การเป็นนักกีฬาไม่มีใครอยากแพ้ แต่เมื่อมีโอกาสชนะ กลับไม่ดีพอที่จะคว้าโอกาสนั้นไว้ ก็ต้องเงยหน้ายอมรับ ปรับปรุง พัฒนา แล้วลุกขึ้นมาสู้ต่อ

เรียกว่าเป็นความผิดหวังอย่างแรง สำหรับ วอลเลย์บอลชายทีมชาติไทย หลังพ่ายเจ้าภาพฟิลิปปินส์ ร่วงตกรอบรองชนะเลิศ ซีเกมส์ 2019 ชวดเข้าไปป้องกันเหรียญทองสมัยที่ 5 ติดต่อกัน และหมดสิทธิ์ลุ้นทาบสถิติเหรียญทอง 9 สมัย ของ อินโดนีเซีย

ก่อนจะไปว่าถึงเกม เช็คผลงานรอบแรก ไทย เอาชนะ สิงคโปร์ 3-1 เซต และ พม่า 3-0 เซต เก็บ 6 แต้ม ตีตั๋วเป็นที่ 1 ของ กลุ่ม เอ ส่วน หนุ่มปินส์ อัด กัมพูชา และ เวียดนาม ด้วยสกอร์ 3-0 เซต ก่อนจะมาแพ้ อินโด 0-3 เซต หลุดเป็นที่ 2 กลุ่ม บี

หนุ่มไทย ยังดูเหนือกว่าเล็กน้อย ยิ่งทีมตบหนุ่มตากาล็อก คือชุดเดียวกันที่ได้อันดับ 3 วอลเลย์บอล “ซีเล็ก” ประชาชน ก ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คือพอจะเคยได้เห็นหน้าค่าตากันมาก่อนแล้ว น่าจะเอาอยู่ และผ่านได้

แต่ด้วยคำว่าเจ้าภาพ คงไม่สามารถประมาทได้เลย เพราะหลังจบรอบแรก “โค้ชยุ่น” นาวาอากาศโท มนต์ชัย สุภจิระกุล ยังยอมรับว่าฟอร์มของฟิลิปปินส์แข็งแกร่งขึ้นเยอะ แถมการได้เสียงเชียร์จากแฟนวอลเลย์บอล จะช่วยปลุกเร้าได้เยอะแน่

และก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ความจุ  10,000 ที่นั่ง ของ ฟิลสปอร์ต อารีน่า เหมือนจะไม่พอด้วยซ้ำ ยิ่งวันแข่งขันเมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.62) เป็นวันอาทิตย์ ทำให้แฟนลูกยางชาวฟิลิปปินส์เข้ามากันแน่นสนาม มาสร้างความคึกคักตั้งแต่คู่แรก ระหว่าง อินโด กับ พม่า

อย่างไรก็ตาม หนุ่มไทยถือว่ายังรับมือได้ดี เก็บเซตแรกได้ก่อน 25-17 ทว่าเซตสองกลับมาหลุดพ่าย 20-25 ถึงตรงนี้ต้องบอกว่าสถานการณ์ชักไม่แน่แล้ว เพราะฝั่งฟิลิปปินส์เองก็มีความมั่นใจมากขึ้น เสียงเชียร์กระหึ่มทุกจังหวะที่ได้ขึ้นตี

จากเกมที่บดขยี้สู้กันสนุก ท้ายเซตสามเสียงเชียร์เจ้าถิ่นดูจะเบาบางลงเมื่อ กฤษฎา นิลไสว บล็อกปิดเซต พาไทยชนะ 25-23 นำอีกครั้ง 2-1 เซต และเซต 4 ไทยมีโอกาสปิดแมตช์ หลังขึ้นแท่นนำ 24-21 แต่สุดท้ายทำไม่ได้ ถูกแซง 27-25 ไปยื้อต่อเซต 5

สถานการณ์ถือว่า 50-50 ออกฝั่งไหนก็ได้ เพราะปลายทางแค่ 15 แต้ม ทางฟิลิปปินส์เองก็มองว่าพวกเขาสามารถชนะเกมนี้ได้ เสียงเชียร์ดังกระหึ่มลั่นสนั่น ฟิลสปอร์ต อารีน่า อีกครั้ง แถมช่วงเปลี่ยนแดนยังเป็นฝ่ายออกนำไทย 8-6 ด้วยซ้ำ

จากนั้น ไทยรัว 3 คะแนนรวด แซงนำ 9-8 แต่สถานการณ์ยังพลิกไปพลิกมา ก่อนที่ไทยจะมาขึ้นแท่นได้ที่ 15-14 ต้องการแต้มเดียวจะเข้าชิง แต่ความไม่เด็ดขาด จบไม่คม ทำให้ตกเป็นฝ่ายพลิกพ่ายแพ้ไป 15-17 ร่วงตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

"เจ้าภาพมีบอลที่เหนียวแน่น และนักกีฬาตื่นตัวตลอดเวลา เราจับหัวเสาเบอร์ 1 เขาไม่ได้ (ไบรอัน บากูนาส) ทั้งที่เราได้เปรียบเซตในช่วงเซตสี่ และห้า และจังหวะสุดท้าย เราพลาดเอง" ความรู้สึกหลังเกมของ โค้ชยุ่น

นักกีฬาทุกคนไม่มีใครอยากแพ้ แต่อย่าลืมว่าซีเกมส์หนนี้ มันเหมือนเป็นการผลัดใบกลายๆ ของ ทีมลูกยางหนุ่มไทย การไม่มี กิตติคุณ ศรีอุทธวงศ์ กับ จิรายุ รักษาแก้ว คือโจทย์ใหญ่ ซึ่งคงอ้างไม่ได้ เพราะทีมก็เตรียมแผนรับมือตั้งแต่ชิงแชมป์เอเชียแล้ว

แต่หากถ้ามองแง่บวก นักตบหนุ่มได้อะไรจากเกมนี้เยอะมาก อย่าง 5 หน้าใหม่ที่มาสัมผัสซีเกมส์ครั้งแรก ทั้ง อมรเทพ คนหาญ, อนุตร พรมจันทร์, กิตติธัช นุวัตดี, จักรพงศ์ ทองกลาง และ บุญญฤทธิ์ วงศ์ธร เป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ชั้นดีแก่พวกเขา

รวมทั้งได้เห็นฟิลิปปินส์ ว่าเขาพัฒนายกระดับขีดความสามารถขึ้นมาได้มากแค่ไหน ไม่ใช่มีแค่ อินโด, พม่า หรือ เวียดนาม รวมไปถึง ข้อบกพร่อง การรับมือกับภาวะความกดดัน ที่ยังทำได้ไม่ดี จะได้นำกลับไปปรับปรุงและพัฒนาสู้แมตช์ต่อๆไป

แม้จะมีโอกาสเข้าไปชิง และ เมื่อยังไม่ดีพอเองที่จะคว้าโอกาสนั้นไว้ ก็ต้องเงยหน้ายอมรับ ยังเหลือเกมชิงที่ 3 เหรียญทองแดง ก็ยังมีความสำคัญอยู่ เมื่อหมากเกมนี้มันยังไม่จบ ก็ต้องสู้กันต่อไป วอลเลย์บอลชายทีมชาติไทย...

Mr.SAMBUK