ฟุตบอลชาย ซีเกมส์ ผ่านไป 2 นัด ผลงานของ ทีมชาติไทย ยังไม่โสภาสักเท่าไหร่

นัดแรกช็อคแฟนบอล ด้วยการแพ้ต่อ อินโดนีเซีย 2-0, ส่วนนัดที่ 2 แม้จะถล่ม บรูไน 7-0 แต่ก็ยังคุยโวอะไรไม่ได้มาก เพราะมาตรฐานยังห่างกันเยอะ

แถมคู่แข่งแย่งเข้ารอบอย่าง เวียดนาม และ อินโดนีเซีย ยังกวาดชัยชนะรวด 2 นัด ทำให้แต้มนำเราอยู่ 3 คะแนน

เรียกว่าสถานการณ์การลุ้นเข้ารอบของ ทีมชาติไทย เริ่มน่าเป็นห่วง เพราะอีก 3 นัดที่เหลือ เราจะพลาดไม่ได้แล้ว

โดยโปรแกรม 3 นัดต่อไปของ ทีมชาติไทย จะพบ สิงคโปร์ วันที่ 1 ธ.ค. เวลา 15.00 น., พบ ลาว วันที่ 3 ธ.ค. เวลา 15.00 น., และพบ เวียดนาม วันที่ 5 ธ.ค. เวลา 15.00 น.

ซึ่งนอกจาก 9 แต้มที่เราต้องเก็บเพิ่มให้ได้ เรายังจำเป็นต้องยิงประตูให้มากที่สุด เพราะอาจจะต้องใช้ประตูได้เสียในการชี้ขาดทีมเข้ารอบ

แต่หากสมมุติว่า ทีมชาติไทย ไม่อาจเก็บได้ 9 แต้ม ทำให้เราจะต้องเจองานยากมากขึ้น เพราะเงื่อนไขการเข้ารอบ มันจะซับซ้อนมากกว่าเดิม

เช่น ถ้าเราได้แค่เสมอ สิงคโปร์ ในนัดต่อไป ก็ต้องลุ้นให้ อินโดนีเซีย ชนะ เวียดนาม ในวันที่ 1 ธ.ค. ด้วย เพื่อกดแต้ม เวียดนาม เอาไว้ และปล่อยให้ อินโดนีเซีย เข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่มไปเลย เพื่อที่เราจะได้มาเอาชนะ เวียดนาม ในนัดสุดท้าย และแซงพวกเขาเข้ารอบ

แต่ถ้าหาก ไทย เสมอ สิงคโปร์ และ อินโดนีเซีย เสมอ เวียดนาม จะทำให้ อินโดฯ มีโอกาสเข้ารอบมากที่สุด ส่วน ไทย ก็ต้องยิง ลาว ในนัดที่ 4 ให้ได้มากๆ ซึ่งอาจจะต้องมากถึง 6 ลูก เพื่อทำประตูได้เสียให้เท่า เวียดนาม ที่บวก 11 ลูกในตอนนี้ จากนั้นค่อยไปชนะ เวียดนาม ในนัดสุดท้าย แต้มของ ไทย กับ เวียดนาม ก็จะเท่ากัน แต่เราจะเข้ารอบ เพราะประตูได้เสียดีกว่า

แต่หาก ไทย แพ้ สิงคโปร์ เงื่อนไขก็คล้ายๆข้อที่แล้ว คือต้องลุ้นให้ อินโดนีเซีย ชนะ เวียดนาม เพื่อที่เราจะได้มาเอาชนะ เวียดนาม ในนัดสุดท้าย แล้วต้องไปวัดประตูได้เสีย ซึ่งเราก็จำเป็นต้องยิง ลาว ให้ได้มากถึง 6 ลูกเป็นอย่างน้อยอีกเช่นกัน

ฉะนั้น เมื่อดูจากตารางคะแนนในตอนนี้ ก็ยังบอกยากว่า ทีมชาติไทย จะได้เข้ารอบ หรือตกรอบ เพราะต้องรอให้ผ่านเกมกับ สิงคโปร์ ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้เสียก่อน 

แต่ผมเชื่อว่า ด้วยศักยภาพของ ทีมชาติไทย บวกกับมันสมองของ อากิระ นิชิโนะ เราจะชนะ สิงคโปร์ ได้แน่นอน และสุดท้ายเราจะได้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ...