หากได้ติดตามการทำงานของ โชเซ่ มูรินโญ่ น่าจะพอทราบกันดีว่าเขาจะเน้น "ซื้อ" มากกว่า "สร้าง" ไม่ว่าจะได้มีโอกาสเข้าไปคุมทีมไหน

ประเด็นมันก็ดันเกิดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเขาได้รับงานคุมทีมกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เจ้าตัวให้คำมั่นสัญญา เหมือนสมัยที่เขาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าเขาจะให้โอกาสนักเตะเยาวชนของ "ไก่เดือยทอง" อย่างแน่นอน

"ไม่มีผู้จัดการทีมคนไหนในโลกหรอก ที่จะไม่ชื่นชอบนักเตะดาวรุ่ง และช่วยดันเด็กเหล่านั้น เมื่อคุณได้ดูประวัติศาสตร์ของเรา คุณจะเห็นได้ว่านักเตะอคาเดมี่ มักจะมีความสามารถในแบบที่ทีมชุดใหญ่ต้องการเสมอ แน่นอน ผมยังมองถึงการทำงานเหล่านั้น"

นั่นคือบทสัมภาษณ์คร่าวๆ ของ มูรินโญ่ ในการให้คำมั่นสัญญา กับการรับงาน สเปอร์ส ซึ่งในอดีตที่ผ่านๆ มา จริงๆ แล้ว มูรินโญ่ เองก็ปั้นเด็กขึ้นมาเป็นดาวดังมากมายนะครับ โดยมีการเปิดเผยว่าเขาได้ดันผู้เล่นดาวรุ่งมาแล้วถึง 60 คนเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม มีจำนวนไม่น้อยเลย ที่เขาปั้นเด็กดาวรุ่ง แต่เป็นการซื้อมาจากทีมอื่น ไม่ว่าจะเป็น ราฟาเอล วาราน, อาร์เยน ร็อบเบน หรือ เคิร์ท ซูม่า

วันนี้จะพาไปดูนักเตะของ มูรินโญ่ ที่มาจาก อคาเดมี่ของ เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่ามีใครน่าสนใจกันบ้าง

1.เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่

กองหน้ากึ่งปีกวัย 24 ปี คือหนึ่งนักเตะที่ทำให้ เชลซี ถูกสั่งห้ามลงทะเบียนนักเตะอยู่ในตอนนี้ โดยเขาเข้ามาอยู่ในอคาเดมี่ของทีมเมื่อปี 2010 แต่ได้มีการเซ็นสัญญากันอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2012 โดยในฤดูกาล 2015-16 เป็นช่วงเวลาที่ย่ำแย่ของ มูรินโญ่ กับ เชลซี ผลงานของทีมไม่ดีเลย โดยนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล มาจนถึงวันที่ 17 ธันวาคม ที่เขาถูกไล่ออก เชลซี สามารถเก็บชัยชนะในลีกได้เพียง 3 เกมเท่านั้น

ขณะที่ ตราโอเร่ ได้รับโอกาสแรกกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" ก็มาจากทาง มูรินโญ่ นั่นเอง เขาได้ลงสนามเกมแรกในวันที่ 16 กันยายน ในการเปิดรังถล่ม มัคคาร์บี้ ไฮฟา โดยลงมาแทน รูเบ็น ลอฟตัส-ชีค นาทีที่ 77 หลังจากนั้น เขาก็ได้ลงสนามเกมแรกใน พรีเมียร์ลีก เมื่อเดือนธันวาคม แมตช์ที่แพ้ บอร์นมัธ 0-1 โดยได้ลงมาเล่นแทน อับดุล บาบา นาทีที่ 83 พอ มูรินโญ่ ถูกไล่ออกไป กุส ฮิดดิ้ง เข้ามาคุมทีม เจ้าตัวก็ยังได้โอกาสอยู่ แต่สุดท้ายเขาก็ย้ายไปเล่นให้กับ โอลิมปิก ลียง ถาวร

2.รูเบ็น ลอฟตัส-ชีค

อีกหนึ่งนักเตะเยาวชนของ เชลซี ก็เป็นผู้เล่นที่ได้รับโอกาสจาก โชเซ่ มูรินโญ่ เขาได้โอกาสในช่วงท้ายฤดูกาล 2014-15 ในปีที่ "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" พาทีมกลับมาเป็นแชมป์ลีก สุดท้ายก็ต่อเนื่องมาจนถึงวันที่เขาถูกไล่ออก

แต่สุดท้ายด้วยความยอดเยี่ยมของ ลอฟตัส-ชีค ทำให้เขายังได้ไปต่อกับ เชลซี แม้จะมีถูก คริสตัล พาเลซ ปล่อยยืมไปเมื่อปี 2017 แต่หลังจากนั้นกลับมา เขาก็ได้รับโอกาสมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ในซีซั่นที่ผ่านมา ดาวเตะชาวอังกฤษ ได้รับโอกาสลงสนามให้กับ เชลซี ถึง 40 เกม ยิงได้ 10 ประตู ในทุกรายการ โดยกุนซือที่ชื่อว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่

ฤดูกาลนี้ น่าเสียดายไม่น้อย ที่เขายังไม่สามารถกลับมาลงสนามให้กับต้นสังกัดได้ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ เลยทำให้ยังไม่ได้ลงมาวาดลวดลายบนสนาม ภายใต้การคุมทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด

3.อันเดรียส คริสเตนเซ่น

ดาวเตะชาวเดนมาร์ก ย้ายจาก บรอนด์บี้ เข้ามาอยู่กับทีมเยาวชนของ "สิงโตน้ำเงินคราม" โดยได้รับโอกาสการลงสนามในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ อยู่เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น

นั้นคือเกมที่ทีมเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ 3-1 ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2014-15 ปีที่พวกเขาเป็นแชมป์ โดยได้ลงสนามมาแทน จอห์น โอบี มิเกล ในช่วงท้ายเกม (น.78)

แต่หลังจากนั้นเขากลับไม่ได้ลงสนามให้กับ เชลซี แต่ถูก โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ยืมตัวไปตลอด 2 ฤดูกาล ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ จนได้กลับมาลงสนามกับ เชลซี อีกครั้ง ในยุคของ อันโตนิโอ คอนเต้

แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้อยู่ในชุดแชมป์ของ เชลซี เมื่อซีซั่น 2016-17 โดยเขาได้ลงสนามให้กับทีมไปทั้งสิ้น 27 เกมในลีก หรือ 40 เกมในทุกรายการ ถือเป็นซีซั่นเปิดตัวของเขาเลยก็ว่าได้

ก่อนจะมามีปัญหาเล็กๆ กับ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เนื่องจากเจ้าตัวไม่อยู่ที่ม้านั่งสำรอง ในช่วงท้ายเกม โดยอ้างว่าไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่ทีมเปลี่ยนตัวครบแล้ว ทำให้หลังจากนั้นเขาก็ไม่ค่อยได้โอกาส ไอ้ก่อนหน้าที่ได้รับหน้าที่ลงเล่นเป็นตัวจริง ก็ไม่ได้ดีสักเท่าไหร่

เช่นเดียวกันกับในยุคของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เขาไม่สามารถจับคู่กับ เคิร์ท ซูม่า ได้เลย ตั้งแต่เปิดซีซั่นมา เมื่อไหร่ที่ทั้งสองคนได้ลงร่วมกัน ทีมเสียประตู และมีข้อผิดพลาดในแดนหลังตลอดเวลา

4.สกอตต์ แม็คโทมิเนย์

นี่แทบจะเป็นนักเตะเพียงคนเดียว ที่ก้าวมาจากอคาเดมี่ สามารถแจ้งเกิดกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ จริงอยู่ว่า มูรินโญ่ อาจจะให้โอกาสนักเตะอย่าง อั๊กเซล ตวนเซเบ้, ดิเมทรี่ มิทเชลล์, อังเคล โกเมส หรือ โชเอล เปเรยร่า แต่สุดท้ายแล้วก็มีแค่ แม็คโท เท่านั้นแหละครับ ที่ถือว่า มูรินโญ่ ได้ดันขึ้นมาอย่างแท้จริง

ดาวเตะชาวสกอตต์ ได้รับโอกาสลงสนามเกมแรก ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2017 ในยุคของ มูรินโญ่ และอีกเกมก่อนปิดซีซั่น ในฤดูกาลถัดมา เขาก็เริ่มได้เป็นตัวหลักให้กับทีมบ้างแล้ว ในช่วงเวลาที่นักเตะตัวจริงอย่าง เนมานย่า มาติช หรือ ปอล ป็อกบา บาดเจ็บ

มาในซีซั่นนี้ ยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เขาได้รับบทบาทเป็นตัวจริงแทน มาติช เป็นที่เรียบร้อย และปัจจุบัน เขาเองก็ได้พัฒนาตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ทีมเริ่มจะขาดไม่ได้ไปแล้ว