หลังจบเกมที่ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-1 มันก็ทำให้แฟนๆ อาร์เซน่อล หงุดหงิดในตัวของ อูไน เอเมรี่ เข้าไปอีก

กี่ครั้งแล้ว ? ที่ อาร์เซน่อล รักษาสกอร์ไว้ไม่ได้ และปล่อยให้คู่แข่งกลับมาตีเสมอ

  • ต้นฤดูกาลกับ วัตฟอร์ด จาก 2-0 กลายเป็น 2-2
  • นำ ลิเวอร์พูล 3-1 , 4-2 และ 5-4 ในลีกคัพ แต่สุดท้ายตกรอบ
  • นำ คริสตัล พาเลซ 2 เม็ด โดนไล่เจ๊า 2-2 เหมือนเดิม
  • ล่าสุด นำ วูล์ฟ 1-0 แต่จบลงด้วยผลเสมอ

สิ่งที่ประหลาดกว่าก็คือ บทสัมภาษณ์ของ “โลกิ” ที่ยิ้มสู้ ยืนยันว่าลูกทีมเล่นได้ตามแท็คติกทุกอย่างแล้ว และนี่คือผลการแข่งขันที่น่าพอใจ

ปล่อยให้ทัพ “หมาป่า” มีรูปเกมที่เหนือกว่าในครึ่งหลัง แถมได้ยิงไปทั้งเกมถึง 25 ครั้ง สวนทางกับ “เดอะ กันเนอร์ส” ที่ยิงไปแค่ 10 ครั้ง นั่นไม่ใช่ตัวเลขที่ เอเมรี่ ควรพูดว่าน่าพอใจเลยสักนิด

กระแสจากแฟนบอล มีทั้งหมดความอดทนแล้ว และอีกกลุ่มที่ยังใจเย็นอยากให้โอกาสกุนซือรายนี้ทำทีมต่ออย่างน้อยจนจบฤดูกาล

ในส่วนของแฟนบอลที่อยากไล่ เอเมรี่ ออกจากตำแหน่ง มันคงไม่มีอะไรต้องถาม แต่ไอ้กลุ่มที่ยังอยากให้อยู่ต่อนี่สิ หลายๆ คนอยากรู้ว่าทำไมเราถึงควรให้โอกาสอดีตเทรนเนอร์ เซบีย่า ทำงานต่อไป ?

การยกตัวอย่างเปรียบเทียบ กลายเป็นสิ่งที่ถูกหยิบขึ้นมาพูดคุย! แฟน “ปืนใหญ่” กลุ่มนี้มีการกล่าวอ้างไปถึง ลิเวอร์พูล ว่ายังอดทนให้โอกาส เจอร์เก้น คล็อปป์ ปั้นทีมตั้งหลายปี กว่าจะมีทีมที่ประสบความสำเร็จและแข็งแกร่งสุดๆ ในวันนี้

ฉะนั้น เอเมรี่ ก็ควรได้โอกาสที่ว่ากับ อาร์เซน่อล บ้าง ไม่ใช่ไปโห่ไล่เค้าตั้งแต่การทำงาน 1 ฤดูกาลครึ่ง

อย่างไรก็ตาม การยกเคสของ ลิเวอร์พูล ไปเปรียบเทียบกับ อาร์เซน่อล คงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเสมอไป และมันก็คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ อาร์เซน่อล ไม่ควรโอกาส เอเมรี่ เหมือนกับที่ ลิเวอร์พูล ให้โอกาส คล็อปป์

อย่างแรกที่แตกต่างกันชัดเจนเลยก็คือ ถึงแม้ คล็อปป์ จะเคยมีช่วงจับต้นชนปลายในช่วงแรกๆ กับ ลิเวอร์พูล ไม่ถูกจุดเหมือน เอเมรี่ ก็จริง แต่อย่างน้อย คล็อปป์ ก็แสดงพื้นฐานสไตล์การเล่นฟุตบอลของตัวเองออกมาอย่างเด่นชัด

บอลของ คล็อปป์ ตอนคุม ลิเวอร์พูล ยุคแรกๆ มันอาจจะแลดูวิ่งกันมั่วๆ แต่อย่างน้อย เขาก็โชว์จุดเด่นเรื่องสปิริตความทุ่มเทของผู้เล่น และการตั้งหน้าตั้งตาบุกใส่คู่แข่งอย่างเป็นรูปแบบ

นี่คือจุดที่แตกต่างกันชัดเจน เพราะ เอเมรี่ ไม่ได้มอบสิ่งนี้ให้กับแฟนๆ อาร์เซน่อล เลย ฟุตบอลของเขายังไม่ชัดเจน ไม่มีระบบที่แน่นอน ไม่มี 11 ตัวจริงที่ชัวร์ๆ และไม่มีสไตล์

ลิเวอร์พูล ให้โอกาส คล็อปป์ เพราะมันคือสิ่งที่เหมาะสม เขาคู่ควรที่จะได้รับโอกาส ซึ่งทำให้เกิดเหตุผลที่ 2 ตามมา

ลิเวอร์พูล ไม่ได้ใจดีให้โอกาสโค้ชทุกคน เพราะก่อนหน้านี้ เทรนเนอร์ของพวกเขาหลายๆ คนก็ต้องชะตาขาดเพราะถูกมองว่าไม่ได้เป็น “คนที่ใช่” มาแล้วหลายคนเช่นกัน

รอย ฮอดจ์สัน คืออดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ แต่ผลงานของเขาก็ดาดๆ ไร้จุดเด่น นั่นก็ทำให้โดนเด้งได้

เคนนี่ ดัลกลิช เป็นถึงตำนานสโมสร แต่ “หงส์แดง” ก็สั่งปลดทันทีที่มองว่าผลงานไม่เวิร์ค

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เคยพาทีมเฉี่ยวแชมป์ด้วยสไตล์ฟุตบอลที่เร้าใจสุดๆ แต่สโมสรก็สั่งแยกทางไม่ไว้หน้า ทันทีที่รู้สึกว่า “บีร็อด” ไม่ดีพอ

กว่าที่ ลิเวอร์พูล จะมี เจอร์เก้น คล็อปป์ ในวันนี้ พวกเขาก็ผ่าน “คนที่ไม่ใช่” มาแล้วมากมายเช่นกัน และพวกเขาก็ไม่เคยลังเลในยามที่ตัดสินใจสั่งปลด

มันก็คงเช่นเดียวกับ อาร์เซน่อล ซึ่งเป็นหน้าที่ของบอร์ดบริหารจะพิจารณาว่าผลงานของ เอเมรี่ มีโอกาสสำเร็จในระยะยาว หรือดีพอสำหรับการนำความสำเร็จมาให้ อาร์เซน่อล หรือไม่

ซึ่งกับสิ่งที่เห็นในตอนนี้ เราก็ต้องยอมรับว่าฟุตบอลที่ เอเมรี่ นำเสนอออกมา ยังแลดูไม่มีความหวังรออยู่ที่ปลายอุโมงค์เลยสักนิด