ศึกไทยลีกฤดูกาล 2019 เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว โดยเหลือการแข่งขันอีกแค่สามนัดเท่านั้นก็จะรู้แล้วว่าทีมใดจะประสบความสำเร็จ และทีมใดจะต้องผิดหวัง

ในการแข่งขันแต่ละฤดูกาล คงปฎิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่แฟนบอลส่วนใหญ่โฟกัสมากที่สุดก็คือตำแหน่งแชมป์ ทีมที่ดีที่สุดในแต่ละปีเท่านั้นถึงจะได้ชูถ้วย ซึ่งปีนี้เหลือแค่สามทีมที่ได้ลุ้นก็คือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด , สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และ การท่าเรือ เอฟซี

นอกจากกลุ่มแชมป์ที่หลายคนให้ความสนใจแล้ว โซนตกชั้นก็ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกับทีมที่มีงบประมาณในการทำทีมไม่มาก หากสามารถอยู่รอดในลีกสูงสุดได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว และวันนี้ผมจะวิเคราะห์ถึงหาที่ต้องลุ้นหนีตายตอนนี้ว่าแต่ละทีมมีโอกาสรอดมากน้อยขนาดไหน

12) นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี(31คะแนน) 

โปรแกรมสามนัดสุดท้าย 

2 ต.ค. รับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
20 ต.ค. เยือน ชัยนาท ฮอร์นบิล
26 ต.ค. รับ สุโขทัย เอฟซี

ทีมแรกที่จะพูดถึงคือ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ดูจากโปรแกรมสามนัดสุดท้ายถือว่าหนักทีเดียว เพราะต้องพบกับทีมที่มีลุ้นแชมป์และสองทีมที่ลุ้นหนีตกชั้นเหมือนกัน แต่ถือว่ายังโชคดีที่พวกเขามีแต้มนำหน้าโซนแดงอยู่ถึงสี่คะแนน ยังพลาดได้อีก1นัด

ดูจากโปรแกรมหากเก็บได้ซักสี่คะแนนน่าจะรอดแบบร้อยเปอร์เซ็น แต่หากเก็บได้น้อยกว่านั้นก็ต้องลุ้นให้คู่แข่งพลาดด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งจากประสบการณ์ที่พวกเขามีโดยเฉพาะการหนีตกชั้น ยังเชื่อว่าน่าจะประคองตัวเอาตัวรอดได้ไม่ยาก

13) สุพรรณบุรี เอฟซี(28คะแนน)

2 ต.ค. รับ พีที ประจวบ เอฟซี
20 ต.ค. เยือน สมุทรปราการ ซิตี้
26 ต.ค. รับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

มาดูที่ สุพรรณบุรี เอฟซี กันบ้าง ถ้าย้อนกลับไปในช่วงจบเลกแรกจบบ๊วยจนทำให้แฟนบอลส่วนใหญ่คิดเหมือนกันคือไม่น่ารอด แต่ช่วงหลังทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ตอนนี้กลับมาอยู่ในสถานการณ์ที่ดีอีกครั้งในการอยู่รอด

จากโปรแกรมของ สุพรรณบุรีฯ เกมที่หนักที่สุดคงหนีไม่พ้นนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่ต้องรับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ส่วนที่เหลือถ้าอยู่ในฟอรมที่ดีมีโอกาสที่จะเก็บสามคะแนนได้ทั้งหมด ซึ่งจุดนี้ทำให้ผมมองว่าพวกเขามีโอกาสที่จะอยู่รอดสูงทีเดียว

14) สุโขทัย เอฟซี(27คะแนน)

2 ต.ค. รับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี
20 ต.ค. รับ ตราด เอฟซี
26 ต.ค. เยือน นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

เข้าสู่โซนแดงกันบ้างเริ่มกันที่ สุโขทัย เอฟซี ที่ฟอร์มแผ่วอย่างไม่น่าเชื่อในช่วงหลัง แม้ว่าจะเปลี่ยนโค้ชแต่ก็ไม่ช่วยอะไร จากที่เหมือนจะลอยตัวต้องกลับมาดิ้นรนหนีตกชั้นในช่วงโค้งสุดท้าย แต่ถ้าดูโปรแกรมที่ยังถือว่าไม่หนักมากลุ้นสามแต้มได้ทุกนัด

การรับ ราชบุรีฯ และ ตราดฯ ที่ลอยตัวแล้วถือว่าเป็นงานที่ไม่หนัก หากผ่านไปแล้วก็โอกาสรอดตัวสูง ก่อนจะมาหนักในเกมสุดท้ายที่ต้องออกไปเยือน นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่ไม่แน่ใจว่าถึงตอนนั้นจะรอดตกชั้นหรือยัง สรุปถ้าเก็บได้ซัก6คะแนนมีโอกาสรอดสูง แต่ถ้าน้อยกว่านั้นก็เหนื่อย

15) ชัยนาท ฮอร์นบิล(27คะแนน)

2 ต.ค. เยือน การท่าเรือ เอฟซี
20 ต.ค. รับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี
26 ต.ค. เยือน ชลบุรี เอฟซี

มาดูที่ ชัยนาท ฮอร์นบิล บ้างสถานการณ์ตอนนี้ต้องบอกว่าหนักสุดๆกับโปรแกรมที่เหลือหนักทุกเกม แทบไม่มีเกมไหนง่ายเลย ไม่ว่าจะเป็นการเยือน การท่าเรือ เอฟซี เปิดบ้านรับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี และบุกไปเยือน ชลบุรี เอฟซี ในเกมปิดฤดูกาล

ถามว่า ชัยนาทฯ มีโอกาสรอดมากน้อยขนาดไหน คงต้องบอกตามตรงว่าน้อย แต่ฟุตบอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ จากที่คิดว่าไม่รอดก็มีรอดมาเยอะแยะ หรือจากที่คิดว่ารอดร่วงก็มีให้เห็น เพราะฉนั้นไม่ต้องคิดอะไรมาก ลงสนามด้วยเป้าหมายเก็บชัยทุกนัดถ้าทำได้ก็รอด

16) เชียงใหม่ เอฟซี(24คะแนน)

2 ต.ค. เยือน ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
20 ต.ค. เยือน พีทีที ระยอง
26 ต.ค. รับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ทีมสุดท้ายที่อาการหนักที่สุดคงหนีไม่พ้น เชียงใหม่ เอฟซี ดูจากโปรแกรมที่เหลือและตารางคะแนนการจะรอดได้ต้องบอกว่าปาฎิหาริย์ เพราะหนักมากทุกเกมจากนี้ ถ้าเทียบตามฟอร์มและศักยภาพนักเตะการเก็บชัยชนะแต่ละทีมเป็นไปได้น้อย

เพราะนั้นถ้าถามว่าทีมใดมีโอกาสตกชั้นมากที่สุดคงหนีไม่พ้น เชียงใหม่ฯ ซึ่งเชื่อว่าแฟนบอลส่วนใหญ่ก็เริ่มทำใจล่วงหน้าบ้างแล้วกับการไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ในศึกไทยลีก2 แต่ถ้ายังมีโอกาสยังไงก็สู้เต็มที่ครับ 

ดูจากคะแนนและโปรแกรมของทั้งห้าทีมที่มีเอี่ยวในการลุ้นหนีตกชั้น ทุกทีมมีโอกาสรอดและตกชั้นเท่ากันหมด เว้นแค่ เชียงใหม่ เอฟซี ทีมเดียวที่มองเห็นทางรอดแล้ว อีกสองทีมถ้าให้ผมเดาคิดว่าเป็น สุโขทัย เอฟซี กับ ชัยนาท ฮอร์นบิล ที่ไม่น่ารอด

สุดท้ายอยากจะบอกว่าที่วิเคราะห์มาเป็นแค่ความเห็นส่วนตัวนะครับ ไม่ได้เชียร์หรือไม่ชอบทีมใดเป็นพิเศษ เกมกีฬามีแพ้มีชนะ ยังไงเอาใจช่วยทุกทีมให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ครับ...