กลายเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามองไปเสียแล้ว สำหรับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ในยุคของ แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งเคยคุมทีมลูกหนังระดับยักษ์ใหญ่เป็นครั้งแรก

แม้จะโชว์ฟอร์มในเกมประเดิมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้แบบน่าผิดหวัง เพราะบุกไปพลาดท่าแพ้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบยับเยินถึง 0-4 ทำให้หลายๆ คนเริ่มเป็นห่วงเรื่องอนาคตของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ว่าจะอยู่สวมบทเป็น "นายใหญ่" ของต้นสังกัดที่เคยปักหลักค้าแข้งจนกลายเป็นหนึ่งในตำนานแห่งถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แบบไม่ยึดเสียแล้ว แต่หลังจากนั้นอดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษสามารถนำทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" ในยุคที่เต็มไปด้วยนักเตะ พลังหนุ่ม อย่าง ฟิกาโย โทโมริ, เมสัน เมาท์ รวมถึง แทมมี่ อับราฮัม ให้ค่อยๆ ตั้งไข่แล้วก้าวเดินแบบมั่นคงได้สำเร็จ

จากที่เคยจมปลักเป็นทีมบ๊วยอันดับ 20 ตรงท้ายสุดของตารางคะแนนในช่วงหลังจบเกมนัดแรก แต่ตอนนี้ เชลซี ได้ทะยานขึ้นไปรั้งอันดับ 3 เกาะอยู่กลุ่มบนแบบสง่างามด้วยการมี 26 แต้มจากการลงแข่งไปแล้ว 12 นัด และสามารถคว้าชัยในศึกพรีเมียร์ลีกแบบรัวๆ ได้ถึง 6 เกมติดต่อกันอีกด้วย แม้จะต้องดูแลลูกทีมที่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเด็กหนุ่ม ซึ่งพร้อมจะทำตามใจตัวเองตามประสาวัยรุ่นได้ทุกเมื่อ ทว่า แลมพาร์ด กลับจัดการคุมทุกคนได้แบบอยู่หมัดด้วยเคล็ดไม่ลับอยู่อย่างหนึ่งตามที่มีการเปิดเผยตามหน้าสื่อกันไปแล้ว

นั้นก็คือเรื่องของ กฎเหล็ก 12 ข้อ ตามแบบฉบับของ แลมพาร์ด ซึ่งมีการลงลายมือเซ็นชื่อกำกับเอาไว้ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค. 2019 เพราะเชื่อว่าทุกสังคมจะต้องมีกฎระเบียบของการอยู่ร่วมกัน และการมีวินัยแบบมืออาชีพจะช่วยส่งเสริมให้ทีมฟุตบอลประสบความสำเร็จได้ด้วยเช่นกัน หากนักเตะมีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าไร้ระเบียบวินัยก็มีสิทธิ์แปรสภาพจาก "ดาวดัง" กลายเป็น "ดาวดับ" ได้เสมอ โดยเฉพาะพวกแข้งพลังหนุ่มที่ยังต้องเรียนรู้ประสบการณ์ในเกมลูกหนังกันอีกเยอะเลย    

สำหรับกฎเหล็กทั้ง 12 ข้อของ "สิงโตน้ำเงินคราม" ในยุคกุนซือ แลมพาร์ด มีดังนี้
- มาสายในวันแข่ง ปรับ 2,500 ปอนด์
- มาซ้อมช้ากว่าเวลาที่แจ้งไว้ ปรับ 2,500 ปอนด์ 
- เข้าโรงยิมสาย (ในวันที่ฝึกซ้อมกล้ามเนื้อ) ปรับ 1,000 ปอนด์
- เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บช้า ปรับ 2,500 ปอนด์
- มาประชุมทีมสาย ปรับ 500 ปอนด์ (ต่อนาที)
- มาซ้อมสายกว่ากำหนด (สายแบบไม่แจ้งเอาไว้) ปรับ 20,000 ปอนด์
- เสียงโทรศัพท์ดังระหว่างประชุม หรือรับประทานอาหาร ปรับ 1,000 ปอนด์
- แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เตรียมเครื่องแต่งกายผิด ปรับ 1,000 ปอนด์
- ไม่เดินทางกลับพร้อมทีมในวันแข่งนัดเยือน ปรับ 5,000 ปอนด์
- ปฏิเสธการให้ความร่วมมือให้เรื่องต่างๆ ปรับ 5,000 ปอนด์
- ไม่แจ้งว่ามีอาการป่วย หรือได้รับบาดเจ็บ ปรับ 10,000 ปอนด์
- มาพบแพทย์ช้ากว่าที่นัดกันไว้ ปรับ 2,500 ปอนด์ 

นอกจากนี้มีการเปิดเผยว่ายังมีกฎยิบย่อยต่างๆ เพื่อให้นักเตะปฎิบัติตามกติกาอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าอยากให้ครอบครัว หรือแขกรับเชิญเข้ามาชมการฝึกซ้อมจะต้องได้รับอนุญาตจากผู้จัดการทีมเสียก่อน รวมถึงเรื่องที่ห้ามเอเยนต์เข้ามาภายในสนามซ้อมโดดเด็ดขาด จึงเห็นได้เลยว่า เชลซี ไม่มีปัญหาเรื่องนักเตะไร้ระเบียบวินัยเลย และเป็นผลดีในเรื่องของ ทีมสปิริต ซึ่งมีส่วนช่วยให้ทีมทำผลงานได้ดีขึ้นแบบต่อเนื่องอีกด้วย   

ในส่วนของ ค่าปรับ จากกรณีต่างๆ ที่ได้รับจากคนทำผิดกฎไม่ได้ไหลเข้าสู่กระเป๋าใครทั้งสิ้น แต่จะมีการนำเงินไปสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือด้านสาธารณะกุศลในนามของสโมสรกันต่อไป และนี่อาจเป็น "เคล็ดไม่ลับ" ที่อยู่เบื้องหลังการต่อยอดไปสู่ความสำเร็จของ "สิงโตน้ำเงินคราม" ในฤดูกาลนี้ก็เป็นได้