ทองแท้...ย่อมไม่ลอกไฟ วลีนี้ใช้ได้เสมอทุกยุค ทุกสมัย และทุกวงการ

ในโลกของฟุตบอลก็เหมือนกัน คนเก่งจริง ก็ย่อมจะผ่านมรสุมปัญหาไปได้ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอุปสรรคแค่ไหนก็ตาม

เช่นเดียวกับ อากิระ นิชิโนะ ยอดโค้ชชาวญี่ปุ่น ผู้ที่แฟนบอลชาวไทยยกย่องเทิดทูน ว่าเป็นโค้ชต่างชาติฝีมือดี ดีกรีเด่น โปรไฟล์หรู

แม้ตอนนี้ นิชิโนะ จะกำลังเจอกับวิบากกรรมขนานใหญ่ ผลงานของทีมชาติไทย ทั้งชุดใหญ่ และชุด U23 ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

แต่หากเขาเป็น "ทองแท้" เขาย่อมทนไฟ ไม่หลุดลอกง่ายๆแน่นอน

ผลงานของ U23 ในซีเกมส์ 2019 ต้องบอกว่าน่าผิดหวังอย่างมาก แม้ ไทย จะไม่ใช้นักเตะโควต้าอายุเกิน 2 คน แต่เราก็ดึงผู้เล่นจากทีมชาติ ชุดใหญ่ ลงมาช่วยถึง 3 คน

แต่การตกรอบแรก มันช่างเจ็บปวดเกินใจเหลือเกิน แฟนบอลชาวไทยต่างรู้สึกผิดหวังมากๆกับทีมชุดนี้

และคนที่ต้องรับผิดชอบเป็นแรก ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นคือ ยอดโค้ชอย่าง อากิระ นิชิโนะ นั่นเอง

แม้ตอนนี้ในโลกโซเชี่ยล แฟนบอลชาวไทย ต่างไประบายความผิดหวังที่ตัวนักเตะ ไปด่านักเตะ ว่าฝีเท้าไม่ถึง กองหลังอ่อน เอาคนนั้น คนนี้ มาติดทีมชาติได้ยังไง

แต่ต้องอย่าลืมว่า นักเตะทุกคน นิชิโนะ เป็นคนเลือกมาเองกับมือ คัดมาด้วยสายตาของตัวเอง

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลฯ ยืนยันหลายรอบว่า ในสมาคมฯไม่มีใคร "ล้วงลูก" นิชิโนะ ทุกอย่างให้กุนซือญี่ปุ่นคนนี้ ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว

ฉะนั้นแฟนบอลเลิกคิดไปได้เลยว่า ทีมชุดนี้จะมีเด็กเส้นหรือเด็กฝาก เพราะทุกคน นิชิโนะ คัดมาเองด้วยสมองและสายตาของเขา

มันจึงเกิดคำถามว่า สมองและสายตาของ นิชิโนะ ถูกต้องแม่นยำหรือไม่?

ผมไม่อยากเห็นแฟนบอลไปด่านักเตะ เพราะนักเตะเล่นยังไง มันก็ออกมาตามที่โค้ชเขาฝึกซ้อม เขาวางแผนเอาไว้

นิชิโนะ เป็นคนวางแผนการฝึกซ้อมทั้งหมดของทีมชุด U23 แม้ตัวเขาจะไม่ค่อยมีเวลาได้ไปคลุกคลีด้วยก็ตาม แต่ทุกอย่างมันเกิดจากสมองและการสั่งการของกุนซือญี่ปุ่นคนนี้

จริงๆก็น่าเห็นใจ นิชิโนะ ไม่น้อย ที่ต้องมาคุมทีมทั้ง ชุดใหญ่ และ U23 ซึ่งผมก็ไม่รู้จริงๆว่า มันเป็นความต้องการของใครกันแน่ ที่จะต้องคุมทั้ง 2 ชุด

จะเป็นตัว นิชิโนะ เองหรือเปล่า ที่อยากจะคุมมันทั้ง 2 ชุดเลย

หรือจะเป็น สมาคมฟุตบอลฯ ที่อยากให้ นิชิโนะ ดูแลทั้ง 2 ชุด

แต่ไม่ว่าอย่างไร นิชิโนะ ก็ตกปากรับคำ และเซ็นสัญญาคุมทีมแบบรวดยอดไปแล้ว เขาก็ไม่อาจจะเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างว่า  "ผมไม่มีเวลา" หรือ "ผมดูแลไม่ทั่วถึง" ได้ เพราะเขาเป็นคนตัดสินใจรับงานนี้ด้วยตัวเอง และย่อมต้องรู้ว่า จะเจอปัญหาแบบนี้ เพราะโปรแกรมการแข่งขันของทั้ง 2 ชุด มันออกล่วงหน้ามาเป็นปีแล้ว

ทีมชุดซีเกมส์ เริ่มเก็บตัวกันตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม ต่อเนื่องมาจนถึงพฤศจิกายน ซึ่งมีเวลาเกือบเดือน ผมมองว่าไม่ใช่น้อยๆ

แถมด้วยคำให้สัมภาษณ์ของทั้ง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และตัว นิชิโนะ เอง ที่ประกาศเสียงดังฟังชัดว่า ซีเกมส์หนนี้ ต้องเหรียญทองเท่านั้น

มันย่อมทำให้แฟนบอลชาวไทย ตั้งความหวังไว้สูง เพราะรอบนี้เรามียอดโค้ชจากประเทศญี่ปุ่นมาคุมทีมเชียวนะเว้ย

แต่จากผลงานที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า มันจึงเกิดคำถามตามมาว่า นิชิโนะ คือคนที่ใช่ คือคำตอบที่ถูกต้อง แล้วรึเปล่าของฟุตบอลไทย?

2 ปีก่อน "โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ พาทีมชาติไทย บุกตบ มาเลเซีย และคว้าเหรียญทองซีเกมส์ ได้ถึงถิ่นเสือเหลือง

แต่ก็ยังอยู่ไม่ได้ ถูกแฟนบอลไทยด่าสารพัด จนเกิดวลีที่ว่า "ซีเกมส์ ใครคุมก็ได้แชมป์"

ฉะนั้นแค่ได้แชมป์มันไม่พอ มันต้องเล่นให้สวยด้วย ถึงจะถูกใจชาวไทย

แต่พอมาเป็น นิชิโนะ กุนซือต่างชาติ โปรไฟล์สุดหรู กลับไม่ถูกด่า แถมแฟนบอลไทยยังพร้อมอุ้มชู พร้อมช่วยแก้ต่างให้สารพัด

คนที่ถูกด่า กลับเป็นนักเตะเสียอย่างงั้น??

นิชิโนะ คงทำบุญมาดี แฟนบอลไทยถึงรักมากขนาดนี้

แต่หากมองเนื้องานจริงๆ หลายนัดที่ผ่านมา ทั้งชุดใหญ่ และชุดเล็ก ผมเริ่มมองเห็นจุดผิดพลาดของ นิชิโนะ มากขึ้นเรื่อยๆ

เช่นการเปลี่ยนตัวแก้เกมที่ค่อนข้างช้า, การเปลี่ยนตัวที่มักจะไม่เห็นผล, การแก้เกมที่ไม่ค่อยมีทีเด็ดอะไร การจัดทัพแบบแปลกๆ และการเรียกนักเตะมาติดทีมชาติแบบมีเครื่องหมายคำถาม

ตั้งแต่ นิชิโนะ คุมทีมชาติไทยมา มีเพียงนัดเดียวที่ผมรู้สึกประทับใจ นั่นคือแมตช์ที่เปิดบ้านเอาชนะ ยูเออี 2-1 ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

นอกนั้น ยังไม่มีเกมไหนที่ผมประทับใจผลงานของ นิชิโนะ เลย

เจอ เวียดนาม ก็ไม่เคยชนะ

บุกไปแพ้ มาเลเซีย อีก

ตกรอบแรกซีเกมส์อีก

นิชิโนะ จึงเริ่มถูกแฟนบอลไทย ตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเขายังเป็น "ทองแท้" อยู่หรือไม่?

โอกาสสำคัญที่ นิชิโนะ จะพิสูจน์ให้คนไทยได้เห็น ก็คือในรายการ U23 ชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ที่ประเทศไทย จะได้เป็นเจ้าภาพในต้นเดือนหน้า

นิชิโนะ ได้เห็นแล้วว่า ทีมชุด U23 มีจุดอ่อนตรงไหน มีจุดบกพร่องอย่างไร เขามีเวลาอีกประมาณ 1  เดือน ให้ต้องซ่อมแซมส่วนที่เสีย

ผมว่าเวลา 1 เดือนนี้ ถือว่าไม่น้อยที่จะให้ นิชิโนะ ปรับจูนทุกอย่างให้ลงตัว

นิชิโนะ ต้องพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า เขามีดีมากกว่าโปรไลฟ์หรูๆของตัวเอง

ทีมชาติไทย จะต้องไม่ตกรอบแรกในบ้านตัวเอง!!

โดยการแข่งขัน U23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 ไทย ในฐานะเจ้าภาพ อยู่สายเอ ร่วมกับ อิรัก, ออสเตรเลีย และ บาห์เรน

ซึ่งถือว่าเบาสุดเแล้วมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ

นิชิโนะ จำเป็นต้องโชว์ของให้ทุกคนได้เห็น และต้องพา ทีมชาติไทย เล่นให้ประทับใจแฟนบอลที่สุด

แต่หากในรายการนี้ นิชิโนะ ยังเหมือนเดิม คือจบทัวร์นาเมนท์ด้วยคำว่า "ผิดหวัง" อีก 

ผมก็มองว่า มันอาจจะถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่จะต้องมีคนรับผิดชอบกับผลงานแบบนี้

ทองแท้ ย่อมไม่ลอกไฟ ฉันใด

คนเก่งจริง ย่อมต้องลบคำสบประมาทได้ ฉันนั้น

และตอนนี้ โอกาสสุดท้ายของ นิชิโนะ ได้มาถึงแล้ว...


ปล. โปรแกรม U23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 ของ ทีมชาติไทย มีดังนี้

8 ม.ค. พบ บาห์เรน เวลา 20.15 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

11 ม.ค. พบ ออสเตรเลีย เวลา 20.15 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

14 ม.ค. พบ อิรัก เวลา 20.15 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน