แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ แชมป์โลกสองประเภท คาดหวังมากกว่าแค่ชัยชนะบนเวที ในไฟต์ที่จะพบกับ บิ เหงียน (Killer Bee) ในศึก ONE : MASTERS OF FATE ซึ่งแชมป์โลก ONE มวยไทย และ คิกบ็อกซิง รุ่นอะตอมเวตหญิง ต้องการมัดใจกองเชียร์หน้าใหม่ชาวฟิลิปปินส์ด้วยนั่นเอง

หลังจากชนะซับมิสชัน อาชา โรกา ในศึก ONE : DREAMS OF GOLD ที่ประเทศไทย แสตมป์ ก็ยังอยู่บนเส้นทางสู่เข็มขัดแชมป์โลกเส้นที่สาม ด้วยการเตรียมขึ้นสังเวียนมอลล์ ออฟ เอเชีย อารีนา ในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ วันที่ 8 พฤศจิกายนนี้

ตอนนี้แสตมป์เร่งฝึกซ้อมการปล้ำอย่างจริงจัง ซึ่งพรสวรรค์ในการออกอาวุธของเธอนั้นโดดเด่นอยู่แล้ว แต่ทักษะในท่านอนของเธอต้องถูกเคี่ยวเข็ญขึ้นอีก หากต้องการก้าวขึ้นไปสู่การเป็นแชมป์ MMA และตอนนี้เธอก็พอใจกับพัฒนาการของตัวเองไม่น้อย

"ไฟต์นี้ของหนูจะเป็นบันไดอีกขั้น หนูโฟกัสมากขึ้นกับการซ้อม MMA, มวยปล้ำ และ บราซิเลียน ยูยิตสู สำหรับ MMA นั้นเป็นกีฬาที่ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมบ้าง และมีอะไรให้ต้องเรียนรู้อีกมาก แต่หนูก็ยินดีที่จะลุยกับมัน หนูจริงจังมากเลยนะกับการเป็นแชมป์โลก"

แสตมป์เองเข้าใจดีว่าเหงียนคือหนึ่งบทพิสูจน์ หากต้องการขึ้นสู่จุดสูงสุดใน ONE Championship แต่กำปั้นสาววัย 22 ปีจะไม่ยอมพลาดโอกาสนี้แน่ ซึ่งเธอเชื่อว่าจะกำราบคู่แข่งรายนี้ได้สำเร็จ และเมื่อได้ศึกษาดูฟอร์มของเหงียนแล้ว แสตมป์ก็ตระหนักได้ว่าเธอต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีกบ้างเมื่อก้าวขึ้นเวที

"บิ เหงียน คือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง เธอคือบททดสอบที่ยอดเยี่ยม เพราะเธอเก่งรอบด้านคนนึงเลย หนูดูไฟต์เก่าๆ ของเธอเยอะมาก สไตล์ของเธอคือชอบกดดันคู่แข่ง ไม่มีถอย เธอดุดันมาก นั่นคือจุดแข็งของเธอเลย อย่างไรก็ดี เธอไม่ใช่พวกป้องกันตัวดีนัก อาจเป็นเพราะยังขาดประสบการณ์อยู่บ้าง" แสตมป์กล่าว

มะนิลา เป็นอีกหนึ่งเมืองศูนย์รวมของศิลปะการต่อสู้ แฟนๆ ชาวฟิลิปปินส์คลั่งไคล้สิ่งนี้ไม่แพ้ชาติใดในโลก และพวกเขาก็มีความรู้ความเข้าใจในกีฬาต่อสู้อย่างแท้จริง แสตมป์ตั้งตารอที่จะได้แข่งขันครั้งแรกในเมืองที่สุดคึกคักนี้ และหวังโชว์ฟอร์มเด็ดต่อหน้ากองเชียร์ 20,000 คนในมอลล์ ออฟ เอเชีย อารีนา

"นี่เป็นครั้งแรกเลยที่หนูจะได้แข่งในมะนิลา ก็อยากทำผลงานให้ดีค่ะ เมืองนี้เต็มเปี่ยมด้วยพลัง หนูเลยอยากแสดงฝีมือแจ่มๆ ให้กองเชียร์ได้เห็น หนูหวังว่าจะชนะและได้แฟนคลับหน้าใหม่ที่ฟิลิปปินส์ค่ะ" แสตมป์กล่าว

ตอนนี้หลายคนจับตามองการเดินทางของแสตมป์ในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ที่ไม่เคยมีใครเป็นแชมป์โลกสามประเภทกีฬาในเวลาเดียวกันมาก่อน ซึ่งหากแสตมป์ทำสำเร็จ เธอจะเป็นคนแรกของโลกที่ทำได้ทันที

อย่างไรก็ดี ตอนนี้แสตมป์ต้องมองไปทีละขั้น และต้องผ่านเหงียนให้ได้ก่อนจะก้าวไปถึงจุดนั้น

"เหมือนเดิมค่ะ หนูจะทำให้ดีที่สุดเพื่อชัยชนะ หนูหวังให้ตัวเองเก่งขึ้นในทุกๆไฟต์ เรียนรู้ให้มากขึ้น ซ้อมอย่างหนักเพื่อพัฒนาทักษะตัวเอง แล้วมาดูกันค่ะว่าหนูจะไปได้ไกลแค่ไหน" แสตมป์ทิ้งท้าย