ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ ศึกฟุตบอลลีก คัพ หรือที่เรียกกันตามชื่อของผู้สนับสนุนหลักว่า คาราบาว คัพ รอบ 3 ซึ่งมี 7 ทีมลูกหนังที่ได้สิทธิ์ไปโชว์ฝีเท้าในเกมสโมสรยุโรปลงสนามฟาดแข้งด้วย

ปรากฎว่า "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส กลายเป็นยักษ์ใหญ่ทีมเดียวจากกลุ่ม "ท็อปซิกซ์" ใน 6 อันดับแรกบนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกจากเมื่อฤดูกาลก่อนที่ต้องจอดป้ายเสียแล้ว เพราะพลาดท่าแพ้ โคลเชสเตอร์ ทีมรองบ่อนในช่วงซัดจุดโทษตัดสินแบบพลิกล็อก ส่วนอีก 5 ทีมตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ตามนัด มีเพียง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กว่าจะลอยลำได้ก็เล่นเอาเหงื่อตกจากการดวลเป้าเฉือนชัยเหนือ โรชเดล ทีมจากลีก วัน นั่นเอง

แน่นอนว่า บรรดาทีมใหญ่ๆ โดยเฉพาะพวกยักษ์ใหญ่จากศึกพรีเมียร์ลีกมักจะมอง ศึกคาราบาว คัพ เป็นเหมือนถ้วย "ลูกเมียน้อย" จนถูกค่อนขอดว่าเป็น "มิกกี้เมาส์ คัพ" ซึ่งมีศักดิ์ศรีเป็นเพียงแค่ถ้วยของเด็กๆ เพราะเลือกที่จะมองข้ามด้วยการใช้เป็นสังเวียนที่เปิดโอกาสให้พวกนักเตะตัวสำรอง รวมถึงเหล่าแข้งเด็กดาวรุ่งได้ลงสนามโชว์ฝีเท้ากันเป็นแถว เพื่อให้พวกตัวหลักได้พักจะได้เก็บไว้ใช้งานในรายการที่มีความสำคัญมากกว่า จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย หากจะมีทีมดังๆ ชิงตกรอบกันตั้งแต่ช่วงไก่ยังไม่ทันโห่เลยเสียด้วยซ้ำ

แม้ว่าผลการจับสลากประกบคู่รอบ 4 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้ายอาจจะทำให้แฟนบอลหลายคนเกิดอาการซื้ดปาก เพราะมี 2 คู่ที่เป็นการโคจรมาพบกันเองของ 4 ยักษ์ใหญ่จากศึกพรีเมียร์ลีกนั่นเอง โดยบิ๊กแมทช์ในรอบต่อไปคงหนีไม่พ้น "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ต้อนรับ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ส่วนอีกคู่เป็นการดวลกันของ 2 ทีมพลังหนุ่ม นั้นก็คือ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เฝ้ารังสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หากย้อนกลับไปดูพงศาวดารของ ลีก คัพ หรือที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการคือ อีเอฟแอล คัพ (EFL CUP) จะพบว่า ลิเวอร์พูล ขึ้นแท่นเป็น "เบอร์หนึ่ง" ในฐานะที่เคยชูถ้วยแชมป์รายการนี้มากที่สุดถึง 8 สมัยในปี 1981, 1982, 1983, 1984, 1995, 2001, 2003 และ 2012 แต่ดูเหมือนว่า ทีมแชมป์ยุโรป 6 สมัยตั้งท่าพร้อมตัดสินใจทิ้ง "มิกกี้เมาส์ คัพ" ได้ทุกเมื่อ เพราะเคยมีข่าวว่า เจ้าของกิจการลูกหนังแห่งถิ่นแอนฟิลด์ไม่อยากให้เสียเวลากับ "ลูกเมียน้อย" เพื่อหันไปทุ่มเทสมาธิให้ 2 เป้าหมายหลักในฤดูกาลนี้

นั่นก็คือ การป้องกัน แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เพื่อล่าบัลลังก์เจ้าลูกหนังยุโรปเป็นสมัยที่ 7 และการชูถ้วย แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังห่างหายจากตำแหน่งแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมานานถึง 29 ปีแล้ว นับตั้งแต่หนสุดท้ายที่คว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 เดิม ในปี 1990 จึงอยู่ที่ เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือ "หงส์แดง" ว่าจะยังคงใช้พวกแข้งเด็กที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมรอบ 3 นัดบุกไปชนะ เอ็มเค ดอนส์ 2-0 อย่าง ควีวิน เคลเลเฮอร์, คี จาน่า ฮูเฟอร์, เคอร์ติส โจนส์, ริอาน บรูว์สเตอร์ และ ฮาร์ลีย์ เอลเลียต ให้ลุยต่อเพื่อไปลุ้นคว้าแชมป์คาราบาว คัพ หรือไม่

อย่างไรก็ตาม "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฐานะแชมป์เก่า 2 สมัยซ้อน ยังคงได้รับความไว้วางใจจากบริษัทรับพนันแบบถูกกฎหมายของเกาะอังกฤษให้เป็น "เต็งหนึ่ง" ที่มีโอกาสคว้าแชมป์คาราบาว คัพ มากที่สุดด้วยอัตราต่อรอง 13 ต่อ 8 หรือแทง 8 จ่าย 13 ไม่รวมทุน ส่วน ลิเวอร์พูล ถูกวางให้เป็น "เต็งสอง" แบบตามมาติดๆ เลย

ผลประกบคู่คาราบาว คัพ รอบ 4
เอฟเวอร์ตัน พบ วัตฟอร์ด
แอสตัน วิลล่า พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน 
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เบอร์ตัน พบ เลสเตอร์ ซิตี้
ครอว์ลี่ย์ ทาวน์ พบ โคลเชสเตอร์
เชลซี พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
อ๊อกซ์ฟอร์ด พบ ซันเดอร์แลนด์
ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อล

อัตราต่อรองแชมป์คาราบาว คัพ
13/8 - แมนเชสเตอร์ ซิตี้
5/1 - ลิเวอร์พูล
7/1 - เชลซี
8/1 - เลสเตอร์
12/1 - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
12/1 - เอฟเวอร์ตัน
14/1 - อาร์เซนอล
20/1 - วูล์ฟแฮมป์ตัน

ลุงป๊อบ แฟนพันธุ์แท้