บทสรุปศึกไทยลีกฤดูกาล 2019 จบไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ ต้องขอแสดงความยินดีกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด อีกครั้งที่คว้าแชมป์ประวัติศาสตร์ได้เป็นครั้งแรก และก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใดในปีนี้มาครอง

พูดถึงบรรยากาศการแข่งขันในปีนี้ต้องบอกว่าเป็นฤดูกาลที่โคตรสนุกตื่นเต้นและดราม่าถึงเกมสุดท้าย ครบทุกรสชาติจริงๆ ไม่มีทีมใดที่ผลงานโดดเด่นแบบทิ้งห่างทีมอื่น มีสลับกันพลาด ทำให้แฟนบอลได้ลุ้นตามไปด้วย

ความสำเร็จของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ทำได้ในปีนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรตั้งแต่ก่อตั้งที่สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศได้ พวกเขาใช้เวลา 11 ปีในการทำสำเร็จ วันนี้ผมจะย้อนไปดูประวัติศาสตร์ของทีมตั้งแต่ก่อตั้งจนประสบความสำเร็จว่าพวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง

จุดเริ่มต้นของพวกเขาเริ่มต้นในปี 2009 หลังจากที่ มิตติ ติยะไพรัช ตัดสินใจส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 ภายใต้ชื่อ เชียงราย ยูไนเต็ด และดำรงตำแหน่งประธานสโมสรคนแรก โดยในปีดังกล่าวมี "โค้ชวัง" ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล รับหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนแรกและสามารถพาทีมจบฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์ในโซนภาพเหนือ ก่อนจะจบอันดับที่ 2 ในรอบเพลย์ออฟ และได้สิทธิ์เลื่อนชั้นสู่ไทยลีกดิวิชั่น 1ได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตามหลังจากที่พาทีมเลื่อนชั้นได้สำเร็จแต่ในปีต่อมา "โค้ชวัง" โบกมือลาทีมไปคุม พัทยา ยูไนเต็ด ทำให้ทีมในช่วงแรกนั้นยังไม่สามารถทำผลงานได้ดี อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนตัวผู้ฝึกสอนบ่อย ก่อนที่จะมีจุดเปลี่ยนคือการที่ตั้ง สเตฟาโน คูกูรา โค้ชชาวบราซิลเข้ามาคุมทีมในช่วงกลางฤดูกาล และผลงานก็ดีขึ้นเรื่อยจนสามารถจบฤดูกาลอันดับ 3 เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดอย่าง ไทยพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

พูดถึงความสำเร็จในช่วงสองปีแรกตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรถือว่า เชียงราย ยูไนเต็ด เติบโตแบบก้าวกระโดดมากเพราะสามารถเลื่อนชั้นได้ทุกปี และใช้เวลาแค่สองปีขึ้นสู่ลีกสูงสุด ภายใต้การทำทีมของ สเตฟาโน คูกูรา ในการลงเล่นลีกสูงสุดครั้งแรกพวกเขาต้องประสบปัญญามากมาย  โดยเฉพาะในเรื่องสนามแข่งขัน ที่ต้องย้ายสนามเหย้าบ่อยครั้งเนื่องจากปัญหาจากความล่าช้าในการปรับปรุงสนามกีฬากลางขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและปัญหาเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริเวณมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นเหตุให้เชียงราย ยูไนเต็ด ไม่สามารถใช้สนามทั้งสองได้ ทำให้สโมสรจำเป็นต้องย้ายไปใช้สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปีอยู่ระยะหนึ่ง ส่งผลกระทบต่อรายได้ของสโมสรอย่างหนัก แต่ด้วยการเรียกร้องของชาวเชียงราย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจึงอนุญาตให้สโมสรสามารถใช้สนามของมหาวิทยาลัยได้อีกครั้ง หลังจากประสบปัญหาดังกล่าว พวกเขาก็วางแผนที่จะสร้างสนามเป็นของตัวเอง บนที่ดินใกล้กันกับสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวงเชียงราย แม้จะมีปัญหามากมาย แต่ เชียงราย ยูไนเต็ด ก็สามารถจบฤดูกาลได้ด้วยอันดับที่ 10 ของตารางได้

ในปี 2012 เชียงราย ยูไนเต็ด มีสนามเหย้าเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อสนามยูไนเต็ด สเตเดี้ยม และได้รับการตอบรับจากแฟนบอลชาวเชียงรายอย่างล้นหลาม พวกเขาจบฤดูกาลด้วยการคว้าอันดับที่ 9 อย่างไรก็ตามในปีต่อมา 2013 ผลงานของทีมภายใต้การคุมทัพของ สเตฟาโน คูกูร่า ไม่ดีจมในโซนตกชั้น ทำให้ตั้ง เฮงค์ วิสมัน ผู้ฝึกสอนชาวฮอลแลนด์เข้ามาทำหน้าที่แทน แต่ก็ไม่สามารถพาทีมทำผลงานได้ดีขึ้นได้แต่อย่างใด เมื่อล่วงเข้าสู่ช่วงปลายฤดูกาล เชียงราย ยูไนเต็ด จึงตั้ง "โค้ชจุ่น" อนุรักษ์ ศรีเกิด เข้ามาช่วยแก้วิกฤตและรอดจากการตกชั้นได้สำเร็จ

ปี 2014 เชียงราย ยูไนเต็ด มีการเปลี่ยนแปลงทีมอีกครั้งในตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนตั้ง "โค้ชโจ"  ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น อดีตผู้เล่นของทีมมาสานงานต่อ "โค้ชจุ่น" โดยระยะเวลาสามปีที่ "โค้ชโจ" คุมทัพพวกเขาจบอันดับกลางตารางไล่ตั้งแต่ 7 , 9 และ 8 ตามลำดับ ก่อนที่จะมีการแยกทางกันเมื่อจบปี 2016 เนื่องจากสโมสรต้องการยกระดับผลงานให้ดีกว่าเดิม

จุดเปลี่ยนความสำเร็จของ เชียงราย ยูไนเต็ด เริ่มต้นอย่างจริงจรังในปี 2017 เมื่อพวกเขาสถาปนาขึ้นมาเป็นเจ้าบุญทุ่มของไทยลีก หลังได้ผลิตภัณฑ์สิงห์เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลัก ดึง อเล็กซานเดร กามา โค้ชชื่อดังมาคุมทัพ พร้อมทุ่มงบประมาณทำทีมกว่า 300 ล้านบาท และเปลี่ยนชื่อสโมสรเป็น สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในส่วนของตลาดนักเตะสร้างความฮือฮาด้วยการทุ่มเงิน 50 ล้านบาทซื้อตัว ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กองกลางทีมชาติไทยจากสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เข้ามาเสริมทัพด้วยค่าตัวเป็นสถิติไทยลีก 50ล้านบาท

ภายใต้การคุมทีมของ อเล็กซานเดร กามา สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด สามารถจบฤดูกาลด้วยการคว้าอันดับ 4 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดตั้งแต่เล่นในลีกสูงสุด ที่สำคัญยังคว้าแชมป์แรกในประวัติศาสตร์สโมสรมาครองได้สำเร็จคือ ช้าง เอฟเอคัพ จุดนี้เองผมมองว่าเป็นการเริ่มต้นยุคทองของสโมสรโดยแท้จริง นอกจากคว้าแชมป์ ช้าง เอฟเอคัพ แล้วยังเข้าชิง โตโยต้า ลีกคัพ ด้วยแต่น่าเสียดายจบรองแชมป์

ในปี 2018 ทีมประสบปัญหาหลายๆอย่างโดยเฉพาะเรื่องงบประมาณทำทีม ทำให้ต้องเสียสองแข้งหลักอย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ย้ายทีมและ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่มีอาการบาดเจ็บหนักทำให้แทบไม่ได้ช่วยทีมก่อนย้ายในเลกที่สองจะย้ายทีมไปอีกคน อย่างไรก็ตาม  อเล็กซานเดร กามา ยังสามารถพาทีมจบฤดูกาลด้วยการคว้า "ทริปเปิลแชมป์บอลถ้วย" ได้เป็นครั้งแรกของสโมสร (ช้าง เอฟเอคัพ, โตโยต้า ลีกคัพ และ ไทยแลนด์แชมเปียนส์คัพ) ส่วนในลีกจบอันดับ5 ก่อนที่จะแยกทางเมื่อจบฤดูกาลไปคุมทีมชาติไทยยู23

มาถึงปี 2019 การที่ อเล็กซานเดร กามา แยกทางกับทีมทำให้แฟนบอลหลายคนกังวลว่าจะไม่สามารถรักษาผลงานที่ยอดเยี่ยมต่อได้ โดยบอร์ดบริหารเลือก โจเซ่ อัลเวส บอร์จีส เข้ามาสานงานต่อ แต่ก็ได้คุมแค่ช่วงปรีซีซั่นเท่านั้น ก่อนที่จะตั้ง ไอล์ตัน ซิลวา มารับงานแทน ในช่วงแรก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ยังทำผลงานได้ไม่ร้อนแรง แม้ว่าจะเกาะกลุ่มบนของตารางคะแนนมาตลอด แต่จากการที่ทีมอื่นก็สะดุดทำให้พวกเขาได้ลุ้นแชมป์จนถึงเกมสุดท้ายกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะคว้าแชมป์ได้แบบดราม่าเมื่อบุกชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี ได้ 5-2 แต่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำได้แค่บุกเสมอ เชียงใหม่ เอฟซี 1-1

นับถึงตอนนี้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ก่อตั้งสโมสรมาแล้ว 11ปี คว้าแชมป์ ช้าง เอฟเอคัพ ได้สองสมัย , โตโยต้า ลีกคัพ หนึ่งสมัย และ ไทยลีกหนึ่งสมัย ต้องถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ แม้จะเพิ่งมาทำได้ในช่วงสามปีหลัง แต่ก็ถือว่ายอดเยี่ยมสุดๆที่สามารถเบียดกับสองยักษ์ใหญ่อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ตกบัลลังก์ไปได้

ด้วยขุมกำลังของ "กว่างโซ้งมหาภัย" ตอนนี้ที่อยู่ในช่วงพีคสุดๆ มีทั้งความเก๋าและความสด เชื่อว่าหากยังรักษาทุกคนไว้ได้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด มีโอกาสประสบความสำเร็จอีกนานเลยครับ...