จากความผิดหวังในสนามบูกิตจาลิล เกมที่ ทีมชาติไทย บุกไปพ่ายต่อ ทีมชาติมาเลเซีย 1-2 ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบ2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา(14 พ.ย. 62) ทำให้ทีมทัพ "ช้างศึก" ของเราหล่นมารั้งที่2 ของกลุ่ม

ย้อนกลับไปก่อนการแข่งขันนัดดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้น แฟนฟุตบอลไทยต่างตั้งความหวังเอาไว้สูงว่าทัพ "ช้างศึก" จะสามารถทำผลงานได้ดีในเกมบุกถ้ำ "เสือเหลือง" จากผลงานอันยอดเยี่ยมที่เราเปิดบ้านเอาชนะ ยูเออี 2-1 ด้วยฟอร์มการเล่นแบบโคตรประทับใจ...

แต่แล้วเราก็ไม่สามารถลบล้างอาถรรพ์ที่ยังไม่เคยบุกไปเก็บชัยชนะถึงถิ่นบูกิตจาลิล สนามที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังได้เลย นับตั้งแต่พวกเขาก่อตั้งรังเหย้าแห่งนี้ขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.1998

ความพ่ายแพ้เกมนี้ทำให้แฟนฟุตบอลไทยต่างต้องผิดหวังไปตามๆกัน และมันก็ทำให้โอกาสเข้ารอบต่อไปในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกของทัพ "ช้างศึก" ลดน้อยลงไป

อย่างไรก็ตามความหวังที่จะผ่านเข้ารอบยังไม่ได้หมดไปซะทีเดียว เพราะในเกมนัดต่อไปที่จะออกไปเยือน มีดิงห์ สเตเดียม รังเหย้าของทีมชาติเวียดนาม จะเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่เราจะได้กลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นเข้ารอบเต็มตัวอีกครั้ง หากสามารถบุกไปยัดเยียดความปราชัยให้กับทัพ"ดาวทอง"ได้ถึงถิ่น

แม้หลายคนจะมองว่าไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยก็ตามกับการบุกไปเก็บชัยชนะออกมา เพราะดูจากผลงานของ ทีมชาติเวียดนาม ภายใต้การรังสรรค์ของ ปาร์ค ฮัง ซอ ที่ยกระดับทีมขึ้นมาได้อย่างน่าชื่นชม และกลายเป็นทีมที่ก้าวไปสู้ระดับเอเชียเรียบร้อยแล้ว

แต่มันก็ยังมีมุมที่พอจะนึกภาพกับการที่ ทีมชาติไทย จะบุกไปเก็บ 3 คะแนนออกมาจากรังเหย้าของเวียดนามอยู่บ้าง และนี่คือ 5 สิ่งที่จะเป็นจุดสำคัญทำให้ "ช้างศึก" บุกไปยัดเยียดความปราชัยถึ่งถิ่น"ดาวทอง"

 

- ลืมความผิดหวังในเกมล่าสุดแล้วเปลี่ยนเป็นแรงผลักดัน
สิ่งแรกและเป็นสิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของสภาพจิตใจ จะเห็นได้ชัดเจนจากคำให้สัมภาษณ์ของ อากิระ นิชิโนะ กุนซือทีมชาติไทย หลังเกมที่เราบุกไปพ่าย ทีมชาติมาเลเซีย กุนซือชาวญี่ปุ่นรายนี้เผยสิ่งแรกที่จะต้องทำนอกเหนือจากฟื้นฟูสภาพร่างกาย คือการฟื้นฟูสภาพจิตใจของนักเตะในทีม ให้กลับมามั่นใจอีกครั้งโดยเร็วที่สุด


จงลืมความผิดหวังในเกมล่าสุด

ความผิดหวังในเกมล่าสุดจะเป็นบทเรียนสำคัญให้เราลุกขึ้นมาสู้ใหม่อีกครั้ง แต่เราต้องรีบลืมมันไปแล้วกลับมาเดินหน้าสู้กันใหม่สักตั้งในเกมเยือน เวียดนาม เพราะหากมัวแต่มานั่งรู้สึกผิดกับผลงานที่เกิดขึ้นในเกมที่มันผ่านไปแล้ว ก็ไม่ได้ช่วยให้เรามีแต้มกลับคืนมา หากแต่ยิ่งจะเป็นการบั่นทอนกำลังใจตัวเองโดยเปล่าประโยชน์ เพราะฉะนั้นลืมๆมันไปแล้วเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง!

 

- ต้องเชื่อมั่นว่าเราเหนือกว่าบนความไม่ประมาท!
นอกเหนือจากการลืมความผิดหวังในเกมล่าสุดแล้ว เราต้องเพิ่มทัศนคติในการลงเล่นเพื่อชัยชนะ ต่อให้ทีมชาติเวียดนาม จะมีพัฒนาการที่ก้าวไปไกลขนาดไหน ต่อให้อันดับฟีฟ่าแรงกิ้งเขาจะอยู่สูงกว่าเราก็ไม่ใช่ปัญหา ขอแค่เรามีความมั่นใจในตัวเองว่าสามารถทำได้ เพราะที่ผ่านมาเราก็เคยทำได้มาแล้วกับการชนะในที่แห่งนี้ และเอาจริงๆทั้งแฟนบอลไทยเองลึกๆแล้วเชื่อเถอะว่าพวกเขาก็ยังคงเชื่อมั่นในตัวนักเตะทุกคนว่าเรายังมีดีกว่าเวียดนาม


มั่นใจบนความไม่ประมาท

เหนือสิ่งอื่นใดไม่ได้หมายความว่าเรามั่นใจแล้วจะต้องประมาทคู่แข่ง แต่ความมั่นใจที่มีมันจะเป็นแรงส่งให้เราเล่นตามฟอร์มของตัวเอง อย่างในเกมที่เราเปิดบ้านเอาชนะยูเออี เป็นเครื่องบ่งบอกชั้นดีว่าเราพกความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมลงไปในสนามจนได้รับผลตอบแทนกับชัยชนะที่คู่ควร เกมนั้นเราเล่นด้วยความเคารพคู่แข่งว่าเขาเป็นทีมที่มีศักยภาพ แต่เราก็ใส่ความมั่นใจลงไปว่าสุดท้ายแล้วเราจะต้องทำได้ แล้วมันก็เป็นผลแบบนั้นจริงๆอย่างที่ตั้งใจ...

 

- แก้เกมเพลสซิ่งให้ได้ ช่วยกันวิ่งทุกคน
เป็นที่รับรู้กันดีว่าจุดเด่นของทีมชาติเวียดนาม ชุดนี้คือเรื่องเกมเพลสซิ่ง ไล่บีบเข้าถึงตัวเร็ว และเต็มไปด้วยพละกำลังความฟิต เพราะฉะนั้นการบ้านสำคัญของเราคือจะทำอย่างไรที่จะแก้ไขแผนการเล่นของคู่แข่งไปได้ ในเมื่อทีมที่เจอเขามาแบบเล่นเป็นระบบ มีทีมเวิร์คที่ดี เราเองก็จำเป็นจะต้องช่วยกันเล่น ช่วยกันวิ่งไล่ วิ่งหาช่อง เพื่อแก้ไขสถานการณ์คับขันต่างๆในสนามให้ได้  


ทัพนักเตะทีมชาติเวียดนาม

ต่อให้เขาจะได้เล่นในบ้านของตัวเอง และเตรียมทีมมาดีขนาดไหน แต่เชื่อเหลือเกินว่าหากเราทุกคนที่อยู่ในสนามช่วยกัน ตั้งใจเล่นอย่างเต็มที่ ผลการแข่งขันที่ดีในเกมนี้ก็คงจะไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

 

- มีสมาธิตลอด 90 นาที
สิ่งสำคัญที่สุดอีกหนึ่งอย่างนอกจากเราจะต้องช่วยกันเล่นแล้ว เราต้องมีสมาธิกับเกมตลอด 90 นาที หลายๆครั้งในโลกฟุตบอล เวลาทีมใดทีมหนึ่งแพ้ สิ่งที่กุนซือจะออกมาแสดงความเห็นอยู่บ่อยๆคือลูกทีมเสียสมาธิ เพราะเมื่อไรก็ตามที่เราเผลอไปกับการเล่นของคู่แข่ง จนบางทีอาจลืมในสิ่งที่ตัวเองควรจะทำในสนาม มันก็เหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้ลงโทษเราง่ายๆ


กำลังใจจากแฟน"ช้างศึก"

แต่หากเรามีความมุ่งมั่นอยู่กับเกม มีสมาธิอยู่กับแผนการเล่นของโค้ชที่ใส่ลงไป ต่างคนก็ต่างจะต้องรู้หน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี ยังไงซะก็จะเป็นเรื่องยากที่คู่แข่งจะอาศัยช่องทางทีเผลอของเราเล่นงานได้ กลับกันเมื่อคู่แข่งเจอเกมเคี่ยวของเรา เพราะเจาะอย่างไรก็ไม่เสียสมาธิ บางทีความกังวลใจที่เกิดขึ้นมันอาจจะย้อนกลับไปเล่นงานพวกเขาเข้าเองก็เป็นได้

 

- อย่าวอกแวกกับเสียงเชียร์
จริงอยู่ว่านอกเหนือจากนักเตะทีมชาติเวียดนาม ที่กำลังเล่นด้วยความมั่นใจ ฮึกเหิมแล้ว บรรดาแฟนบอลเองต่างก็มีความมั่นใจและฮึกเหิมตามไปด้วย ถึงตรงนี้ความเกรงกลัวที่เคยมีต่อทีมชาติไทย ได้ถูกลดลงไปและอาจจะไม่เหลือความกลัวอยู่อีกต่อไปแล้ว เพราะพวกเขามีผลงานและความสำเร็จที่เด่นชัดขึ้นมามากว่าเดิม


ศรัทธาจากแฟนบอลยังมีให้เสมอ...

สิ่งเดียวที่เราต้องทำให้ได้คือสยบเสียงเชียร์เจ้าถิ่นด้วยฟอร์มการเล่นที่เหนือกว่า เพราะเมื่อไรก็ตามที่เราทำได้ดี ความมั่นใจของทั้งนักเตะและกองเชียร์อาจจะเป็นดาบ 2 คม เหมือนอย่างที่ "โค้ชซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้บอกเอาไว้ว่าบางทีถ้ามั่นใจมากเกินไปก็อาจจะปะปนไปด้วยความประมาทคู่แข่ง จนสุดท้ายความประมาทนั้นก็กลับมาเล่นงานตัวเองเข้าจนได้

อันที่จริงลึกๆแล้วยังเชื่อว่าในก้นบึ้งของหัวใจพวกเขายังแอบหวั่นๆอยู่บ้างในการเจอกับทีมชาติไทย แม้ผลงานในช่วงหลังจะสามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ

อีกทั้งอันดับฟีฟ่าแรงกิ้งก็แซงหน้าเราไปแล้ว จนมันกลบความรู้สึกเกรงกลัวเหล่านั้นลงไป แต่หากเราสามารถเล่นงานพวกเขาได้ หรือซัดประตูขึ้นนำไปก่อน บางทีมันอาจจะเป็นจุดที่เข้าไปสะกิดต่อมความกลัวที่ถูกปิดลงไป ให้กลับมาหลอกหลอนพวกเขาได้อีกครั้ง

เพราะไม่ว่าจะอย่างไร สุดท้ายแล้วเมื่อลองถามใจแฟนบอลชาวไทย หรือถามใจของตัวเอง มันก็ยังคงมีความเชื่อว่าพวกเขาน่าจะมีมุมที่เกรงในศักดิ์ศรีของเราอยู่บ้าง และยังคงมั่นใจว่าเราจะต้องบุกไปเก็บชัยชนะกลับมาฝากคนไทยได้อย่างแน่นอน...ขอให้โชคดีทัพ "ช้างศึก"

"บิ๊ก กิโล10"