เป็นจำนวน 2 เกมเข้าไปแล้ว ที่ ลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะเหนือคู่แข่งด้วยการหมุนเวียนใช้ขุมกำลังสำรอง

จาก 5-2 กับ เอฟเวอร์ตัน ต่อเนื่องถึงการบุกอัด บอร์นมัธ 3-0 มันเป็นผลลัพธ์ที่สวยหรูกว่าขุมกำลังตัวจริงที่ใช้ในหลายๆ เกมเลยด้วยซ้ำ

ย้อนกลับไปเมื่อ 3-4 ปีก่อนหน้านี้ แฟนบอลเกือบทุกคนต่างก็ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า “หงส์แดง” คือทีมที่มีจุดอ่อนเรื่องขุมกำลังในแนวลึกที่เทียบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ได้

มันก็จริงอย่างที่พวกเค้าว่า! เพราะถ้าเราดูชื่อชั้นของตัวสำรองที่ ลิเวอร์พูล มีอยู่ มันก็ชวนให้คิดแบบนั้นจริงๆ และยิ่งหนักใจเข้าไปอีกเมื่อมองไปดูตัวสำรองของ “เรือใบสีฟ้า”

แต่ความจริงที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันกลับพลิกตารปัตรจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ภายหลังจากที่ตัวสำรองที่แลดูดาดๆ ของ “เร้ด แมชชีน” กลับติดเครื่องแล่นฉิว ใช้ใครเล่นก็ดีไปหมด

นั่นตรงกันข้ามกับ แมนฯ ซิตี้ ที่มีขุมกำลังสำรองค่าตัวแพงกระฉูด ให้ได้ใช้งานมากมาย แต่พวกเขาเหล่านี้กลับไม่สามารถสร้างความแตกต่าง นำมิติการเล่นใหม่ๆ เข้ามาสู่ทีมได้เลย

อะไรที่ทำให้ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน, นาบี เกอิต้า, โจ โกเมซ, เซอร์ดาน ชากิรี่, เจมส์ มิลเนอร์, ดิว็อค โอริกี้ และ อดัม ลัลลาน่า กลายเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ริยาด มาห์เรซ, อิลคาย กุนโดกันเบนฌาแม็ง เมนดี้, ชูเอา กานเซโล่, กาเบรียล เชซุส หรือ นิโคลัส โอตาร์เมนดี้ ไปได้ ?

คำตอบชัดๆ ที่พอจะบอกได้เต็มๆ เลยก็คือ ระบบการเล่นของ ลิเวอร์พูล นั้นสนับสนุนให้นักเตะเหล่านี้ได้สำแดงศักยภาพออกมาได้เต็มสูบมากกว่า

นักเตะอย่าง โอริกี้, ลัลลาน่า, ชากิรี่ หรือ โจ โกเมซ เป็นนักเตะที่อยู่ในจุดที่ห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบมาก แต่สิ่งที่พวกเขามีก็คือพวกเขาเข้าใจในบทบาทของตัวเองยามลงสนามเป็นอย่างดี และถึงแม้จะมีข้อผิดพลาด แต่พวกเขาก็จะเอาจุดแข็งด้านอื่นๆ เข้ามาทดแทน

ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหน นักเตะทุกคนของ ลิเวอร์พูล จะต้องเล่นในรูปแบบของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งต่างกับตัวสำรองของ ซิตี้ อย่าง มาห์เรซ, กุนโดกัน, ชูเอา กานเซโล่ หรือ กาเบรียล เชซุส ที่พยายามแสดงความเป็นตัวเองออกมามากกว่า

การงัดความเป็นตัวเองออกมานั้นเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่มันก็ต้องบาลานซ์กับจุดกึ่งกลางเรื่องสไตล์การเล่นของทีมด้วย

ความมั่นใจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะในขณะที่ตัวสำรองของ “หงส์แดง” มีความกระหายที่จะแสดงฝีเท้าออกมา แต่ทางสำรองของ “เรือใบสีฟ้า” นั้นออกแนวขาดความมั่นใจไปพอสมควร จนทำให้กลายเป็นกดดันตัวเอง

แม้กระทั่งนักเตะใหม่อย่าง โรดรี้ ก็ยังไม่ได้โชว์ฟอร์มถึงขั้นโดดเด่นที่สุด ถึงแม้จะไม่ได้ถึงขั้นแย่ไปเลยก็ตาม เมื่อรวมกับตัวจริงที่ฟอร์มตก นั่นก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ของทีมย่ำแย่ลงไปอีก

กับช่วงที่เหลือหลังจากนี้ของฤดูกาล ตัวสำรองของ ลิเวอร์พูล จะก้าวเข้ามามีบทบาทต่อการกำหนดผลการแข่งขันมากขึ้นเรื่อยๆ  

และถ้ามันยังเป็นแบบนี้ต่อไป นี่จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้พวกเขาก้าวไปสู่เส้นชัยเหนือกว่า เลสเตอร์ และ แมนฯ ซิตี้ ที่แลดูจะเป็นรองในเรื่องขุมกำลังแนวลึกชั่วโมงนี้

จะเป็นยังไง ต้องรอติดตามกันดูครับ