ต้องยอมรับว่า การก้าวเท้าเข้ามาของ อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่นสามารถยกระดับฝีเท้าของทัพลูกหนัง "ช้างศึก" ได้แบบทันตาเห็น แม้จะเพิ่งสวมบทเป็น "นายใหญ่" ที่เปรียบเหมือน "ควาญช้าง" ในการสู้ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ไปเพียง 3 นัด

หากรวมเกมอุ่นแข้งที่เสมอ คองโก 0-0 เข้าไปด้วยแล้ว เท่ากับว่า โค้ชเลือดซามูไรวัย 64 ปีได้กุมบังเหียน "ช้างศึก" ไปแล้วทั้งหมด 4 เกม และยังไม่พบกับความพ่ายแพ้แม้แต่นัดเดียว โดยผลงาน 3 เกมจาก ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ถือว่าเข้าตาแฟนบอลชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง เพราะตอนนี้รั้งจ่าฝูงกลุ่ม จี มี 7 แต้ม เหนือกว่า "ยูเออี" สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทีมเต็งของกลุ่มนี้เสียด้วยซ้ำ

แม้จะประเดิมสนามในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ด้วยการเปิดบ้านเสมอ เวียดนาม แบบไร้สกอร์ 0-0 แต่อาจเป็นเพราะตอนนั้น นิชิโนะ ยังรู้จักฝีเท้าของนักเตะทีมชาติไทยไม่มากพอ หลังตอบตกลงรับหน้าที่เป็น "ควาญช้างศึก" ได้ไม่ถึงเดือนเลย จึงเรียก "กองหน้า" เข้ามาติดทีมเพียงคนเดียว นั้นก็คือ "เจ้าอาร์ม" ศุภชัย ใจเด็ด ซึ่งอาจจะขัดใจแฟนบอลในเวลานั้นอยู่บ้าง เพราะทีมชาติไทยมีผู้นเล่นในตำแหน่งหัวหอกตัวเป้าให้เลือกใช้งานอยู่หลายคน เพียงแต่ช่วงนั้นหลายๆ รายอาจจะประสบปัญหาฟอร์มตกอยู่นั่นเอง

แต่หลังจากนั้น นิชิโนะ เริ่มรู้จักนักเตะทีมชาติไทยมากขึ้น ทำให้เกมนัดที่ 2 สามารถนำทัพ "ช้างศึก" โชว์ฟอร์มได้แบบไฉไลจากการยกพลบุกไปทุบ "อิเหนา" อินโดนีเซีย ได้ถึงเกโลร่า บุง การ์โน สเตเดี้ยม หรือ สนามเสนายัน อันเลื่องชื่อได้ถึง 3-0 พร้อมกับปลุกปั่น "เจ้าเช็ค" สุภโชค สารชาติ ให้แจ้งเกิดในเกมระดับชาติได้จากการซัดเบิ้ลเหมา 2 ประตูในเกมดังกล่าว

ส่วนนัดล่าสุด "ช้างศึก" ภายใต้การคุมทัพของกุนซือจากแดนปลาดิบยังคงโชว์ฟอร์มเข้าตามากๆ หลังเปิดบ้านพิชิตชัยเหนือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทีมแกร่งจากดินแดนตะวันออกกลาง 2-1 นอกจากนี้ นิชิโนะ ยังเปิดโอกาสให้ "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าวัย 31 ปีกลับมารับใช้ชาติอีกครั้ง และสามารถตอบแทนความไว้วางใจด้วยการพังประตูเบิกร่องได้ด้วย

ถ้ารู้ว่าจะดีแบบนี้ "ช้างศึก" ก็น่าจะใช้บริการของ โค้ชเอเชีย ตั้งนานแล้ว หลังจากที่ใช้ โค้ชต่างชาติ จากดินแดนยุโรป กับ อเมริกาใต้ มาแล้วทั้งหมด 13 คน โดยเฉพาะ โค้ชเยอรมัน ที่ตามพงศาวดารลูกหนังไทยระบุว่า มีการใช้โค้ชจากเมืองเบียร์มากที่สุดถึง 8 คน ได้แก่ กุนเธอร์ กลอมบ์ ปี พ.ศ. 2511-2518, ปีเตอร์ ชนิทเกอร์ ปี  2519-2521, แวร์เนอร์ บิคเคลเฮาพท์ ปี 2522-2524, บวร์กฮาร์ด ซีเซอ ปี 2528-2529, ปีเตอร์ สตัปป์ ปี 2535-2537, เดทมาร์ คราเมอร์ ปี 2540, ซิกกี เฮลด์ ปี 2547-2548 และ วินฟรีด เชเฟอร์ ปี 2554-2556

รองลงมาคือ โค้ชอังกฤษ ทั้งหมด 3 คน ได้แก่ ปีเตอร์ วิธ ปี 2541-2545 ,ปีเตอร์ รีด ปี 2551-2552 และ ไบรอัน ร็อบสัน ปี 2552-2554 นอกจากนี้ยังเคยใช้บริการของ โค้ชบราซิล อีกหนึ่งราย นั้นก็คือ คาร์ลอส โรแบร์โต คาร์วัลโญ ถึง 2 รอบ โดยครั้งแรกระหว่างปี 2532-2534 และครั้งที่ 2 ในปี 2546-2547 เช่นเดียวกับ โค้ชเซอร์เบีย อีกหนึ่งคน นั้นก็คือ มิลาน ราเยวัช ปี 2560-2562

ส่วน นิชิโนะ คือ โค้ชเอเชียคนแรก ที่สวมบทเป็น "ควาญช้างศึก" แล้วเข้ามายกระดับทีมชาติไทยให้มีการเล่นที่ดูเป็นระบบมากขึ้น อย่างน้อยที่สุดก็เรื่องของ ความฟิต ของผู้เล่นที่สามารถวิ่งได้ตลอดทั้งเกมแบบไม่มีหมดแรงเหมือนเมื่อก่อน และน่าจะเข้าใจจริตของนักเตะเอเชียด้วยกันเป็นอย่างดีเหมือนกับ ปาร์ค ฮัง ซอ โค้ชเกาหลีใต้ที่สามารถปลุกปั้น เวียดนาม ให้ก้าวขึ้นมาเป็นคู่ปรับตัวฉกาจของ ทีมชาติไทย ในการชิงบัลลังก์ "เจ้าลูกหนังอาเซียน" ได้สำเร็จ

สำหรับเส้นทางสู่บอลโลกของ "ช้างศึก" ยังเหลืออีกหลายด่าน เพราะตอนนี้เป็นการลงเล่นในรอบคัดเลือก รอบ 2 โซนเอเชีย เท่านั้น และยังเหลือเกมฟาดแข้งในรอบนี้อีก 5 นัด โดยจะเอา 2 ทีมที่ดีที่สุดจากทั้ง 8 กลุ่มผ่านเข้าไปเล่นรอบคัดเลือก รอบ 3 หรือรอบ 12 ทีมสุดท้ายกันต่อไป เพื่อให้ได้ตัวแทนจากทวีปเอเชียตามโควต้าทั้งหมด 4.5 ทีมที่จะได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปเล่นรอบ 32 ทีมสุดท้ายที่ประเทศกาตาร์ในอีก 3 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ผลงานที่ดีที่สุดของ "ช้างศึก" ในเกมคัดบอลโลกคือ การผ่านเข้าถึงรอบ 3 มาแล้ว 2 ครั้ง เริ่มจากยุคของกุนซือ ปีเตอร์ วิธ ในศึกฟุตบอลโลก 2002 รอบคัดเลือก และ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก

ส่วนหลังจากนั้นต้องรอดูกันต่อไปแบบยาวๆ ว่า นิชิโนะ จะสามารถนำทีมชาติไทยไปถึงฝั่งฝันเพื่อปักธงไตรรงค์ในเกมรอบสุดท้ายได้หรือไม่

สรุปตารางคะแนนคัดฟุตบอลโลก 2022 รอบ 2 โซนเอเชีย กลุ่ม จี 
1. ไทย : แข่ง 3 ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 0 ยิงได้ 5 เสีย 1 ผลต่าง +4 มี 7 คะแนน
2. เวียดนาม : แข่ง 3 ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 0 ยิงได้ 4 เสีย 1 ผลต่าง +3 มี 7 คะแนน
3. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ : แข่ง 3 ชนะ 2 เสมอ 0 แพ้ 1 ยิงได้ 8 เสีย 3 ผลต่าง +5 มี 6 คะแนน
4. มาเลเซีย : แข่ง 3 ชนะ 1 เสมอ 0 แพ้ 2 ยิงได้ 4 เสีย 5 ผลต่าง -1 มี 3 คะแนน
5. อินโดนีเซีย : แข่ง 4 ชนะ 0 เสมอ 0 แพ้ 4 ยิงได้ 3 เสีย 14 ผลต่าง -11 มี 0 คะแนน
   
โปรแกรมคัดฟุตบอลโลก 2022 รอบ 2 นัดที่เหลือของ "ช้างศึก"  
14 พ.ย. 2019 - มาเลเซีย (เยือน)
19 พ.ย. 2019 - เวียดนาม (เยือน) 
26 มี.ค. 2020 - อินโดนีเซีย (เหย้า)
4 มิ.ย. 2020 - สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (เยือน)
9 มิ.ย. 2020 - มาเลเซีย (เหย้า)