ถึงเวลานี้ แฟนบอล "กว่างโซ้งมหาภัย" หลายคน เริ่มถอดใจกับการลุ้นแย่งแชมป์ไทยลีก 2019 กันแล้ว

แม้ในทางทฤษฎี สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จะยังมีลุ้นแชมป์อยู่ เพราะมีคะแนนตามหลัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงอยู่เพียงแค่ 2 แต้ม และเหลือการแข่งขันอีก 2 นัด

แต่ในทางปฏิบัติ แฟนบอลหลายคนทำใจแล้วว่า คงยากที่จะแซงนำได้ เพราะต่อให้ บุรีรัมย์ อาจพลาดสะดุด แต่พวกเขาก็คิดว่า ทีมของตนเอง ก็ไม่คงเส้นคงวาพอที่จะชนะรวดทั้ง 2 นัดที่เหลือ

อะไรคือสิ่งที่ทำให้แฟนบอล "กว่างโซ้ง" คิดเช่นกัน วันนี้เรามาวิเคราะห์กัน

ข้อที่ 1 ทีมขาดความคงเส้นคงวา

ในช่วงท้ายฤดูกาล สิงห์ เชียงรายฯ มีโอกาสแซงขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงหลายครั้งหลายหน แต่พวกเขามักจะยืนระยะได้ไม่นาน สัปดาห์นี้นำ สัปดาห์ต่อไปก็ร่วง มันวนเวียนอยู่อย่างนี้ 2-3 ครั้ง ซึ่งมันเกิดจากฟอร์มการเล่นและผลงานที่ไม่สม่ำเสมอของทีม

โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้าย เมื่อผ่านนัดที่ 26 พวกเขาได้ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงแล้วแท้ๆ เพราะ บุรีรัมย์ บุกแพ้ เมืองทอง 3-1 แต่นัดต่อไป พวกเขากลับเสมอ แบงค็อก 1-1 และล่าสุดก็มาเสมอ พีทีที ระยอง 2-2 จนทำให้ทีมร่วงไปอยู่อันดับที่ 3

ข้อที่ 2 ขึ้นนำแล้วชอบผ่อน

ข้อเสียของ สิงห์ เชียงรายฯ ที่แฟนบอลพากันบ่นยับก็คือ ขึ้นนำแล้วชอบผ่อนเกม

อย่างเช่นใน 2 นัดล่าสุด พวกเขาขึ้นนำคู่แข่งทั้ง 2 เกม ไม่ว่าจะเป็นนำ แบงค็อก 1-0 หรือนำ พีทีที ระยอง 2 ครั้ง 2 ครา 

ทว่าพอขึ้นนำได้แล้ว เชียงราย มักจะผ่อนเกมรุกของตัวเองไปเสมอ ไม่ยอมเร่งเครื่องเอาประตูที่ 2 เพื่อนำห่าง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร อาจเพราะพวกเขามั่นใจในเกมรับของตัวเอง ที่เสียประตูน้อยเป็นอันดับ 2 ในลีก หรือเพราะกองหน้ามันไม่เน้น จึงยิงเพิ่มไม่ได้

แต่การ "นำแล้วผ่อน" แบบนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เพราะสุดท้ายพวกเขาก็โดนคู่แข่งไล่ยิงตีเสมอได้ในที่สุด ซึ่งจาก 2 เกมที่ผ่านมา พวกเขาโยน 4 แต้มทิ้งไปดื้อๆ ไม่เช่นนั้นเวลานี้ พวกเขานำเป็นจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆไปแล้ว

ข้อที่ 3 นักเตะยังเก๋าไม่พอในการลุ้นแชมป์

การที่จะรักษาสกอร์ที่ขึ้นนำอยู่ให้ได้จนจบเกม ทีมนั้นจะต้องมีนักเตะที่เก๋าพอตัว หรือมีประสบการณ์มากพอที่จะคุมสถานการณ์ได้ แถวบ้านผม เขาเรียกว่า "การปิดเกม"

แต่ในทีม สิงห์ เชียงรายฯ ชุดนี้ ผมมองว่ายังขาดนักเตะที่ "เก๋า" ในเรื่องการลุ้นแชมป์ เพราะในทีมเต็มไปด้วยผู้เล่นดาวรุ่งอายุน้อย จึงไม่รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้ควรจะปิดเกมยังไง

หากลองสังเกตุให้ดีๆ บุรีรัมย์ มีนักเตะที่เก๋าในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ว่าจะเป็น สุเชาว์ นุชนุ่ม, จักรพันธ์ แก้วพรม, อันเดรส ตูเญซ หรือ ศิวรักษ์ เทษสูงเนิน ที่มักจะรู้เสมอว่าหากทีมขึ้นนำคู่แข่งได้ จะต้องเล่นยังไงเพื่อรักษาสกอร์ เราจึงจะเห็นเป็นประจำว่าในช่วงท้ายฤดูกาลก่อนๆ บุรีรัมย์ จะเก็บชัยชนะได้ตลอด และสกอร์จะมักจบแค่ 1-0 ซึ่งมันก็เพียงพอต่อการได้ 3 แต้มในสถานการณ์ที่สำคัญ

ข้อ 4 พึ่งพากองหน้าต่างชาติมากเกินไป

หลายๆนัดที่ผมได้มีโอกาสดู สิงห์ เชียงรายฯ ลงเล่น พวกเขามักจะพึ่งพากองหน้าต่างชาติอย่าง วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ และ บิล อมันซิโอ้ เป็นสำคัญ ซึ่งมันไม่แปลก เพราะหลายๆทีมก็ทำแบบนี้

แต่เรื่องนี้ก็มีข้อเสีย หากวันใดที่ วิลเลี่ยม และ บิล โชว์ฟอร์มไม่ออก พวกเขาก็แทบจะขาดคนพลิกเกม

แม้นักเตะไทยอย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา หรือ ศิวกรณ์ เตียตระกูล จะพอสอดแทรกขึ้นมาได้บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทุกนัด เช่นเกมล่าสุดกับ พีทีที ระยอง ที่บอลส่วนใหญ่จะไปขึ้นเกมที่ วิลเลี่ยม เป็นหลัก จนทีมคู่แข่งจับทางได้ พอ วิลเลียม ไปเจอทางตัน เชียงราย ก็หมดมุกทันที เพราะเกมนั้น ทั้ง เอกนิษฐ์ และ ศิวกรณ์ ต่างโชว์ฟอร์มไม่ออกด้วยกันทั้งคู่

ข้อ 5 บุรีรัมย์ คงไม่พลาดโอกาสทองแบบนี้

และอีกเหตุผลหนึ่งที่แฟนบอลเชียงรายถอดใจก็คือ พวกเขาต่างคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้ ที่ทีม บุรีรัมย์ ได้ขึ้นนำจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆใน 2 นัดสุดท้าย คงยากที่ทัพ "ปราสาทสายฟ้า" จะสะดุด

เพราะอย่างที่บอกไป บุรีรัมย์ มีประสบการณ์แน่นเอี๊ยดในการลุ้นแชมป์ และพวกเขารู้ว่าจะต้องเล่นยังไงเพื่อให้ได้ 3 แต้ม

แม้โปรแกรมนัดต่อไปของ บุรีรัมย์ จะไม่ธรรมดา เพราะต้องเปิดบ้านพบ การท่าเรือ เอฟซี แต่ผมก็เชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยส่วนใหญ่ ต่างก็คิดว่า บุรีรัมย์ ที่ได้เล่นในบ้าน คงไม่พลาด

ส่วนนัดสุดท้ายยิ่งไม่ต้องพูดถึง บุรีรัมย์ จะไปเยือน เชียงใหม่ เอฟซี ที่ถึงเวลานั้นอาจจะตกชั้นไปแล้ว ใครๆก็มองว่า บุรีรัมย์ ได้ 3 แต้มชัวร์ๆ

ฉะนั้นแม้ทีม เชียงราย จะชนะรวดใน 2 นัดที่เหลือ แต่หลายคนก็คิดเช่นกันว่า บุรีรัมย์ ก็คงจะเก็บชัย 2 นัดได้ทั้งหมดเช่นกัน และแชมป์ไทยลีกก็คงเป็นหน้าเดิมคือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด