อีกไม่กี่วันข้างหน้า เราคงได้ทราบข้อสรุป และบทลงโทษของ องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (WADA) ที่อาจจะพิจารณาตัดสิทธิ์ รัสเซีย ในการแข่งขันรายการระดับนานาชาติ รวมถึงโอลิมปิกเกมส์ 2020

WADA แจ้งว่า จะมีการพิจารณาการกระผิดของ องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามแห่งรัสเซีย (Russian Anti-Dopimg Agency - RUSADA) ที่มีการแอบแก้ไขฐานข้อมูลนักกีฬาโด๊ปของรัสเซีย ในวันที่ 9 ธันวาคม 2562 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (เวลาไทย คงเป็นวันที่ 10 ธันวาคม)

ซึ่งเชื่อว่าตอนนี้ เราคงอยากจะทราบถึงความเป็นไปได้ที่จะออกมา จากทั้ง WADA, คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) หรือแม้แต่ทาง สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) หากรัสเซีย โดนแบนเข้าจริง ๆ

ความจริงทั้งหมดคงคลี่คลายหลังจากวันที่ 9 ธันวาคมนี้

แต่เอาเข้าจริง ๆ ที่ผ่านมา เมื่อกลับไปอ่านข่าวย้อนหลัง เราจะเห็นได้เลยว่า รัสเซีย มีปัญหาในเรื่องของ "โดนแบน" จาก WADA ในมหกรรมกีฬาใหญ่ ๆ แทบจะทั้งนั้น

รวมถึงวอลเลย์บอล ก็เคยเสี่ยงต่อการแบนจากโอลิมปิกเกมส์ 2016 เช่นกัน

อันดับแรก ย้อนกลับไปในปี 2018 มีข่าวรายงานว่า IOC มีมติลงโทษทัพนักกีฬาทีมชาติรัสเซียห้ามเข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 ที่เมืองเปียงชาง ประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากสาเหตุการใช้สารกระตุ้นระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ฤดูหนาว 2014 ที่เมืองโซชิ ประเทศรัสเซีย ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีกีฬาโอลิมปิก

การประกาศลงโทษครั้งนี้มีขึ้นหลังจากคณะกรรมการบริหารของโอลิมปิกสากลถกเถียงกันนานกว่า 4 ชั่วโมง ในการประชุมที่กรุงโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ตรวจพบว่านักกีฬาของรัสเซียโกงระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ปี 2014 ที่เมืองโซชิ ประเทศรัสเซีย โดยพบว่ามีนักกีฬารัสเซีย 25 คนใช้สารกระตุ้นจนถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันโซชิเกมส์ และห้ามแข่งขันโอลิมปิกตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังถูกริบเหรียญรางวัล 11 เหรียญ มีเพียงนักกีฬารัสเซียคนเดียวที่บริสุทธิ์

อย่างไรก็ตามนักกีฬารัสเซียที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้สารกระตุ้นจะสามารถเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ได้ โดยไม่ให้ใช้ชื่อทีมชาติรัสเซีย แต่จะใช้ชื่อของทีมกีฬาโอลิมปิกจากรัสเซีย หรือ IOR ซึ่งคณะกรรมการฝ่ายจัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 ยอมรับการตัดสินใจของ IOC ในครั้งนี้เช่นกัน

และเมื่อย้อนกลับไปอีกครั้ง ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 ในการแข่งขันครั้งที่แล้ว ที่ประเทศบราซิล ทัพนักกีฬารัสเซีย ก็มีข่าวฉาวเรื่องการใช้สารกระตุ้น จนทำให้หลาย ๆ ชนิดกีฬาอดไปแข่งขันที่แดนแซมบ้าเยอะพอสมควร

อีกทั้งในปี 2016 WADA ได้สั่งแบนนักกีฬารัสเซียเกือบทั้งหมด ไม่ให้เข้าร่วมแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ หลังพบว่า นักกีฬารัสเซีย มีการใช้สารกระตุ้นอย่างแพร่หลายในช่วงก่อนหน้านี้

เดชะบุญที่ IOC ปฏิเสธออกคำสั่งแบนคณะนักกีฬารัสเซีย พร้อมกับโยนให้องค์กรที่กำกับดูแลกีฬาแต่ละประเภท เป็นผู้ตัดสินใจเองในการออกคำสั่งห้ามนักกีฬาลงทำการแข่งขันเป็นรายบุคคลแทน

พูดง่าย ๆ ก็คือว่า ให้สหพันธ์กีฬาแต่ละชนิด เป็นผู้ตัดสินว่า จะให้นักกีฬารัสเซีย จากกีฬานั้น ๆ เข้าแข่งขันหรือไม่

ซึ่งในปี 2016 กีฬาวอลเลย์บอลของรัสเซีย ก็เข้าข่ายการถูกแบนไม่ให้แข่งขันที่ "ริโอเกมส์" เช่นกัน

แม้คำสั่งของ WADA จะแจ้งให้ IOC เป็นคนสั่งห้ามรัสเซีย ไม่ให้เข้าแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ แต่สุดท้าย คณะกรรมการโอลิมปิก ก็โยนความการตัดสินใจไปที่ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB)

และ องค์กรลูกยางโลก ได้แถลงว่า นักตบลูกยางรัสเซียผ่านการตรวจสารต้องห้ามนอกประเทศในระดับเดียวกับนักกีฬาทุกชาติ เพราะฉะนั้นนักกีฬาวอลเลย์บอลในร่มชายและหญิง และนักกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดชาย 2 ทีม และหญิง 1 ทีม จึงยังได้สิทธิเข้าร่วมทั้งหมด

นั่นจึงทำให้ นักตบแดนหมีขาว ยังคงได้แข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ 2016

กลับมาที่ปัจจุบัน ข่าวการแบนรัสเซีย จากการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ และรายการระดับนานาชาติยาวนาน 4 ปี ที่มีออกมาล่าสุดนี้ ก็ยังคงต้องรอฟังคำพิจารณาบทลงโทษจาก WADA อีกครั้งในวันที่ 9 ธันวาคมนี้

แต่หากมีคำสั่งแบนจริง ๆ ก็คงต้องรอดูท่าทีของ IOC ผู้อนุมัตินักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน และทาง FIVB ว่าจะออกมาพูดถึงเรื่องนี้อย่างไรกันบ้าง

ส่วนทีมสาวไทย เราคงจะต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด คือการซ้อมอย่างเต็มที่ และจัดเต็มในการลงสนามแข่งขัน วอลเลย์บอลโอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย ระหว่างวันที่ 7-12 มกราคม 2563 ที่ จ.นครราชสีมา

เพราะไม่ว่า ผลคำสั่งจะออกมาแบบไหน อย่างไรเสีย ทีมชาติไทย ก็ยังคงต้องแข่งขันที่โคราชอยู่ดี

ชัยชนะที่มาจากเกมในสนาม อย่างไรเสีย ก็น่ายินดีมากกว่าเกมนอกสนามอยู่แล้ว