ชัยชนะของ ทีมชาติไทย ที่มีเหนือ ยูเออี 2-1 เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2562 ต้องบอกว่าเป็นฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมมาก

 

นักเตะทุกคนในสนามต่างเล่นได้ดี และแทบไม่มีข้อผิดพลาด เหมือนว่าทุกอย่างมันลงตัวอย่างมาก ทั้งเกมรับ และเกมรุก

นักเตะที่เล่นได้อย่างโดดเด่นในแมตช์กับ ยูเออี มีหลายคน แต่ที่ต้องชื่นชมมากๆ ก็มีอย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา กับ ธีรศิลป์ แดงดา ที่เป็นคนทำประตูได้

ทำให้เป็นงานหนักของ อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่น ที่จะต้องตัดสินใจว่า อีก 2 นัดต่อไป ที่จะบุกเยือน มาเลเซีย และเยือน เวียดนาม เขาจะทำอย่างไร และจะเลือกจัดตัวแบบไหน

เพราะเวลานั้น ทีมชาติไทย จะได้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ กับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ 2 คีย์แมนหลักกลับมาจากอาการบาดเจ็บ

หากเกมฟุตบอลสามารถส่งลงสนามได้ 13 คน คงไม่มีปัญหา แต่เมื่อมันส่งลงเล่นได้แค่ 11 คน ฉะนั้นก็ต้องมีคนอกหัก ทำได้แค่นั่งเป็นตัวสำรอง

แล้ว นิชิโนะ จะเลือกดร็อปใครดี เพราะทุกคนที่ลงเล่นในนัดกับ ยูเออี ต่างยอดเยี่ยมมากๆ

เราลองมาวิเคราะห์กันดูว่า หากเราเป็น นิชิโนะ เราจะตัดสินใจยังไง

ตำแหน่งแรกในส่วนของกองหน้าตัวเป้า แน่นอนว่าชั่วโมงนี้ยังไงก็ต้อง ธีรศิลป์ แดงดา ทำให้ ศุภชัย ใจเด็ด กับ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา 2 ดาวรุ่ง คงต้องรอโอกาสที่ข้างสนามไปก่อนแน่นอน

ส่วนมิดฟิลด์ตัวรุก 3 คน หาก นิชิโนะ เลือกเล่นระบบ 4-2-3-1 จะจัดทัพยังไง

ในเกมกับ ยูเออี เขาใช้ สุภโชค สารชาติ ยืนตรงกลาง ทางซ้ายเป็น เอกนิษฐ์ ปัญญา ส่วนทางขวาเป็น ศศลักษณ์ ไหประโคน

ซึ่งทั้ง 3 คน ต่างก็เล่นได้ดีทั้งหมด โดยเฉพาะ เอกนิษฐ์ ที่โดดเด่นมากๆ ทั้งเลี้ยง ทั้งจ่าย ทั้งยิงประตู

ส่วน สุภโชค กับ ศศลักษณ์ ก็อยู่ในมาตรฐานที่ดี และไม่มีข้อผิดพลาดอะไร

ฉะนั้นจะทำยังไงเมื่อ ชนาธิป กับ ฐิติพันธ์ กลับมาแล้ว

ถ้าเป็นผม ยังไง ชนาธิป ก็คงต้องได้โอกาสกลับมาเล่นเป็นตัวจริงแน่นอน เพราะเขาคือนักเตะไทยที่เก่งที่สุดในตอนนี้แล้ว และคงยึดตำแหน่ง "เพลเมกเกอร์" ยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกตรงกลาง

ทีนี้ด้านข้าง จะเลือกใครดี??

ใน 2 เกมแรก สุภโชค คือคนที่เล่นได้ดีที่สุด ส่วนเกมกับ ยูเออี คือ เอกนิษฐ์

ทำให้มีโอกาสสูงมากว่า นิชิโนะ จะเลือกดร็อป ฐิติพันธ์ กับ ศศลักษณ์ ใน 2 เกมต่อไปกับ มาเลเซีย และ เวียดนาม

แต่นักเตะที่ผ่านเวทีเจลีกอย่าง ฐิติพันธ์ เหมาะแล้วหรือที่จะต้องนั่งเป็นตัวสำรอง

หากจะจับเอา ฐิติพันธ์ ถอยลงไปยืนเป็นมิดฟิลด์คู่กลาง ซึ่งเป็นตำแหน่งถนัดของเขา แล้วเราจะเลือกดร็อปใครระหว่าง สารัช อยู่เย็น หรือ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล

คู่กลางอย่าง สารัช กับ พิธิวัตต์ ถือว่าเล่นด้วยกันได้ดีมาก และเป็นแกนหลักของ ทีมชาติไทย มาตลอด 3 นัดที่ผ่านมา

ฉะนั้นการจะดร็อปใครสักคนเป็นตัวสำรอง ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดพอสมควร ว่า นิชิโนะ จะกล้าเสี่ยงไหมที่จะให้ ฐิติพันธ์ ถอยลงไปเล่นตรงนี้

ถึงตอนนี้ผมเชื่อว่า นิชิโนะ อาจจะเลือกดร็อป ฐิติพันธ์ เป็นตัวสำรอง แม้เขาจะมีดีกรีนักเตะเจลีกก็ตาม

ส่วนแนวรับ การไม่มี ธีราทร บุญมาทัน ในนัดกับ มาเลเซีย เนื่องจากติดโทษแบน ก็น่าเป็นห่วง เพราะตัวแทนอย่าง กรกช วิริยะอุดมศิริ ยังดูไม่นิ่งเท่าที่ควร

หรือ นิชิโนะ จะให้ ศศลักษณ์ ถอยลงไปยืนเป็น "แบ็คซ้าย" เพื่อเพิ่มความดุดัน ที่น่าจะมีมากกว่า กรกช

ส่วน แบ็คขวา ก็น่าคิดว่าจะเลือกใคร เพราะเมื่อถึงวันแข่งขัน ทริสตอง โด เจ้าของสัมปานฝั่งขวา จะหายเจ็บกลับมา

ทำให้ นิติพงษ์ เสลานนท์ ที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมกับ ยูเออี จะต้องตกเป็นตัวสำรองอย่างนั้นหรือ

นิชิโนะ จะเลือกใครระหว่าง ทริสตอง โด หรือ นิติพงษ์?

ขณะที่คู่เซ็นเตอร์ เกมกับ ยูเออี นิชิโนะ เลือกให้ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ถอยลงมาเล่นกับ มานูเอล ทอม เบียห์ ซึ่ง ธนบูรณ์ ก็เล่นได้อย่างไม่ขี้เหร่ และช่วยสกัดจังหวะสำคัญได้ตลอด

แต่ประเมินดูแล้ว หาก พรรษา เหมวิบูลย์ ฟิตสมบูรณ์เต็มร้อย คงจะเบียด ธนบูรณ์ ไปเป็นตัวสำรอง แล้วลงมายืนคู่ มานูเอลมากกว่า

ฉะนั้นจะเห็นว่า จะต้องมีนักเตะฟอร์มดีหลายคน ที่จะต้องนั่งเป็นตัวสำรองในนัดต่อไป ซึ่งก็เป็นงานหนักของ นิชิโนะ ที่จะต้องบริหารจัดการให้ดี

แต่มันก็ถือเป็นเรื่องดีที่ ทีมชาติไทย ยุคนี้ มีนักเตะฝีเท้าเยี่ยมอยู่มากมายจนล้นทีมแบบนี้

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป ทีมชาติไทย จะไปเยือน มาเลเซีย ในวันที่ 14 พ.ย. ที่สนามบูกิต จาลิล เวลา 19.45 น. และจะไปเยือน เวียดนาม ในวันที่ 19 พ.ย. ที่สนามมีดิ่งห์ สเตเดี้ยม

เช็คโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย