นาทีนี้ต้องยอมรับว่า ไม่มีใครไม่รู้จัก แจ๊ค สระบุรี นักสนุกเกอร์ชาวไทย มือ 70 ของโลก วัย 35 ปี ที่โด่งดังเพียงข้ามคืน เมื่อเขาสามารถเอาชนะ สตีเฟน แม็คไกวร์ อันดับ 5 ของโลกชาวสกอตแลนด์ 10-9 เฟรม ในสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก “เบทแฟร์ เวิลด์ สนุกเกอร์ แชมเปี้ยนชิพ 2013” ที่ครูซิเบิ้ล เธียเตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ

 

นอกจากจะชนะในเกมการแข่งขันแล้ว แจ็ค สระบุรี ยังสร้างความประทับใจ เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมรอบสนามได้ตั้งแต่เกมยังไม่เริ่ม ตั้งแต่การแนะนำตัวที่เจ้าตัวเดินเข้าสนามผิดโต๊ะแข่งขัน แถมยังเดินชนขวดน้ำบนโต๊ะที่พักนักกีฬาล้ม รวมไปถึงลีลาการเล่นที่ยุกยิก แถมมีการหลับตาแทงโชว์อีกต่างหาก
 
แจ๊ค สระบุรี หรือชื่อจริงคือ เดชาวัต พุ่มแจ้ง เกิดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2521 ที่จังหวัดสระบุรี โดยมีคุณพ่อและพี่ชาย อย่าง ขวัญ สระบุรี หรือ สุชาครีย์ พุ่มแจ้ง เป็นผู้ช่วยฝึกสอนสนุกเกอร์ให้ จึงทำให้ แจ็ค สระบุรี เริ่มจับไม้สอยคิว และเริ่มเล่นสนุกเกอร์ตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี ก่อนที่จะแข่งขันสนุกเกอร์เป็นครั้งแรก ในปี 2538
 
ด้วยกีฬาสนุกเกอร์ เป็นกีฬาที่ แจ๊ค สระบุรี ชื่นชอบที่สุด ทำให้ แจ็ค สามารถคว้ารางวัล รองแชมป์สนุกเกอร์ประเทศไทย ปี 2546 และ 2547 ได้ และมีโอกาสได้ไปแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน เมื่อปี 2553 ซึ่งครั้งนี้ แจ็ค เข้าใกล้กับเหรียญทองเป็นอย่างมาก มีเพียงการพ่ายแพ้ให้กับ ติง จุ้น ฮุย หรือฉายา ไอ้ลูกระเบิด นักสอยคิวจากประเทศจีน แบบลุ้นกันจนถึงเฟรมสุดท้าย ส่งผลให้ แจ๊ค ได้เพียงเหรียญทองแดงจากการแข่งขันในครั้งนี้
 
แต่จากนั้นเพียงไม่กี่เดือน แจ๊ค สระบุรี ก็ได้มีโอกาสไปเล่นในรายการชิงแชมป์สนุกเกอร์มือสมัครเล่นของโลก ที่ประเทศซีเรีย และคว้าแชมป์มาได้ครองสำเร็จ  ถือเป็นคนไทยคนที่ 7 ที่สามารถคว้าชัยในรายการนี้ได้ ตามรอยรุ่นพี่ชื่อดังอย่าง ต๋อง ศิษย์ฉ่อย, หนู ดาวดึงส์, ต่าย พิจิตร, เอฟ นครนายก หลังจากผลงานในครั้งนั้น แจ๊ค ก็ยังสามารถคว้าแชมป์อื่นๆในประเทศได้ต่อเนื่อง อาทิ แชมป์สนุกเกอร์ดิวิชั่น 1 รายการที่ 2 แสงโสม สุพรรณบุรีคัพ ปี 2554 
 
มาในปีนี้ 2556 แจ๊ค สามารถระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถผ่านเข้ารอบ 32 คนสุดท้ายของรายการสะสมคะแนนหลักคือ เยอรมนี มาสเตอร์ และ ไชน่า โอเพ่น ทำให้แจ๊ค สระบุรี ได้มีโอกาสไประเบิดฝีมือในการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี คือ รายการชิงแชมป์สนุกเกอร์โลก ที่ครูซิเบิ้ล เธียเตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ ถือเป็นคนไทยคนที่ 3 ต่อจากต๋อง ศิษย์ฉ่อย และ ต่าย พิจิตร 
 
ในการแข่งขันนั้น รอบแรก แจ๊ค สระบุรี กลายเป็นแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ เอาชนะแม็คไกวร์ไปที่ 10 - 9 เฟรม ได้รับเงินรางวัลไปอย่างน้อยประมาณ 8 แสนบาท และแข่งขันรอบที่สอง แจ๊ค สระบุรี ดวลคิวกับ ไมเคิล ไวท์ ดาวรุ่งชาวเวลส์  ซึ่งในรอบสองนี้ แจ๊ค หลุดฟอร์มไปเยอะ และเป็นฝ่ายพลาดท่าให้กับ ไมเคิล ไวท์ แบบขาดลอย 13-3 เฟรม ทำให้ต้องหยุดเส้นทางชิงแชมป์โลกเอาไว้แค่รอบ 2 แต่ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด เนื่องจากแฟนๆ จดจำได้จากบุคลิกที่สร้างความผ่อนคลาย และเรียกเสียงตบมือได้จากคนดูได้ไม่น้อย
 
จะว่าไปแล้วความยียวน การเล่นกับคนดู การอ้าปากแทงสนุกเกอร์ ความสนุกสนานเวลาเล่น สิ่งเหล่านี้คือเอกลักษณ์ของแจ๊คทุกครั้งเวลาลงสนาม แต่สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ความเอาใจใส่ มุ่งมั่น พยายาม และไม่ย่อท้อของแจ๊ค จึงทำให้ความฝันเล็ก ๆ ของคน ๆ หนึ่ง กลายเป็นจริงขึ้นมาได้ จนทำให้เกิดกระแส “ฟีเวอร์” แฟนสนุกเกอร์ หันมาสนใจเล่นกีฬาชนิดนี้กันมากขึ้น 
 
เชื่อว่าหลังจากนี้ต่อไป “แจ๊ค สระบุรี” จะเป็นอีกหนึ่งต้นแบบให้กับเยาชนและทำให้วงการสนุ๊กเกอร์เมืองไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง