นับเป็น ซีเกมส์ ครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ที่ทัพ ช้างศึก ต้องลุ้นผ่านเข้ารอบตัดเชือกนัดสุดท้ายกับ เวียดนาม ย้อนชม 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ที่แข้งลูกหนังแดนสยามยัดเยียดความปราชัยให้กับทีมดาวทอง ก่อนจะพบกันในวันพรุ่งนี้

ศึกฟุตบอลชาย ซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ปี 2019 ฉบับแดนตากาล็อก นัดสุดท้าย รอบแรก กลุ่ม บี. เกมชี้ชะตาสุดสำคัญของระหว่าง ไทย กับ เวียดนาม สองคู่ปรับแห่งลูกหนังอาเซียนยุคนี้ ที่กำลังจะอุบัติขึ้นวันที่ 5 ธันวาคม อาจมีเพียงหนึ่งที่ได้ไปต่อ หรือ ควงคู่ไปด้วยกันทั้งสองทีม

นับเป็น ซีเกมส์ ครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ที่ทัพ “ช้างศึก” ต้องลุ้นผ่านเข้าตัดเชือกในนัดสุดท้ายรอบแรกกับ เวียดนาม โดย 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ทั้ง ปี 2015 ซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ สิงคโปร์ และ ปี 2017 ซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ มาเลเซีย ทีมลูกหนังจากแดนสยามเป็นฝ่ายเก็บชัยได้เรียบวุธ

โดย ซีเกมส์ 2015 ทัพ “ช้างศึก” ภายใต้การนำของ “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ อยู่ กลุ่ม บี. กับ เวียดนาม, มาเลเซีย, ลาว, ติมอร์-เลสเต และ บรูไน มีผู้เล่นอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, สารัช อยู่เย็น, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ เป็นแกนหลัก

ผลงานก่อนเจอกันนัดสุดท้าย สองทีมต่างเข่นชนะคู่แข่งมาทั้งคู่ ไทย เปิดหัวถล่ม ลาว 6-0, เฉือนชนะ ติมอร์ฯ 1-0, ชนะ มาเลเซีย 1-0, ถลุง บรูไน 5-0 ฝั่ง เวียดนาม ประเดิมอัด บรูไน 6-0, ถล่ม มาเลเซีย 5-1, ชนะ ลาว 1-0 และถล่มชนะ ติมอร์ฯ 4-0

สองทีมต่างการันตีเข้ารอบ แต่ยังต้องการเป็นแชมป์กลุ่ม เพราะหากเป็นที่ 2 ต้องไปเจอเจ้าภาพ เมียนมา ปรากฏ ไทย แข็งแกร่งกว่าได้ ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ ทริสตอง โด ทำคนละประตู เอาชนะ 3-1 ได้แชมป์กลุ่ม

น่าเสียดายที่ครั้งนั้น เวียดนาม พลาดร่วงตกรอบรอง ด้วยการพ่ายให้กับเจ้าภาพ ไม่ยอมมาตามนัดในเกมชิงเหรียญทอง ขณะที่ ไทย ได้ ศราวุฒิ มาสุข ซัดประตูชัย คล้องเหรียญทองกลับแดนสยามได้อย่างสะใจคนไทยทั้งประเทศ

ถัดมาใน ซีเกมส์ 2017 ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชโย่ง” วรวุฒิ ศรีมะฆะ ทัพ “ช้างศึก” มีตัวชูโรงอย่าง เจนรบ สำเภาดี, ศศลักษณ์ ไหประโคน, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ และ พิชา อุทรา

รอบแรก ไทย อยู่ใน กลุ่ม บี. กับ เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ติมอร์-เลสเต และ กัมพูชา มีผลงานเริ่มต้นด้วยการเสมอ อินโดฯ 1-1, เฉือน ติมอร์ฯ 1-0, ชนะ กัมพูชา 3-0 ต่อด้วยการอัด ฟิลิปปินส์ 2-0

ส่วน เวียดนาม เปิดฉากถล่ม ติมอร์ฯ 4-0, ยิง กัมพูชา 4-1, ถล่ม ฟิลิปปินส์ 4-0, เสมอ อินโดฯ 0-0 ซึ่งการมาพบกันนัดสุดท้าย เวียดนาม ขอแค่ผลเสมอ ก็จะเข้ารอบ ส่วน ไทย ต้องชนะไว้ก่อน แต่ถ้าพลาดเสมอหรือแพ้ ต้องลุ้น อินโด ไม่ชนะ

เมื่อต้องเจอกัน ก็ยังเป็น ไทย ที่ทำได้ดีกว่า พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, พิชา อุทรา และ เจนรบ สำเภาดี ซัดคนละตุง ปิดเกมชนะ เวียดนาม 3-0 เขี่ยทัพดาวทองกลับบ้าน เนื่องจากผลอีกคู่ อินโดฯ ชนะ กัมพูชา 2-0 ส่วน ไทย กรุยทางไปป้องกันเหรียญทองได้อีก 1 สมัย

มาถึงปี 2019 ซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ถือเป็นงานสุดหินอีกครั้งของทัพช้างศึก เพราะ เวียดนาม ชุดนี้มีความแข็งแกร่งทั่วแผ่น ลูกทีมของ ปาร์ค ฮัง ซอ ไล่เก็บชัยคู่แข่งตั้งแต่ บรูไน (6-0), ลาว (6-1), อินโด (2-1) และล่าสุด สิงคโปร์ (1-0)

ส่วน ไทย ชุดนี้มี อากิระ นิชิโนะ คุมบังเหียน เปิดหัวพ่าย อินโดฯ 0-2 แต่ยังเร่งฟอร์มรัวชนะ 3 นัดติดทั้ง ชนะ บรูไน 7-0, ชนะ สิงคโปร์ 3-0 และ ชนะ ลาว 2-0 โดยเฉพาะเกมล่าสุดกับ ลาว ที่ได้ 2 ประตูท้ายเกม ต่อลมหายใจลุ้นเข้ารอบถึงนัดสุดท้าย

สถานการณ์ของ ไทย ต้องยอมรับว่าเป็นรองพอสมควร แต่ตั๋วเข้ารอบ จริงๆก็ยังถือไว้อยู่ในมือตัวเอง หากเอาชนะเกมนี้ด้วยสกอร์ห่าง 2 ประตูขึ้นไป ไทยจะเข้ารอบทันที โดยไม่ต้องไปสนใจผล คู่ อินโดฯ ที่จะพบกับ ลาว เลยด้วยซ้ำ

แต่ถ้าไม่ได้ผลการแข่งขันตามนั้น มีเงื่อนไขอะไรบ้าง ที่ไทยจะได้ไปต่อ คลิกอ่านที่นี่ 

แม้ในรอบ 1-2 ปีหลัง ฟุตบอลของเวียดนามจะพัฒนาขึ้นมามากทั้ง ชุดเล็ก ชุดใหญ่ แต่เกมนี้มี 90 นาทีให้สู้กัน ฟุตบอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ ครั้งที่แล้ว หลายคนมองว่า ทีมของโค้ชโย่งไม่น่ารอด ก็ยังถล่มด้วยสกอร์ขาดลอย 3-0 แล้วทำไมครั้งนี้จะทำแบบนั้นอีกไม่ได้ล่ะ...!!!

Mr.SAMBUK