริงจรัง

วันนี้ผมอยากจะมาพูดถึงเรื่องราวของสโมสร หนึ่งในทีมที่มีแฟนบอลคลั่งไคล้มากที่สุด ใช่ครับคือ การท่าเรือ เอฟซี

นับตั้งแต่ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ เข้ามาเทกโอเวอร์ตั้งแต่เมื่อ6ปีที่แล้ว สิงห์ท่าเรือ ก็ได้รับความสนใจมากขึ้น จากทีมกลางๆก็กลายเป็นทีมยักษ์ใหญ่ที่พร้อมทุ่มเงินในการสร้างทีมให้ประสบความสำเร็จแข่งขันบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่อื่นๆ จนมาประสบความสำเร็จกับการคว้าแชมป์แรกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ช้าง เอฟเอคัพ

ในการเตรียมทีมของ การท่าเรือ เอฟซี นักเตะตัวหลักฤดูกาลที่ผ่านมามีแค่ สุมัญญา ปุริสาย คนเดียวที่ถูกปล่อยไปให้ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ส่วนที่เหลืออยู่กันครบ ส่วนตัวใหม่ที่ดึงเข้ามาน่าสนใจทีเดียวไล่ตั้งแต่ บิ๊กดีลอย่าง เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส เดอะแบกของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เข้ามาเติมเกมรุกลุยถ้วยเอเชียอย่าง เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก

นอกจาก เฮแบร์ตี้ แล้วยังมีการเสริมแข้งไทยเข้ามาเป็นกำลังเสริมอีกหลายรายไล่ตั้งแต่ 2 แข้งชุดซีเกมส์ล่าสุด คือ ฉัตรมงคล ทองคีรี และ จตุรพัช สัทธรรม รวมทั้ง 4 นักเตะอย่าง ธนาสิทธิ์ ศิริผลา, กานต์นรินทร์ ถาวรศักดิ์, ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา และ ธนากรณ์ แดงทอง

แม้ว่าทีมจะค่อนข้างลงตัวในเรื่องของตัวผู้เล่น แต่ มาดามแป้ง ก็ยังหวังที่จะดึงแข้งใหม่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งต่อเนื่อง แต่จะเป็นใครนั้นต้องรอติดตาม ยังมีเวลาในการเลือกอีกเยอะพอสมควรกว่าตลาดจะปิดในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2020

ขุมกำลังที่ การท่าเรือ เอฟซี มีตอนนี้ในมุมมองส่วนตัวผมยกให้เป็นหนึ่งในทีมเต็งที่มีโอกาสประสบความสำเร็จด้วยการเป็นแชมป์ไทยลีก เพราะมีทั้งความเก๋าประสบการณ์และความสด และที่สำคัญความกระจายที่พวกเขาอยากจะสร้างประวัติศาสตร์เหมือนกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ทำได้

ในส่วนของแม่ทัพกุนซือใหญ่ คนที่จะรับหน้าที่ยังเป็น โชคทวี พรหมรัตน์ เหมือนเดิม โดย จะเด็จ มีลาภ ที่ยังอยู่ช่วยในทีมงานเหมือนเดิม ทำให้ค่อนข้างเป็นทีมงานที่ลงตัวมากๆ มีทั้งคุณภาพนักเตะที่ดีและทีมงานสต๊าฟโค้ชที่มีประสบการณ์ไม่แพ้ทีมอื่น

จากการที่ประสบความสำเร็จกับบอลถ้วยมาแล้ว แน่นอเป้าหมายที่บอร์ดบริหารและแฟนบอลอยากเห็นอันดับหนึ่งคือการคว้าแชมป์ไทยลีก ซึ่งทีมที่จะประสบความสำเร็จนั้น จะต่างจากบอลถ้วยที่บางครั้งนอกจากฝีชื่อโชคก็มีส่วนสำคัญ แต่ในบอลลีกจะไม่มีมีเรื่องโชค เพราะจะแข่งขันกันทั้งหมด30นัด ทีมที่สม่ำเสมอและคงเส้นคงวาเท่านั้นที่จะได้ชูถ้วย

ถ้าใครได้ดูการเล่นของ การท่าเรือ เอฟซี ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ถ้าเทียบคุณภาพนักเตะพวกเขาไม่ได้เป็นรองทีมอื่นเลยนะ แต่ปัจจัยที่ทำให้ยังไม่ประสบความสำเร็จก็คือเรื่องของประสบการณ์บางซีซั่นเริ่มต้นได้ดี เกาะกลุ่มนำมาตลอด แต่พอถึงช่วงเวลาสำคัญไม่สามารถยืนระยะได้ ก็ต้องมาดูว่าในฤดูกาล 2020 พวกเขาจะแก้ไขในจุดนี้ได้หรือไม่

เชื่อว่าตอนนี้สาวก สิงห์คลองเตย น่าจะเฝ้ารอให้เปิดลีกเร็วที่สุด เพราะจะเป็นฤดูกาลที่พวกเขามีความพร้อมากที่สุด โดยส่วนตัวผมไม่ได้เป็นแฟนบอลคลองเตย ถ้าก็แอบเอาใจช่วยให้ประสบความสำเร็จ อยากเห็นแชมป์หน้าใหม่บ้าง แล้วมาดูกันครับว่าพอถึงเวลาจริงๆ ผลงานของพวกเขาจะเป็นอย่างไร จะทำได้อย่างที่แฟนบอลคาดหวังหรือไม่ น่าติดตาม...