ย้อนหลังกลับไปเมื่อหลายปีที่แล้ว นิคคลาส เบนด์ทเนอร์ อดีตดาวเตะทีมชาติเดนมาร์กของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เคยได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในกองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรงที่น่าจับตามองของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาก่อน

แต่สุดท้ายเป็นได้เพียงแค่หนึ่งในกองหน้ายอดแย่ที่สุดของวงการลูกหนังเมืองผู้ดี เพราะทำผลงานในช่วงที่ลงสนามรับใช้ อาร์เซนอล ในช่วงตลอด 9 ปีได้แบบน่าผิดหวัง และไม่สมกับราคาคุยที่ชอบโอ้อวดฝีเท้าของตัวเองว่าอยู่ในขั้นระดับโลก จึงถูกแฟนบอลตั้งฉายาให้เป็น "ลอร์ดเบนด์ทเนอร์" เพื่อเป็นการเหน็บแนบว่าตรงกันข้ามกับสิ่งที่พูดเสียเลย ก่อนจะกลายเป็นนักเตะจอมพเนจรที่ต้องย้ายออกไปค้าแข้งให้กับหลายๆ สโมสรตามชื่อเสียงเก่าๆ ที่เคยสะสมเอาไว้ โดยปัจจุบันย้ายไปปักหลักกับ โคเปนฮาเกน ในลีกบ้านเกิด

ส่วนตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีอีกหนึ่งดาวรุ่งพุ่งแรงที่พร้อมสร้างผลงานตามรอยของ เบนด์ทเนอร์ ได้เหมือนกัน นั้นก็คือ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าทีมชาติอังกฤษของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะมีการนำสถิติการยิงประตูในศึกพรีเมียร์ลีกของทั้งคู่มาเทียบกันเลย ปรากฎว่า ดาวเตะวัย 21 ปีมีค่าเฉลี่ยแย่กว่ารุ่นพี่จอมโม้เสียอีก

โดย เบนด์ทเนอร์ เคยค้าแข้งกับ อาร์เซนอล ระหว่างปี 2005-2014 ยิงประตูในศึกพรีเมียร์ลีกได้ 47 ลูกจากการลงสนามไปทั้งหมด 171 เกม คิดเป็นค่าเฉลี่ยที่จะยิงประตูได้ต่อหนึ่งเกมอยู่ที่ตัวเลข 0.275 ลูก หรือจะซัลโวตาข่ายได้หนึ่งลูกในช่วงทุกๆ 3.63 เกม และไม่เคยรับหน้าที่สังหารจุดโทษแม้แต่ลูกเดียว

ขณะที่ แรชฟอร์ด เพิ่งลงสนามรับใช้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียง 3 ฤดูกาล รหว่างปี 2016 จนถึงปัจจุบัน ยิงประตูในศึกพรีเมียร์ลีกได้ 48 ลูกจากการลงสนามไปทั้งหมด 180 เกม คิดเป็นค่าเฉลี่ยที่จะยิงประตูได้ต่อหนึ่งเกมอยู่ที่ตัวเลข 0.266 ลูก หรือจะซัลโวตาข่ายได้หนึ่งลูกในช่วงทุกๆ 3.75 เกม และซัดลูกจุดโทษไปแล้ว 3 เม็ด

เท่ากับว่า แรชฟอร์ด มีค่าเฉลี่ยในภาพรวมน้อยกว่า เบนด์ทเนอร์ เสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเรื่องของค่าเฉลี่ยที่จะยิงประตูได้ต่อหนึ่งเกม

แม้ว่าอดีตดาวเตะทีมชาติเดนมาร์กจะอยู่ค้าแข้งกับ "ปืนใหญ่" แต่มีโอกาสลงสนามน้อยกว่าดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษเสียด้วยซ้ำ เพราะถนัดกับการนั่งเป็นตัวสำรองเสียมากกว่า และเคยถูกปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวไปใช้งานเป็นประจำ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ แรชฟอร์ด ทำผลงานได้น่าผิดหวังอาจเป็นเพราะการยืนเล่นในตำแหน่งที่ไม่แน่นอน เพราะเป็นนักเตะที่มีความเร็วสูงอยู่แล้ว จึงมักจะถูกจับให้ไปยืนเป็น ปีกริมเส้น ในหลายๆ เกม ทั้งที่แจ้งเกิดจากการยืนเล่นเป็น กองหน้าตัวเป้า ซึ่งแตกต่างจาก เบนด์ทเนอร์ ที่ได้ยืนเล่นเป็นหัวหอกในตำแหน่งที่ถนัดที่สุด

ทำให้แฟนบอลหลายๆ คนเริ่มเป็นห่วงว่า แรชฟอร์ด อาจจะกลายเป็น ดาวรุ่งตลอดกาล เหมือนกับรุ่นพี่ร่วมชาติเดียวกัน นั้นก็คือ ธีโอ วัลคอตต์ ดาวเตะวัย 30 ปีของ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน เพราะมีโอกาสแจ้งเกิดแล้วไปได้ไม่สุดทางเหมือนกันเลยนั่นเอง หลังจากที่โดนจับไปยืนเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัดอยู่ตลอด

ก่อนหน้านี้ วัลคอตต์ เคยแจ้งเกิดกับ "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน จากการยืนเล่นเป็นกองหน้า แต่หลังจากที่ย้ายมาอยู่กับ อาร์เซนอล ระหว่างปี 2006–2018 ก็จะถูกโยกให้ไปยืนเล่นเป็นปีกริมเส้นเกือบตลอด ทำให้ฝีเท้าของอดีตดาวรุ่งพุ่งแรงถูกลดประสิทธิภาพลงไปด้วย เพราะไม่ได้โชว์ฝีเท้าในตำแหน่งที่ถนัดที่สุด ซึ่งคล้ายคลึงกับสถานการณ์ของ แรชฟอร์ด อยู่ไม่น้อย

ระวัง แรชฟอร์ด จะเสียของแล้วกลายเป็นนักเตะ "จับฉ่าย" ในแผงแนวรุกตามรอยเท้าของ วัลคอตต์ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นดาวรุ่งตลอดกาล เพราะแจ้งเกิดแล้วไปได้ไม่สุดทางนั่นเอง