คนส่วนใหญ่ไม่ชอบช่วงโปรแกรมทีมชาติ แต่มันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเตะรอบคัดเลือก ยูโร 2020 ในหนนี้ เป็นการหวดที่เร้าใจสุดๆ โดยเฉพาะในแง่ของการพังประตูแบบมโหฬาร

หลายๆ ชาติทำผลงานได้น่าประทับใจ บ้างก็เป็นฟอร์มที่คาดเดาได้อยู่แล้ว บ้างก็ยิงซะเกินเบอร์ แต่มันคงมีอยู่ 3 ชาติ ที่แสดงผลงานออกมาจนทำให้หลายๆ คนตื่นเต้น และแทบจะทนรอดูการแข่งขันรอบสุดท้ายไม่ไหวแล้ว

พวกเขาคืออดีตชาติมหาอำนาจแห่งวงการลูกหนังโลกอย่าง อังกฤษ, ฮอลแลนด์ และ อิตาลี

ตลอดช่วงเวลาราวๆ เกือบ 6-7 ปีที่ผ่านมา เราต้องยอมรับว่านี่คือ 3 ทีม ที่พุ่งเข้าสู่ความตกต่ำอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะในแง่ของผลการแข่งขัน หรือมาตรฐานขุมกำลังที่สารวันเตี้ยลงๆ

จากที่เคยมีซูเปอร์สตาร์ให้เลือกอยู่เต็มทีม แต่อยู่ดีๆ อังกฤษ, อิตาลี และ ฮอลแลนด์ ก็เผชิญกับภาวะขาดแคลนแข้งดาวรุ่งที่ดีพอสำหรับการเข้ามาสานต่อแข้งรุ่นพี่

เมื่อไม่มีเด็กใหม่ที่ดีพอ ประกอบกับการเลือกใช้กุนซือแบบหลงทาง นั่นก็ทำให้ทั้ง 3 ชาติ ต้องยึดกับแนวทางและผู้เล่นแบบเดิมๆ ซึ่งใกล้หมดสภาพเต็มที จนเป็นที่มาของผลงานอันย่ำแย่

สำหรับ ฮอลแลนด์ พวกเขาพลาดตั๋วรอบสุดท้าย 2 ทัวร์นาเมนต์ซ้อน ไม่ว่าจะเป็น ยูโร 2016 หรือ เวิลด์ คัพ 2018

สำหรับ อังกฤษ พวกเขาพยายามฝืนธรรมชาติ ทำตัวโมเดิร์นด้วยการเล่นบอลบนพื้น และหันพึ่งกุนซือต่างชาติไปหลายคน

ส่วน อิตาลี นอกเหนือจาก มาร์โก แวร์รัตติ แล้ว พวกเขาแทบมองหาแข้งระดับโลกรุ่นใหม่ไม่เจอ แต่ดันไปเจอฟุตบอลโบราณของ จานปิเอโร่ เวนตูร่า และขุมกำลังที่แก่งั่ก ที่ทำทีมชวดตั๋วรอบสุดท้าย เวิลด์ คัพ ที่ รัสเซีย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่วนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์อยู่นาน แต่สุดท้ายแล้ว ทั้ง 3 ชาติ ก็กลับมาค้นพบแสงสว่างที่ทำให้ก้าวขึ้นมาโชว์ฟอร์มได้สมศักดิ์ศรีอีกครั้ง

โดยมี อังกฤษ ที่เป็นหัวหอกเปิดซิงฟอร์มโหดใน บอลโลก 2018 ที่คว้าอันดับ 4 ต่อเนื่องมาถึงการการันตีรอบสุดท้ายของ ยูโร 2020 ได้แล้วเรียบร้อย

มันไม่ใช่การเขารอบหวิวๆ แต่มันคือการทะลุเข้ารอบด้วยฟอร์มการเล่นที่เปล่งปลั่งสุดขีด ทำแต้มทิ้งห่างคู่แข่งกระจุย แถมกระซวกประตูยับเยินประหนึ่งสิบล้อเมายาบ้า

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ อังกฤษ , อิตาลี และ ฮอลแลนด์ เปลี่ยนจากหลังตีนเป็นหน้ามือ วันนี้เราจะไปดูหัวใจสำคัญ 3 ข้อที่ทำให้พวกเขาพลิกจากชาติลูกหนังร่อแร่ กลับมาคืนชีพได้อย่างเต็มภาคภูมิกันครับ

  1. กุนซือหนุ่ม ไอเดียใหม่

แกเร็ธ เซาธ์เกต และ โรนัลด์ คูมัน ถือเป็นกุนซือรุ่นใหม่ที่เหมาะกับฟุตบอลสมัยใหม่ เช่นเดียวกับ โรแบร์โต้ มันชินี่ ที่ถึงแม้จะไม่ใช่เทรนเนอร์หนุ่มซะทีเดียว แต่เขาก็ถือว่าใหม่มากเมื่อเทียบกับตัวเลือกในช่วงก่อนหน้านี้อย่าง โรแบร์โต้ โดนาโดนี่, ฟาบิโอ คาเปลโล่ หรือ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ซึ่งมันก็ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ทีมกล้าที่จะคิดเปลี่ยนแนวทางจากเดิม มีการนำเสนอวิธีการเล่นใหม่ๆ เข้ามา ซึ่งจะเห็นได้ชัดเลยจาก อังกฤษ ของ เซาธ์เกต ที่นำลูกทีเด็ดเรื่องเซตพีซ, ลูกโด่ง การเข้าปะทะ มาใช้เป็นอาวุธลับ ขณะที่ ฮอลแลนด์ ของ คูมัน ก็นำเอาระบบ ฟอลส์ 9 เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องไม่มีกองหน้าระดับโลกเหมือนเมื่อก่อน ส่วนทาง อิตาลี ของ มันโช่ ก็ให้ความสำคัญกับการเล่นเกมรุกเพื่อเพิ่มความหลากหลาย

  1. สนับสนุน ให้ความเชื่อมั่นในแข้งเด็กรุ่นใหม่

จากเมื่อก่อนที่แทบไม่มีแข้งรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองเลย แต่อยู่ดีๆ ทั้ง อิตาลี , อังกฤษ และ ฮอลแลนด์ ก็มีดาวรุ่งแจ้งเกิดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด อันนี้เราก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นจังหวะจะโคนที่เฮงด้วย แต่สิ่งที่ต้องชมเช่นเดียวกันก็คือกุนซือของพวกเขาก็กล้าที่จะดันเด็กเหล่านี้ขึ้นมาพิสูจน์ตัวเองกันแบบยกแผง แล้วใช้ฝีเท้าพิสูจน์ให้เห็นในสนาม ซึ่งเมื่อรวมกับแข้งตัวเก๋าช่วยประคองอีกส่วนหนึ่ง และประสบการณ์ที่ค่อยๆ เก็บกันมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นั่นก็ทำให้ผลงานของพวกเขากระฉูดแตก

  1. สปิริตดี ไร้เงามาเฟีย

มันเป็นความจริงที่ว่า อังกฤษ , อิตาลี และ ฮอลแลนด์ นั้นเป็นชาติลูกหนังที่มีกลุ่มผู้เล่นอีโก้สูงลิบลิ่ว หลายๆ คนมีสถานะเป็นซูเปอร์สตาร์ที่แตะต้องไม่ได้ และก่อให้เกิดการปฏิบัติกันอย่างไม่เท่าเทียมภายในทีม ซึ่งนำมาสู่ความขัดแย้งในหลายๆ ครั้ง แต่ตอนนี้มันไม่มีอีกแล้ว เพราะทั้ง 3 ชาติ ดันเคยมีช่วงต้องเผชิญกับสุญญากาศ ไร้เงาของพ่อค้าแข้งระดับพระกาฬ ซึ่งพอนักเตะชุดปัจจุบันต้องมาเริ่มกันใหม่พร้อมกันทุกคน นั่นก็ทำให้บรรยากาศเป็นเหมือนพี่น้อง มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม อาทิเช่น เคสล่าสุดที่ เซาธ์เกต มีการลงดาบ สเตอร์ลิ่ง ในกรณีที่ไปทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมใส่ โจ โกเมซ พร้อมกับมีการออกแถลงประกาศบทลงโทษชัดเจน

ทั้งหมดนี้ คือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ อังกฤษ, ฮอลแลนด์ และ อิตาลี กลับมาโชว์ฟอร์มในรอบคัดเลือกได้สมราคาของชาติยักษ์ใหญ่อีกครั้ง แต่มันจะดีพอสำหรับความสำเร็จใน ยูโร 2020 หรือไม่ อันนี้เราคงต้องมาติดตามกันครับ